
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 21 มิ.ย. 69 - 27 มิ.ย. 69 | 85,500 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 ก.ย. 69 - 26 ก.ย. 69 | 85,500 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ต.ค. 69 - 24 ต.ค. 69 | 88,500 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 พ.ย. 69 - 28 พ.ย. 69 | 85,500 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 06 ธ.ค. 69 - 12 ธ.ค. 69 | 88,500 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 ธ.ค. 69 - 02 ม.ค. 70 | 93,500 บาท | 9,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
12.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Turkmenistan Airlines เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน เนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป การจัดที่นั่งจะเป็นระบบ RANDOM ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกัน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสายการบิน**
15.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอาชกาบัด (Ashgabat) โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines เที่ยวบินที่ T5 648
(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
20.10 น. เดินทางถึง สนามบินอาชกาบัด (Ashgabat International Airport) (เวลาของเติร์กเมนิสถานช้ากว่าไทย 2 ชั่วโมง)
หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและผ่านด่านศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองอาชกาบัด (Ashgabat) เมืองหลวงของประเทศเติร์กเมนิสถาน เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียกลาง หรือเรียกอีกชื่อว่า “เมืองแห่งความรัก” เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเติร์กเมนิสถาน ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลทรายคาราคุม (Karakum) และ เทือกเขาโคเพตแด๊ก (Kopet Dag) เป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลและศูนย์กลางการบริหารประเทศเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) อีกทั้งภายในเมืองอาคารทุกหลังจะมีสีขาวประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสวยงาม จึงได้ชื่อว่าเป็น เมืองหินอ่อนสีขาว…
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sport Hotel หรือเทียบเท่า
**เพื่อความสะดวก กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็กใส่สัมภาระ พักค้างคืนที่ดาร์วาซ่า 1 คืน**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองนิสา (Nisa) หรือ เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิพาร์เธียน ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของเทือกเขาโคเพตแด๊ก ใกล้เมืองอาชกาบัดในปัจจุบัน ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองหลวงในยุคแรกของจักรวรรดิพาร์เธียน ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสมัยโบราณ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 3 โดยราชวงศ์ Arsacid และมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของโลกยุคโบราณ ภายใต้ การปกครองของพระเจ้ามิธริดาเตสที่ 1 เมืองนี้ประสบกับช่วงเวลาของการขยายตัวและความเจริญรุ่งเรือง โดยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการพาณิชย์บนเส้นทางสายไหม สถาปัตยกรรมและการออกแบบของเมืองได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมกรีกและโรมัน ทำให้เกิดการผสมผสานที่มีเอกลักษณ์ระหว่างสไตล์ท้องถิ่นและโบราณ ในช่วงที่รุ่งเรือง Old Nisa เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมและการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามความเสื่อมถอยเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสต์ศักราช เนื่องจากความขัดแย้งภายในและแรงกดดันจากภายนอกจากจักรวรรดิใกล้เคียง ในที่สุดเมืองนี้ก็ถูกทิ้งร้างในศตวรรษที่ 3 และซากปรักหักพังถูกค้นพบอีกครั้งในศตวรรษที่ 19 ปัจจุบัน Old Nisa ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ให้คุณได้สัมผัสโลกยุคโบราณและมรดกของจักรวรรดิพาร์เธียน และเป็นเส้นทางการค้าที่มีชื่อเสียงของเส้นทางสายไหมทอดผ่านจักรวรรดิ ปาร์เธียน ภายในบริเวณประกอบด้วยอาคารและป้อมปราการที่สำคัญหลายแห่ง…หลังจากนั้นนำท่านชม ป้อมปราการโบราณ ปาร์เทียน (Parthian Fortress of Nisa) ชมร่องรอยแห่งอารยธรรมโบราณที่ยังคงหลงเหลือให้ได้ชมจากซากปรักหักพังที่พอจะสามารถสันนิษฐานถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรแห่งนี้ในอดีตกาล ไม่ว่าจะเป็น พระราชวัง อาราม หรือ ห้องพระคลัง ห้องเก็บไวน์ และห้องเก็บพืชผลต่าง ๆ นอกจากนี้เมืองนิสา ยังได้ชื่อว่า เป็นเมืองสำคัญในการทำการค้าระหว่างเปอร์เซีย กรีก และ เอเชียกลาง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพป้อมปราการโบราณได้ตามอัธยาศัย...จากนั้นนำชม มัสยิดเติร์กเมนบาชิ รูฮี (Turkmenbashi Ruhy Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง และ มัสยิดหลักของประเทศเติร์กเมนิสถาน สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2545-2547 ตามความคิดริเริ่มของ เติร์กเมนบาชิ หมายถึง "มัสยิดแห่งจิตวิญญาณเติร์กเมนบาชิ" หรือ "มัสยิดแห่งจิตวิญญาณแห่งเติร์กเมนบาชิ" มัสยิดแห่งนี้ตั้งอยู่ในกึปจัก ภายในมัสยิดมีโถงละหมาดขนาดใหญ่ ที่มีเสาสีขาวและโดมสีฟ้าท้องฟ้าที่ทาสีอย่างหรูหรา พื้นห้องทำความร้อนปูด้วยพรมเติร์กเมนิสถานทำมือขนาดใหญ่ สามารถรองรับคนได้ประมาณ 10,000 คน แต่โดยปกติจะมีผู้เยี่ยมชมน้อยคน ใต้มัสยิดมีที่จอดรถใต้ดินสามารถจอดรถได้มากกว่า 400 คัน…
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านดาร์วาซ่า (Darvaza-Derweze) (ระยะทาง 277 กม. / 3.25 ชม.) หรือที่เรียกกันว่า “ประตูสู่นรก-ประตูแห่งไฟ” (Gateway to Hell-Door to Hell) หลุมไฟดาร์วาซ่า เป็นชื่อเรียกของหลุมขนาดมหึมาที่อยู่กลางทะเลทรายคาราคุม (Karakum) ใกล้หมู่บ้านดาร์วาซ่า จังหวัดอาฮาล ประเทศเติร์กเมนิสถาน ห่างจากเมืองอาชกาบัด เมืองหลวงของประเทศเติร์กเมนิสถานไปทางเหนือประมาณ 260 กิโลเมตร หลุมยักษ์ที่มีความกว้าง 69 เมตร และลึก 30 เมตร เป็นผลที่เกิดจากความผิดพลาดในการขุดเจาะสำรวจน้ำมันของทีมวิศวกรจากสหภาพโซเวียต ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2514 ทำให้พื้นดินจุดที่ตั้งแท่นขุดเจาะนั้นยุบลงไปเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ และมีข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญในประเทศเติร์กเมนิสถานระบุว่า หลุมไฟดาร์วาซ่า เกิดขึ้นมานานกว่า 50 ปีแล้ว แต่การลุกไหม้เกิดเป็นไฟโชติช่วงอยู่ภายในหลุมในอีกประมาณ 20 ปีต่อมา และยังไม่ดับลงจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ทะเลทรายแห่งนี้มีแสงจากไฟลุกโชนตลอด 24 ชั่วโมง กลายเป็น หนึ่งใน Unseen ของโลก...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ *แบบบาร์บีคิว* ท่ามกลางทะเลทรายคาราคุม (Karakum)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Yurt Camp หรือเทียบเท่า
**ที่พักคืนนี้ เป็นเต๊นท์สำหรับนอนพักแรม ซึ่งสามารถนอนได้ 2-4 ท่านต่อ 1 เต๊นท์ ในช่วงเวลากลางคืนอากาศจะค่อนข้างหนาวเนื่องจากบรรยากาศรอบข้างเป็นทะเลทราย ภายในเต๊นท์จะมีแผ่นรองนอน และถุงนอนเตรียมไว้ให้แล้ว อาหารที่รับประทานจะถูกปรุงสุกโดยไกด์ท้องถิ่นชาวเติร์กเมนิสถานในสไตล์ BBQ **
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอาชกาบัต (Ashgabat) (ระยะทาง 277 กม. / 3.25 ชม.) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทาง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม พิพิธภัณฑ์พรมแห่งขาติเติร์กเมนิสถาน (Turkmen Carpet Museum) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2536 ตามคำสั่งของประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถาน มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์พัฒนาศิลปะการทอพรม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมตัวอย่างพรมไว้มากกว่า 2,000 ชิ้น นอกจากตัวอย่างพรมขนาดเล็กแล้ว ยังมีพรม “ยุคทอง” ซึ่งถูกบันทึกในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นพรมทอมือที่ใหญ่ที่สุด ท่านจะได้สัมผัสกับลวดลายที่หลากหลายจากภูมิภาคต่าง ๆ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับพรม ตั้งแต่เทคนิคการย้อมสี วัสดุและเครื่องมือที่ใช้ ความหมายของแต่ละลวดลาย ความแตกต่าง และเทคนิคการทอพรม...นำท่านผ่านชม อนุสาวรีย์อิสรภาพของ เติร์กเมนิสถาน (Independence Monument) สัญลักษณ์แห่งความเป็นอิสระของประเทศในรูปแบบเสาสูง 118 เมตร ด้านบนของอนุสาวรีย์ประดับด้วยพระจันทร์เสี้ยวพร้อมดาวห้าดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีของชนเผ่าเติร์กเมนิสถานทั้งห้า...ชม อนุสาวรีย์หนังสือรูห์นามา (Ruhnama Monument) เป็นรูปปั้นหนังสือขนาดใหญ่ เป็นเสมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขียนโดยประธานาธิบดีคนแรกของเติร์ก ซาปาร์มีรัต นิยาซอฟ เขียนขึ้นเพื่อสร้างเอกลักษณ์ประจำชาติให้กับชาวเติร์กเมนิสถาน...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sport Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมด้านนอก ทำเนียบประธานาธิบดี (The Presidential Palace) อาคารในสถาปัตยกรรมร่วมสมัย สะท้อนถึงมรดกทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่สืบทอดจากเปอร์เซียโบราณ ผ่านชม อาคารรัฐสภา (Turkmen Parliament Building) มีสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกผสมผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น ใช้หินอ่อนสีขาวเป็นวัสดุหลัก พร้อมโดมสีทองและเสาโรมันขนาดใหญ่ สะท้อนความหรูหราและอำนาจของรัฐ...ผ่านชม ด้านนอก พระราชวังโอกูซฮัน (Oguzhan Palace) เป็นที่ทำงานและพำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งเติร์กเมนิสถาน สร้างขึ้นใหม่ในปี 2008–2011 ด้วยหินอ่อนสีขาวและโดมทองขนาดใหญ่ มีธงชาติเติร์กเมนบนยอดโดม สื่อถึงความมั่งคั่งและอำนาจ, หน้าต่างกรอบทอง ตกแต่งด้วยลวดลายแบบเติร์กเมนที่พบในพรมและธงชาติ...จากนั้นเข้าสู่ ตลาดรัสเซีย (Russian Bazaar) หรือที่รู้จักกันในชื่อตลาด Gulistan ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองอาชกาบัต เป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกัน อันเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าเติร์กเมนิสถานแบบดั้งเดิมควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ของรัสเซีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่หลากหลายที่หล่อหลอมภูมิภาคนี้ มีตั้งแต่ผักสดและผลไม้สุก ไปจนถึงถั่วและเครื่องเทศนานาชนิด อีกทั้งยังมีแผงขายสิ่งทอ เสื้อผ้า ของใช้ในครัวเรือน และงานฝีมือแบบดั้งเดิมของประเทศเติร์กเมนิสถาน พรมที่มีลวดลายประณีต ซึ่งทอด้วยมือโดยช่างฝีมือผู้ชํานาญโดยใช้เทคนิคเก่าแก่ เป็นที่ต้องการของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ อิสระให้ท่านเดินชม ชิม ช้อป ตามอัธยาศัย...
จากนั้นนำท่านชมความงามของ มัสยิดเออร์โตกรุล กาซี (Ertogrul Ghazi Mosque) มัสยิดขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงสุลต่าน Erturul ผู้สถาปนาจักรวรรดิออตโตมานที่ยิ่งใหญ่ในอดีต โดดเด่นด้วยหอมินาเรต 4 หอ โดมตรงกลางและการตกแต่งภายในอย่างสวยงามด้วยหน้าต่างกระจกสี มีลักษณะกล้ายกับสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ที่อิสตันบูล...จากนั้นเข้าสู่ Arkach Shopping Center ศูนย์การค้าอันทันสมัยและใหม่ล่าสุด เปิดให้บริการเมื่อ มีนาคม 2024 ที่นี่มีทุกอย่างครบครัน ทั้งร้านอาหารอย่าง Lokum, MB, Drli, CZN, Waka, La Casa และ Mado ร้านเสื้อผ้าอย่าง Mango, LCW, De Facto และ Lacoste และซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Kamil Market ซึ่งมีขนาดประมาณ Migros 3M ฯลฯ...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม ลานเสาธงแห่งเติร์กเมน (Ashgabat Flagpole) ที่เสาธงมีความสูงถึง 133 เมตร พร้อมผืนธงชาติขนาดใหญ่โบกสะบัดอย่างสง่างามอยู่เหนือท้องฟ้า...นำท่านสู่ ศูนย์ฝึกและการแสดงม้า ศูนย์ขี่ม้าแห่งนี้ใช้ฝึกม้าสําหรับกองกําลังติดอาวุธและหน่วยงานที่สำคัญของรัฐ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 2023 เป็นคอมเพล็กซ์ขนาด 40 เฮกตาร์ มีความจุสําหรับม้า 500 ตัว พื้นที่แยกต่างหากสําหรับบรรทุกและคลอดลูก หลุมฝึกซ้อม และสนามแข่ง ศูนย์การแพทย์สําหรับเจ้าหน้าที่และสําหรับม้าและมีอุปกรณ์ครบครัน มีที่พักที่สะดวกสบายสําหรับเจ้าหน้าที่และนักเรียนที่ต้องการฝึกกับม้า ให้ท่านได้ชม การแสดงของม้า Akhal Teke Horse ม้าที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในโลก เปล่งประกายและมีผิวมันวาวราวกับโลหะสีบลอนด์ ที่สะท้อนแสงแวววับอย่างไม่น่าเชื่อ ตามตำนานกล่าวว่า ม้าพันธุ์นี้ยามที่ออกวิ่ง บริเวณแผงคอจะมีเหงื่อไหลออกมา เป็นสีแดงสดคล้ายเลือด จนได้ฉายาว่า “ม้าเหงื่อโลหิต”... จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขาชูลี (Chuli Valley) ตั้งอยู่ห่างจากอาชกาบัตไปทางทิศตะวันตก 45 กม. ในเชิงเขาของเทือกเขาโคเพ็ตแดก เพื่อรับประทานอาหาร...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
หลังอาหารค่ำ สมควรแก่เวลาแล้ว…เดินทางกลับสู่ เมืองอาชกาบัต (Ashgabat)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sport Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองแมรี่ (Mary) (ระยะทาง 369 กม. / 3.45 ชม.) ระหว่างทางแล่นผ่านทะเลทรายคาราคุม (Karakum) และถนนสายใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงเป็นมอเตอร์เวย์ ทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก... Mary เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ เติร์กเมนิสถาน สืบทอดมรดกจาก เมืองโบราณ Merv ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Murgab และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดแมรี่ มีประชากรราว 208,000 คน (ค.ศ. 2024) และอยู่ห่างจากซากเมืองโบราณ Merv ประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกยูเนสโก...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม เมืองโบราณเมิร์ฟ (Merv) เมืองโบราณแห่งเอเชียกลาง “เมิร์ฟ” เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองโอเอซิสบนเส้นทางสายไหม และพัฒนาเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่เชื่อมต่อเปอร์เซียและเอเซียกลาง เมิร์ฟกลายเป็นเมืองหลวงและเจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคเซลจุค
เชื่อกันว่ามีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน ต่อมาเมืองนี้ถูกทำลายจากการรุกรานของมองโกลในปี ค.ศ. 1221 และชาวเมิร์ฟส่วนใหญ่ถูกสังหาร ส่งผลให้เมิร์ฟสูญหายไปจากประวัติศาสตร์ ซากปรักหักพังมีตั้งแต่สมัยราชวงศ์เซลูซิด (ศตวรรษที่ 4-3 ก่อนคริสตกาล) ไปจนถึงราชวงศ์ซาสซานิด (ศตวรรษที่ 3-7 ก่อนคริสตกาล) และยังมีร่องรอยของการแผ่ขยายของศาสนาโซโรอัสเตอร์ ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ ซากปรักหักพังประกอบด้วยอาคารจากยุคเซลจุค มรดกโลกแห่งแรกของเติร์กเมนิสถานในปี พ.ศ. 2542 นำท่านชม สุสานโซลตัน ซานจาร์ (Soltan Sanja Mausoleum) หนึ่งในอาคารที่สวยงามที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมืองเมิร์ฟ มีรูปทรงคล้ายกล่องลูกบาศก์ขนาดใหญ่ มีโดมขนาดใหญ่อยู่ด้านบน มีหลุมฝังศพเพียงหลุมเดียวอยู่ตรงกลาง และมีหน้าต่างเล็ก ๆ บานเดียวอยู่ด้านบนสุด…
ชม ศาลเจ้าโฮจา ยูซุฟ ฮาเมดานี่ (Yusup Hemedani Shrine) สถานที่มีความสำคัญเป็นอันดับสามของโลก รองจากนครเมกกะและเมดินา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งของเติร์กเมนิสถาน...ชม Aivans of Askhabs กลุ่มสุสานและอาคารทางศาสนาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่สหายของศาสดามุฮัมมัดสองท่าน คือ บุรัยดะห์ อิบนุ อัล-ฮุซัยบ์ อัล-อัสละมี และ อัล-ฮะกัม อิบนุ อัมร์ อัล-ฆิฟารี ที่สะท้อนประวัติศาสตร์กว่า 1,400 ปีของโลกอิสลามและเอเชียกลาง เป็นสถานที่ที่ผสมผสานความศรัทธาและศิลปะสถาปัตยกรรมได้อย่างงดงาม มีซุ้มประตูสูงราว 12 เมตร ประดับด้วยกระเบื้องสีน้ำเงินและสีเทอร์ควอยส์ ส่วนหลุมศพทำจากหินอ่อนสีดำ แกะสลักลวดลายดอกไม้และอักษรคูฟิก และมีคำว่า “อัลลอฮ์” เขียนด้วยอักษรคูฟิกบนผนังด้านหลัง...Erk Kala ป้อมปราการโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเมิร์ฟ สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล และถือเป็นศูนย์กลางดั้งเดิมของเมืองเมิร์ฟบนเส้นทางสายไหม ปัจจุบันยังคงเห็นกำแพงสูง 25–29 เมตรและซากพระราชวังภายในได้อย่างชัดเจน... Gawurgala คือป้อมปราการโบราณที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเมิร์ฟ สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล และเป็นศูนย์กลางเมืองในยุคซาซาเนียน (Sasanian) ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วย Sultan Kala ในยุคกลาง... Great Kyz Kala เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Kyz Kala (มีทั้ง Great, Small และ Green Kyz Kala) สร้างด้วยอิฐดินดิบ หนาและแข็งแรง ผนังด้านนอกมีลักษณะเป็นลอนคลื่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสถาปัตยกรรมเมิร์ฟ และเชื่อว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงหรือผู้ปกครองท้องถิ่น ภายในมีห้องพักหลายห้องและลานกลางใช้ทั้งเป็นที่อยู่อาศัยและป้องกันภัย...
หลังจากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองแมรี่ ชม โบสถ์พระแม่มารี (Virgin Mary Orthodox Church) เป็นโบสถ์ออร์โธด็อกซ์รัสเซียในแมรี่ สร้างขึ้นราวปี ค.ศ.1900 โดยกองกำลังรัสเซียที่เข้ายึดเมืองแมรี่ได้ในปี 1884 สร้างด้วยอิฐแดงทั้งหมด และตกแต่งด้วยกระเบื้องสีขาวบางส่วน ตามซุ้มและกรอบหน้าต่าง โดมทรงหัวหอมสีทองพร้อมไม้กางเขนออร์โธด็อกซ์ ภายในมีผนังสีฟ้าอ่อน ประดับด้วยไอคอนศาสนาจำนวนมาก และโคมระย้าสำริด ปัจจุบันยังคงเปิดใช้งานและเป็นศูนย์กลางศาสนาของชุมชนรัสเซียขนาดเล็กในเมืองแมรี่...ผ่านชม หอสมุดแห่งชาติแมรี่ (Mary Library) เป็นอาคารที่สวยงาม เป็นสถาปัตยกรรมโดมรูปกลีบดอกทิวลิปที่โดดเด่น และโดยมีรูปปั้นสีทองของประธานาธิบดีคนแรกอยู่ด้านหน้าหอสมุด... โรงละครแห่งชาติแมรี่ (Mary National Theater) หรือชื่อเต็มว่า “Kemine State Drama Theater” เป็นโรงละครหลักของเมืองแมรี่ ประเทศเติร์กเมนิสถาน ใช้จัดการแสดงละครเวที ดนตรี และกิจกรรมทางวัฒนธรรมระดับภูมิภาคและระดับชาติ ปัจจุบันยังคงเป็นศูนย์กลางศิลปะการแสดงของแคว้นแมรี่ ตัวอาคารออกแบบสไตล์คลาสสิกผสมผสานกับความทันสมัย... Palace of Spirituality ในเมืองแมรี่ หมายถึงอาคารวัฒนธรรมและศูนย์กลางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับพิพิธภัณฑ์และสถานที่ทางศาสนา–วัฒนธรรมของภูมิภาค โดยมักใช้เรียก “Mary State History and Country Learning Museum” ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของชาวเติร์กเมน ตัวอาคารเป็นแบบสมัยใหม่ผสมผสานลวดลายดั้งเดิมของเติร์กเมน...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Margush Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอาชกาบัต (ระยะทาง 369 กม. / 3.45 ชม.) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทาง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม ด้านนอก พระราชวังงานแต่งงาน (Wedding Palace Viewpoint) สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งโรงแรม BAGT KOSGI และสถานที่จัดงานแต่งงานควบคู่กันไป เป็นอาคารที่มีรูปลักษณ์แปลกตา เป็นรูปดาวแปดแฉกอยู่บนแต่ละด้าน มีลูกทรงกลมขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ซึ่งมีแผนที่ของประเทศเติร์กเมนิสถานประดับอยู่ อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ในยามค่ำคืนอาคารแห่งนี้จะสว่างไสวด้วยแสงสี เปลี่ยนไปในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้า สีทอง สีม่วง สีแดง สีเขียว ฯลฯ อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย...
จากนั้นชม อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำ (People’s Memory Monument Complex) ครอบคลุมพื้นที่ 650,000 ตารางเมตร ยาว 916 เมตร กว้าง 626 เมตร กลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารที่เสียชีวิตของประเทศเติร์กเมนิสถาน ครอบคลุมองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมหลัก "Eternal Glory" เพื่อรําลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในช่วงสงครามแห่งความรักชาติครั้งใหญ่ และผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมืองอาชกาบัต ปี พ.ศ.2491… สมควรแก่เวลาแล้ว..นำท่านเดินทางสู่ สนามบินอาชกาบัต (Ashgabat International Airport)
18.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines เที่ยวบินที่ T5 641
(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
03.10 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...พร้อมความประทับใจ...
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา