
รับที่สถานีรถไฟเด่นชัย จังหวัดแพร่
เดินตลาดเช้าจังหวัดแพร่ หรือ ตลาดประตูชัย ตลาดโต้รุ่งเมืองแพร่ หรือตลาดประตูชัย ตั้งอยู่ที่ประตูชัย เลยจากปลายทางถนนคนเดินหรือถนนเจริญเมือง อาจเรียกว่าตลาดโต้รุ่ง เป็นของขายอาหารกลางคืน มีอาหารอร่อยๆหลายอย่าง เช่น หอยทอด ไอศกรีม ทับทิมกรอบน้ำแข็งใส โซนนี้คึกคักมาก คนแพร่มากินแน่น บางร้านคนต่อคิวซื้อเลย หากจะนั่งสามล้อมาก็บอกว่ามาตลาดประตูชัย แล้วเดินเลือกร้านที่คนเยอะๆ นะ รับรองเด็ดทุกร้าน
คุ้มเจ้าหลวง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2435 โดยเจ้าพิริยเทพวงษ์ คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารโอ่โถง มีประตู หน้าต่างทั้งหมด 72 บาน งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ซึ่งมีรูปทรงเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น และจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในปีพ.ศ. 2435 คุ้มนี้งดงามใหญ่โตเพราะเงินคงคลังในสมัยพระยาพิมพิสารราชานั้นมีมาก ตกมาถึงรุ่นเจ้าพิริยเทพวงษ์ผู้เป็นลูก จึงสามารถสร้างคุ้มใหม่หลังใหญ่ได้ แม้ว่าในปี พ.ศ. 2433 เป็นปีที่เมืองแพร่ฝนแล้งราษฎรทำนาได้หนึ่งส่วน เสียสี่ส่วนต้องเปิดคลังหลวงไปช่วยราษฎรก็ตาม แต่เมืองแพร่ยังมีเงินมากพอที่จะสร้างสถาปัตยกรรมงดงามล้ำค่าหลังนี้ขึ้นมาได้
คุ้มวงศ์บุรี หรือ บ้านวงศ์บุรี หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีในนามของ บ้านสีชมพู เป็นความสวยงามของอาคารสีชมพู ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บน ถนนคำลือ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ประดับตกตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุ ที่เรียกว่าลายขนมปังขิง ตามความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 นั่นเองค่ะ ซึ่งที่นี่เป็นคุ้มของเจ้านายเมืองแพร่ในอดีตค่ะ ที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าชายสาม จุฬามณีศิริเมฆภูมินทร์ แห่งเชียงตุง สร้างขึ้นมาตามดำริของเจ้าแม่บัวถา ชายาองค์แรกของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่ โดยโทนสีชมพูที่ใช้นั้น เป็นสีโปรดของ แม่เจ้าบัวถา
บ้านนาคูหา ตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนชื่อดัง และเป็น 1 ใน 5 ของเส้นทางการท่องเที่ยวเกษตรสีเขียวของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือที่เรียกว่า Gastronomy อยู่ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติ จึงถูกจัดให้เป็นแหล่งโอโซนชั้นเยี่ยม ติด 1 ใน 7 ของเมืองไทย จุดเด่นของที่นี่ที่ใครหลายๆ คนอาจจะเคยได้เห็นจากรูปภาพมาก่อนนั่น คือ วัดนาคูหา ที่กลางทุ่งนาจะมีพระพุทธรูปพระเจ้าทันใจขนาดใหญ่ และมีสะพานไม้ไผ่ทอดยาวจากองค์พระพาดผ่านกลางทุ่งนา มีไว้สำหรับเดินเล่นชิลๆ ชมวิวต่างๆ ทำให้มองเห็นธรรมชาติรอบ วัดนาคูหา ได้อย่างสวยงาม
พระธาตุอินทร์แขวน (1 ใน 5 มหาบูชาสูงสุด) ตั้งอยู่ที่เมือง เมืองไจก์โถ่ ในรัฐมอญ อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 160 กม. พระธาตุอินแขวนเป็นหินแกรนิตสูง 8.15 เมตร น้ำหนักประมาณ 611.5 ตัน มีสีทองอร่าม ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 3,600 ฟุต จากระดับน้ำทะเล โดยมีส่วนของก้อนหินฐานของเจดีย์สัมผัสกับหน้าผาเพียง 0.714 ตารางเมตร
โดยตำนานเล่าว่ามีฤๅษีผู้หนึ่ง ได้รับประทานพระเกศาจากพระพุทธเจ้า แล้วนำมาซ่อนไว้ที่มวยผมของตนเอง ครั้นพอถึงที่ตัวเองจะละสังขาร จึงได้กล่าวว่าถ้าใครหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายกับศรีษะของตนเองได้ จะมอบพระเกศาให้ พอพระอินทร์ได้ทราบความเข้า จึงได้ใช้อิทธิฤทธิ์งมหินจากใต้มหาสมุทร และนำมาแขวนไว้ที่หน้าผา และได้มีการสร้างเจดีย์ไว้บนก้อนหินนั้น เผื่อประดิษฐานพระเกศธาตุมาจนถึงปัจจุบัน และก็เป็นที่มาของชื่อเรียก “ไจก์ทิโย่” ซึ่งภาษามอบแปลว่า “หัวฤๅษี” ความเชื่อเกี่ยวกับพระธาตุอินทร์แขวน มีอยู่ว่าถ้าในชีวิตหนึ่งถ้าใครมีโอกาศได้มาสักการะครบ 3 รอบ จะถือเป็นสิริมงคลและชีวิตก็จะประสบแต่ความสำเร็จ
พระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาแต่โบราณ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล มีงานนมัสการพระธาตุในราวเดือน 4 (เดือนมกราคม) ของทุกปี
อยู่ริมถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองแพร่ และเป็นพระธาตุประจำปีขาล ตามตำนานระบุว่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 1879-1881 สมัยพระมหาธรรมราชาธิราช (ลิไท) มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ก่ออิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลือง ลงรักปิดทองเป็นศิลปะเชียงแสน และเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุส่วนของพระศอกข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า ภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อช่อแฮ พระประธานศิลปะล้านนาผสมผสานเชียงแสนกับสุโขทัย ส่วนของวิหารศิลปะล้านนาประยุกต์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธโลกนารถบพิตร พระปางนาคปรก รวมทั้งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม และยังมีพระเจ้าไม้สัก ที่แกะสลักจากไม้สักทอง เป็นศิลปะสมัยล้านนา
ถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) วัดถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) เป็นวัดและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศาสนา ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน ประเทศไทย ชื่อ "ถ้ำเชตะวัน" สื่อถึงถ้ำที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและการท่องเที่ยวเชิงจิตใจ จุดเด่นของวัดถ้ำเชตะวันมีถ้ำที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมหรือบำเพ็ญภาวนา ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ป่าไม้หรือภูเขา ทำให้มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น มีพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำให้ผู้คนกราบไหว้ เป็นจุดหมายของผู้ที่แสวงหาความสงบทางจิตใจ หรือผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม
แกรนด์แคนยอน เสาดินนาน้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ประเทศไทย ลักษณะเด่นเป็น เสาดินรูปร่างแปลกตา ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนและลมตามธรรมชาตินานนับล้านปี รูปร่างคล้าย แพะเมืองผี จังหวัดแพร่ หรือ แกรนด์แคนยอนขนาดย่อม ดินในบริเวณนี้มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ถูกกัดเซาะได้ง่าย จนเกิดเป็น เสาและแท่งดินสูงต่ำสลับกัน มีรูปร่างสวยงามแปลกตา เป็นแหล่งธรณีวิทยาที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพและธรรมชาติ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 60-70 กิโลเมตร ไปทางอำเภอนาน้อย แล้วขับเข้าทางหลวงหมายเลข 1083
ขึ้นดอยขุนสถานเพื่อดูพญาเสือโคร่ง อุทยานแห่งชาติขุนสถาน มีความสูงกว่า 1,424 เมตร ระหว่างทางจะมีวิวทิวทัศนของธรรมชาติ รวมไปถึงวิวของทะเลหมอกที่สวยงามมากๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ที่จะสามารถเห็นทะเลหมอกได้ดีที่สุดค่ะ และแน่นอนว่าที่นี่ก็มีอากาศหนาวตลอดทั้งปีอีกด้วย ในช่วงกลางคืนจะมองเห็นแสงไฟสว่างไสวของหมู่บ้าน ให้อารมณ์เหมือนกับดูดาวที่ส่องแสงอยู่บนดินเลยทีเดียว อุทยานขุนสถาน จะมีภูเขาสลับซับซ้อน มีความสูงชัน มีแนวสันเขาของดอยแปรเมือง เป็นเส้นแนวแบ่งเขตระหว่าง จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ชมความสวยงามพญาเสือโคร่ง ณ ดอยขุนสถาน โดยเฉพาะที่ หน่วยวิจัยต้นน้ำขุนสถาน ซึ่งมีต้นนางพญาเสือโคร่งจำนวนกว่า 100 ต้น จะเบ่งบานในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ของทุกปี
เข้าเช็คอินท์ดอยซางฟาร์มสเตย์ คืนที่ 1
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 1
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 2
เที่ยวอำเภอเวียงสา ชมการทอผ้าทอมือ ที่ หมู่บ้านทอผ้า บ้านดอนไชยเวียงสา เป็นหนึ่งในแหล่งวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านการทอผ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษมายาวนาน มีจุดเด่นของหมู่บ้านผ้าทอบ้านดอนไชย ผ้าทอลายโบราณ ลายผ้าเฉพาะถิ่น เช่น ลายน้ำไหล ลายดอกแก้ว ลายลูกแก้ว ฯลฯ ซึ่งแสดงถึงอัตลักษณ์ของชาวไทลื้อในพื้นที่วิถีชีวิตพื้นบ้าน ชาวบ้านยังคงรักษาวิถีชีวิตเรียบง่าย มีการทอผ้าไว้ใช้เองในครัวเรือน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
วัดบุญยืน เดิมชื่อ “วัดบุญนะ” เดิมตั้งอยู่ที่ตลาดสดซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดบุญยืนในปัจจุบัน สร้างคู่กับการสร้างเมืองเวียงป้อ (เวียงพ้อ) เมืองเวียงป้อ สร้างขึ้นโดย พระยาป้อ แต่มีชื่อนิยมเรียกกันอีกว่า “เวียงสา” หรือ “เมืองสา” ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๒๙ ได้ย้ายวัดไปสร้างใหม่ซึ่งเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน
พระอุโบสถมีโครงสร้างหลังคาทำด้วยไม้สักทรงล้านนา ที่มีลักษณะงดงาม มีพระเจดีย์ทรงปรางค์แบบลังกา (โอคว่ำ) ติดกับพระวิหารทางด้านทิศใต้ ต่อมามีการสร้างพระพุทธยืนปางประทับยืนเป็นพระประธานในพระวิหาร ขนาดสูง ๘ ศอก จึงได้เปลี่ยนนามวัดใหม่ว่า “วัดบุญยืน" นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ วิหาร ซึ่งเป็นศิลปะล้านนา หลังคาลดหลั่นสามชั้น พระประธานภายในวิหารเป็นพระหัตถ์สองข้างลงตามปกติ เหมือนประทับยืน แต่แบฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองออกไปข้างหน้า ประตูวิหาร ประกอบด้วยบานประตูไม้สักแกะสลักลวดลายสามชั้น เป็นภาพพระอินทร์ประทับบนดอกบัวและพระพรหมประทับอยู่บนช้าง
พระธาตุเจดีย์บิด (เป็นพระธาตุที่คนเวียงสาและคนทั่วไปมาขอพรจากสิ่งที่ร้ายให้กลายเป็นดี) ตามตำนานพระธาตุเจดีย์บิดกล่าวไว้ว่า ครั้งพุทธกาล พระสวกของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ออกจาริกเผยแพร่พระธรรมไปในที่ต่าง ๆ มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันตก รุ่งเช้าท่านได้ออกรับบิณฑบาต ชาวบ้านตักบาตรเสร็จแล้ว พระสาวกรูปนั้นได้เหลือบไปเห็นชาวบ้าน แทะเล็มเมล็ดข้าวที่ติดหม้อ จึงรำพันกับตนเองว่า “หมู่บ้านนี้หนอ เขียมข้าว” ครั้นจาริกข้ามฝั่งแม่น้ำน่านขึ้นมาทางทิศตะวันออกถึงที่ดอนริมแม่น้ำเข้าพักอิริยาบถใต้ร่มไม้ นั่งพิจารณาสภาพต่าง ๆ อยู่นั้น ฉุกคิดขึ้นได้ว่า เมื่อตอนเช้าได้คิดคำว่าหมู่บ้านเขียมเอาไว้น่าจะเปลี่ยนเป็นคำเรียกใหม่มากกว่า เพราะคำว่า “เขียม” มีความหมายว่า “มีน้อย หายก” เกรงว่าจะเป็นบาปกรรมติดตัว ก็เลยเปลี่ยนเสียใหม่ว่า “หมู่บ้านแขม” น่าจะเป็นสิริมงคลมากว่า (ภายหลังได้ย้ายหนีน้ำท่วมไปตั้งที่ใหม่ เรียกชื่อบ้านว่า “หมู่บ้านพระเนตร “ หมู่ที่ ๔ ตำบลส้าน ส่วนสถานที่ใต้ร่มไม้ซึ่งเป็นที่พักอาศัยนั้น ต่อมาได้มีการสร้างเจดีย์ขึ้น เรียกว่า “พระเจดีย์บิด” คำว่า “บิด” มีความหมายว่า “เปลี่ยนไป ไม่ใช่ของเดิม” ครั้นต่อมาถูกน้ำเซาะตลิ่งพัง จึงได้ย้ายเจดีย์องค์นี้ไปไว้ในบริเวณวัดศรีบุญเรือง
สักการะพระพุธรูปปางพระประทับยืน ชมวิวเมืองน่าน พระธาตุเขาน้อย องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกัน จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542
สักการะพระธาตุวัดช้างค้ำ (วัดของเจ้าเมืองน่าน) เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีชื่อเต็มว่า "วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร" วัดพระธาตุช้างค้ำสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 โดยเจดีย์ช้างค้ำได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยและศิลปะพม่า เป็นหนึ่งในวัดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองน่านในอดีต จุดเด่นของวัดพระธาตุช้างค้ำ เจดีย์ประธานของวัด มีรูปช้างครึ่งตัวโผล่ออกมาจากฐานรอบ ๆ เจดีย์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แบบล้านนา อาคารและสิ่งก่อสร้างในวัดมีศิลปะแบบล้านนาผสมผสานกับศิลปะพม่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่
วัดมิ่งเมือง เป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของ เสาพระหลักเมืองน่าน ที่ใครไปเที่ยวน่าน ต้องไปไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถของวัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งของ เสาพระหลักเมืองน่าน (แต่เดิมเรียก เสามิ่งเมือง) ซึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลาจตุรมุขสีขาวที่มีลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม มียอดพรหมสี่หน้าเป็นตัวอาคาร เสาหลักเมืองมีความสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพระพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
หลังจากสักการะเสาพระหลักเมืองน่านแล้ว เดินเข้าไปในอุโบสถเพื่อสักการะพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ภายใน และชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงประวัติความเป็นมาของเมืองน่านและวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน
ชมภาพวาดหนานบัวผัน ที่วัดภูมินทร์กับกาลเวลากว่า 400 ปี ศรีเมืองน่านหลังจากพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน องค์ที่ 40 และองค์ที่ 41 แห่งนครเมืองน่าน ขึ้นครองนครได้ 6 ปี ก็ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2139 ซึ่งตรงกับสมัยล้านนา รวมระยะเวลาจวบจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) ก็มีอายุมากถึง 429 ปีแล้ว โดยที่มาของชื่อวัดนั้นมีปรากฏหลักฐานในคัมภีร์เมืองเหนือ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "แต่เดิมวัดภูมินทร์มีชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ ตามชื่อของเจ้าผู้ครองนคร แต่ก็ได้มีการเรียกชื่อเพี้ยนกันไปกลายเป็นวัดภูมินทร์ดั่งในปัจจุบัน" ซึ่งภายในวัดมีภาพจิตรกรรมที่สะดุดตาและมีชื่อเสียง คือ ปู่ม่านย่าม่าน (ภาพกระซิบรัก) เป็นผลงานของ "หนานบัวผัน" จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีฝีมือการวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ มีการใช้สีสันทันสมัย เช่น สีแดง ฟ้า ดำ และน้ำตาลเข้ม โดยภาพปู่ม่านย่าม่านมีลักษณะเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งคล้ายกำลังกระซิบสนทนา ได้ฉายาว่าภาพ "กระซิบรักบันลือโลก"
ร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า
ถ่ายรูปกับ ประตูบาหลีเมืองน่าน ถ่ายรูปกับซุ้มประตูบาหลีเมืองน่าน ประตูสวรรค์น่าน แลนด์มาร์กที่เที่ยวใหม่ แรงบันดาลใจจากบาหลีเป๊ะเที่ยวร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า
เข้าเช็คอินท์โรงแรม คืนที่ 2
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 3
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 4
โฮงเจ้าฟองคำ เป็นบ้านของเจ้าฟองคำ ซึ่งมีเชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 62 มีอายุกว่า 200 ปี เป็นบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง รูปแบบล้านนาโบราณ หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทบ้านพักอาศัย (คุ้มเจ้า) ประจำปี 2555 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ชั้นบนเป็นที่พักอาศัย และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตในอดีตและของโบราณที่มีคุณค่า เช่น เครื่องเงิน และผ้าทอ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมีชีวิต ซึ่งมีส่วนอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาวน่าน แต่เดิมนั้น ไม้ที่ถูกนำมาเป็นวัสดุสร้างตัวบ้านนั้นเป็นไม้สักที่ทำการผ่าและซ้อมถากด้วยขวานและมีด เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีเลื่อยขนาดใหญ่ ดังนั้น การประกอบตัวเรือนจึงไม่ได้ใช้ตะปู แต่จะใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้ โดยใช้สลักไม้ ซึ่งจะสามารถมองเห็นร่องรอยที่มีเหลืออยู่ในส่วนต่าง ๆ ของตัวบ้าน
กิจกรรม ทำสวยดอกไม้สำหรับนำไปกราบสักการะพระธาตุแช่แห้งท่านละ 30 บาท (ลูกค้าออกค่าใช้จ่ายเอง) ทำก๋วยสลาก 1 ชุด ชุดละ 200 บาท (ทางทัวร์แถมให้)
สักการะ พระธาตุแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง (พระธาตุปีเถาะ) เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยพญาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. 1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่พญาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. 1897 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุนักษัตรของคนเกิดปีเถาะ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้ง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน ชาวล้านนาเชื่อว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง
เดินทางขึ้นดอยภูคา ถ่ายรูปกับ ถนนหมายเลข 3 ของเมืองน่านเป็นถนนที่สวยมากอีกจุดหนึ่ง ด้วยความที่โค้งขึ้นเนินนั้นมีลักษณะคล้ายเลข 3 ทำให้จุดนี้เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ใครที่มาน่านก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกัน จนกลายเป็นแลนด์มาร์กอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาด
ถ่ายรูปกับ จุดชมวิวที่ความสูง 1715 จากน้ำทะเลเป็นจุดชมวิวที่มีความสูง 1715 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ บนทางหลวงหมายเลข 1256 เส้นทางจาก อ.ปัว ไปยัง อ.บ่อเกลือ ผ่านถนนลอยฟ้าดอยภูคามาไม่ไกลมาก และห่างจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะบรรยากาศดีมาก มาช่วงหน้าฝนโดนหมอกปกคลุมทั้งพื้นที่ แต่ก็ยังคงความธรรมชาติที่สวยงามอยู่ พอหมอกคลายตัวก็พอมองเห็นวิวภูเขาเขียวๆ เป็นภาพที่งดงามมาก
หมู่บ้านสะปัน ตั้งอยู่ใน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เป็นแหล่งโอโซนที่ดีอีกหนึ่งที่ของน่าน
จุดเช็คอิน ร้านกาแฟหยุดเวลา เป็นคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านสะปัน อำเภอบ่อเกลือ โดดเด่นด้วยวิวทิวเขาและทุ่งนาสวยงาม ถ้ามาช่วงหน้าฝนก็จะได้เห็นความเขียวขจีของทุ่งนา แต่ถ้ามาช่วงอากาศเย็นๆหน่อยก็จะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ ร้านมีระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านสะปันและภูเขาโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปหลักของที่นี่
เดินถนนคนเดินน่าน จะมีเฉพาะวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์เป็นแหล่งรวมของดีเมืองน่านทั้งอาหารและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อซื้อของเสร็จแล้วสามารถมานั่งทานตรงลานข่วงเมืองได้จะมีขันโตกไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้นั่งรับประทานอาหารและชื่นชมบรรยากาศจะมีเพลงดนตรีสดให้ฟังฟรี
เข้าเช็คอินท์โรงแรม คืนที่ 3
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 5
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 6
เดินตลาดเช้า และตักบาตรเช้า (อิสระ) ตลาดเช้าอีกเสน่ห์ของเมืองน่าน อันเนิบช้า ตลาดเช้าตั้งจิตนุสรณ์ จะมีพ่อค้าแม่ค้า นำสินค้าทางการเกษตร ขนส่งมาลงวางขายกันตั้งแต่ตีสองตีสาม เช้าๆ ก็จะมีสินค้า อาหารการกิน ของสด ของแห้ง วัตถุดิบต่างๆ ที่จะนำไปปรุงอาหาร แทบได้ว่าทุกอย่าง หากวันไหนมีโอกาสดีๆ จะมีพระสงฆ์องค์เจ้า เดินผ่านตลาด นักท่องเที่ยวสามารถมาทำบุญใส่บาตร พร้อมชมวิถีชีวิตในตลาดไปพร้อมๆ กัน ตลาดเปิดจนถึงสายๆ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อาคารแบบยุโรปสีขาวที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือสถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ "หอคำ" อันเป็นที่ประทับและว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบน จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างเช่น งาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่ใหญ่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ได้มาในสมัยพระยาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5
ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดี(ซุ้มดารา) เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยต้นลีลาวดีนี้จะขึ้นเป็นแถวเรียงราย 2 ข้างทางเดิน และแผ่ขยายโค้งเข้าหากัน เป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก
เที่ยว วัดภูเก็ต ดูเทือกเขาดอยภูคาตั้งอยู่ที่ ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของอำเภอปัว และเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน จุดเด่นของวัดนี้คือสามารถมองเห็นวิวของทุ่งนาและภูเขาเบื้องหลังได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว จะมีหมอกลอยอยู่เหนือภูเขา ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและงดงามมาก
เดินสะพานทุ่งนาที่ ลำดวนผ้าทอ กาแฟไทลื้อเป็นร้านขายผ้าพื้นบ้านแล้ว ก็ยังเป็นร้านกาแฟที่ไม่ธรรมดา มีวิวทุ่งนา ที่มีทางเดินเต็มไปด้วยผ้าทอหลากสีสันแสนสวยงาม
เที่ยว วัดก๋ง หรือ วัดศรีมงคล ชมวิวเทือกเขาดอยภูคาตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2395 และมี “หลวงปู่ครูบาก๋ง” หรือพระครูมงคลรังสี เป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านในแถบนี้ต่างให้ความเคารพนับถือ โดยเมื่อ พ.ศ.2474 คณะศรัทธาชาวบ้านก๋งได้นิมนต์หลวงปู่มาอยู่ประจำที่วัดบ้านก๋ง ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ก็ได้เริ่มพัฒนาวัดโดยชักชวนชาวบ้านบูรณะซ่อมแซมและสร้างกุฏิ วิหาร อุโบสถ ฯลฯ รวมถึงอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้หมั่นเข้าวัด รักษาศีล ฟังธรรม มีความสามัคคี จนชาวบ้านต่างเคารพศรัทธา และวัดบ้านก๋งก็มีความเจริญรุ่งเรืองสืบมา
เที่ยว วัดหนองบัว (เป็นชุมชนไทยลื้อที่ย้ายมาจาก12 ปันนาประเทศจีน) อำเภอท่าวังผา ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังแบบไทลื้อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากและยังเป็นวัดเก่าแก่ของหมู่บ้านจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดไทลื้อแห่งนี้ สร้างราว พ.ศ. 2405 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพ
จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ เล่าเรื่องในปัญญาชาดก ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า สันนิษฐานว่าเขียนโดยทิดบัวผัน ช่างเขียนลาวพวนที่บิดาของครูบาหลวงสุ ชื่อนายเทพ ซึ่งเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ (เจ้าเมืองน่าน พ.ศ. 2395-2434) ได้นำมาจากเมืองพวน แคว้นหลวงพระบาง นอกจากนั้นยังมีภาพที่นายเทพและพระแสนพิจิตรเป็นผู้ช่วยเขียนจนเสร็จ
"สินค้าเมืองน่าน ของฝากคัดสรร" ร้านต้นน่าน จำหน่ายสินค้าและของฝาก ที่รวบรวมและคัดสรรจากผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่ดีที่สุดของ จ.น่าน มาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ ของตกแต่ง ตลอดจนงานฝีมือที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของ จ.น่าน
ส่งสนามบินน่าน จบทริป
เงื่อนไขการจอง
หมายเหตุ : ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ ควรอ่านเงื่อนไขการจองอย่างครบถ้วน แล้วจึงชำระมัดจำ
โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยยึดประโยชน์ของลุกค้าเป็นสำคัญ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา