
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 23 ก.ย. 69 - 29 ก.ย. 69 | 64,900 บาท | 8,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 07 ต.ค. 69 - 13 ต.ค. 69 | 65,900 บาท | 8,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ต.ค. 69 - 27 ต.ค. 69 | 65,900 บาท | 8,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 พ.ย. 69 - 24 พ.ย. 69 | 64,900 บาท | 8,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 02 ธ.ค. 69 - 08 ธ.ค. 69 | 65,900 บาท | 8,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 09 ธ.ค. 69 - 15 ธ.ค. 69 | 65,900 บาท | 8,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 ธ.ค. 69 - 05 ม.ค. 70 | 69,900 บาท | 8,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
13.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Uzbekistan Airways (HY) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
16.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทาชเคนต์ (Tashkent) ประเทศอุซเบกิสถาน โดยสายการบิน Uzbekistan Airways เที่ยวบินที่ HY 534
(บริการอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
23.00 น. เดินทางถึง สนามบินทาชเคนต์ (Tashkent International Airport) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและผ่านด่านศุลกากรแล้ว (เวลาที่เมืองทาชเคนต์ ช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองทาชเคนต์ (Tashkent) ประเทศอุซเบกิสถาน เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ มีความหมายว่า เมืองแห่งศิลา (The City of Stone) เป็นเมืองที่ใหญ่ประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์ กลางของวัฒนธรรมในเอเชียกลาง มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เป็นประเทศในเอเชียกลางที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Double Landlocked Country) มีพรมแดนติดประเทศคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอัฟกานิสถาน นำท่านชมความสวยงามของเมืองหลวง ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1966 เมืองนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมจากจีนสู่ยุโรป และหลังจากการปฏิวัติ เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยออกแบบในสไตล์ของโซเวียต...
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Baden Baden Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม จัตุรัสอามีร์ ตีมูร์ (Amir Timur Square) ซึ่งเป็นหัวใจของเมืองทาชเคนต์ ตัวอนุสาวรีย์ทำจากสัมฤทธิ์ เป็นรูปตีมูร์ประทับบนหลังม้าอย่างสง่างาม เดิมเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์คาร์ล มาร์ค แต่หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย รัฐบาลได้ทำ การปรับเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ ให้เป็นอนุสาวรีย์ของรัฐบุรุษแห่งชาติ “ขุนศึกตีมูร์” ที่เป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิตีมูร์ขึ้นมา บริเวณรอบจัตุรัส อนุสาวรีย์ ยังล้อมรอบไปด้วยอาคารสำคัญต่าง ๆ ซึ่งมีความเก่าแก่ร่วม 300 ปี อิสระให้ท่านถ่ายภาพตามอัธยาศัย...
นำท่านผ่านชม โรงละครอลิสเชอร์ นาวอย (Alisher Navoi Opera and Ballet Theatre) *ชมภายนอก* ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1947 โดยสถาปนิกชาวรัสเซีย อเล็ก เซย์ชูเซฟ (Aleksey Shchusev) ซึ่งเคยเป็นผู้ออกแบบที่ฝังศพของเลนินมาก่อน สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงและเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งของประเทศอุซเบกิสถาน เพื่อระลึกถึงนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีผลงานทางด้านการประพันธ์ศิลปะและดนตรี และที่สำคัญยังมีบทบาททางด้านการเมืองอีกด้วย...ผ่านชม พระราชวังโรมานอฟ (Former Residence of Prince Romanov/The Palace of Grand Duke Nicholas Constantinovich) *ชมภายนอก* ที่ประทับของเจ้าชายนิโคลาส คอนสแตนติโนวิช หลานชายของซาร์นิโคลัสที่ 1 แห่งราชวงศ์โรมานอฟ ที่ได้เสด็จหนีออกมาอยู่ที่เมืองทาชเคนต์ในปี ค.ศ. 1877 โดยวังที่พักแห่งนี้ีถูกสร้างขึ้นราว ค.ศ. 1891 และอยู่ในวังแห่งนี้จนเสียชีวิตในปีค.ศ. 1918 งดงามด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบที่ล้ำยุคแห่งกาลเวลาของเบน๊อตและเกย์ทเซลแมน... ชม จัตุรัสเสรีภาพ หรือ จัตุรัสมุสตาคิลลิก (Independence Square หรือ Mustakillik Square) เป็นหัวใจของเมืองและเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพของคนในชาติทางเดินสู่จัตุรัสออกแบบด้วยประตูโค้งที่สวยงาม กับรูปปั้นนกกระทุงแปดตัวบินขึ้นสู่ท้องฟ้าผ่านความหวังไปยังใจกลางของจัตุรัส และอีกด้านของจัตุรัสเป็นอนุสาวรีย์ทหารและวีรชนที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2...
แวะชม Memorial Square อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ ที่ระลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเป็นรูปปั้นแม่ผู้ โศกเศร้าที่กำลังรอลูกชายอยู่ด้านหน้าพร้อมเปลวไฟนิรันดร์...
นำท่านเข้าสู่ ศูนย์อาหาร Besh Qozon (Central Asian Pilaf Centre) ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเชียกลาง ชมวิธีการเตรียมและกรรมวิธีการทำอาหาร Pilaf ในกระทะขนาดใหญ่ ท่านจะได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารและเครื่องเทศ และมีการแสดงขนาดเล็กที่เชฟระดับปรมาจารย์แสดงทักษะของพวกเขาด้วยไฟและกระทะขนาดใหญ่ อันเป็นรสชาติของอาหารอุซเบกิสถานแท้ ๆ ซึ่งมีชื่อเสียงมากที่สุด คือ พิลาฟกับเนื้อแกะหรือเนื้อวัว บางครั้งก็มีเนื้อม้า พิลาฟ-Pilaf หรือ โพลฟ-Plov เป็นชื่อเรียกของ “ข้าวหมก” โดยนำเนื้อไปทอดน้ำมันกับหัวหอม แครอท ถั่วลูกไก่ ลูกเกด เติมน้ำต้มไปสักพัก นำข้าวลงหุงและคอยคนไปเรื่อย ๆ จนสุก …Pilaf มีที่มาจากประเทศอุซเบกิสถาน โดยตำนานของพิลาฟนั้น เชื่อกันว่ามาจากตอนที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ยึดเมืองมาราคานดา ปัจจุบันคือ ซามาร์คานด์ ได้ และมีการเลี้ยงฉลองชัยชนะ ชาวเมืองได้ทำข้าวหมกถวายให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ฯ และพระองค์ติดใจรวมทั้งเหล่าทหารต่างติดใจ และได้นำสูตรกลับไปมาซิโดเนียและเผยแพร่ไปทั่วคาบสมุทรบอลข่านจนถึงปัจจุบัน...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม มัสยิดไมเนอร์ (Minor Mosque) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทาชเคนต์ เป็นมัสยิดสมัยใหม่ แต่สร้างขึ้นตามแบบอิสลามดั้งเดิม ผสมผสานความสง่างามและจิตวิญญาณได้อย่างลงตัว เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ.2013 และเปิดในเดือนตุลาคม 2014 เป็นมัสยิดขนาดเล็ก แต่สวยงามมาก สถาปัตยกรรมแบบหินอ่อนสีขาวที่งดงามตระการตาเปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสดงแดด มีโดมสีฟ้าตั้งเด่นเป็นสง่า และหออะซานเรียวยาว 2 หอ สูงถึง 42 เมตร ภายในตกแต่งในสไตล์ตะวันออกดั้งเดิม ประดับประดาด้วยงานแกะสลักอักษรวิจิตรงดงามและโมเสคหลากสีสัน...จากนั้นชม หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ทาชเคนต์ (Tashken Television Tower) ตัวหอคอยสูง 375 เมตร สูงเป็นอันดับ 11 ของโลกจากหอคอยกว่า 200 แห่งทั่วโลก และสูงที่สุดในเอเชียกลาง เป็นสิ่งก่อสร้างของโซเวียตในปี 1985 ออกแบบมาเพื่อทนต่อแผ่นดินไหวขนาดไม่เกิน 9 ริกเตอร์ จุดชมวิวที่ความสูง 100 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพแบบ พาโนราม่า 360 องศาของทั้งเมือง...
17.30 น. บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟทาชเคนต์
19.48 น. ออกเดินทางสู่ เมืองบูคาร่า (Bukhara) โดย รถไฟความเร็วสูง Afrosiyob High Speed Train
*** กรณีที่รถไฟ Afrosiyob High Speed Train งดให้บริการในวันดังกล่าว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนการเดินทางเป็น Express Train หรือ เดินทางโดยรถยนต์แทน ***
23.59 น. เดินทางถึง สถานีรถไฟบูคาร่า เดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Omar Khayyam Hotel หรือเทียบเท่า
เมืองบูคาร่า เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดบูคาร่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอุซเบกิสถาน ในอดีตเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขา สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาในฤดูใบไม้ผลิ และยังเป็นเมืองที่กำเนิดงานเขียนของผู้ที่นับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของบุคคลสำคัญ มีสุเหร่า อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน โรงเรียนสอนศาสนา และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1993...
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ด้านนอก ของ ป้อมดิอาร์ค ป้อมปราการแห่งบูคาร่า (Ark of Bukhara) สถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์อันสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ของเมืองแห่งนี้รวมทั้งยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในบูคาร่า ถูกสร้างด้วยอิฐหนาทึบและสูงใหญ่ ส่วนประตูมีซุ้มโค้งและหอคอยทั้งสองด้าน ซึ่งในอดีตภายในถูกใช้เป็นศูนย์กลางการปกครอง ตัวป้อมมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 25 ไร่ กำแพงที่ล้อมรอบยาวถึงเกือบ 800 เมตร และมีความสูงตั้งแต่ 16-20 เมตร ด้านในป้อมแห่งนี้ ประกอบไปด้วยส่วนที่พักของอามีร์ ห้องบัลลังก์ กองตำรวจ คอกสัตว์ ห้องเก็บเครื่องแต่งกาย ห้องพรม ห้องครัว ห้องสมบัติ ห้องพระคลัง คุก ห้องอัญมณี โรงกษาปณ์ มัสยิด มาซาส์ (สุสาน) ฯลฯ และเมื่อขึ้นไปด้านบนของป้อมจะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างชัดเจน...จากนั้นชม สุเหร่าไม้ โบโลเฮ้าส์ (Bolo Hauz Mosque) เป็นอาคารสุเหร่าในสมัยกลาง ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1712-1713 รูปแบบในการก่อสร้างประกอบไปด้วยเสาไม้ที่มีความสูงมาก อาคารด้าน หน้ามีเสาไม้ประดับมากกว่า 20 ต้น รองรับดาดฟ้าหลังคา ต่อมาในปี ค.ศ. 1917 ก็ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสุเหร่าอย่างเป็นทางการมาจนถึงปัจจุบันนี้…
นำท่านเข้าสู่ Lyabi-Hauz Square โดยรอบเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ใจกลางเมืองบูคาร่า สร้างขึ้นในช่วงศตวรรณที่ 16-17 มีศูนย์กลางรอบสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Hauz และมีน้ำพุที่สวยงาม รอบ ๆ บริเวณเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ต์ ถัดไปจะเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นและมี อนุสาวรีย์ Khoja Nasreddin เป็นตัวละครพื้นบ้านในตำนานที่รู้จักกันทั่วเอเชียกลาง อดีตวีรบุรุษตะวันออก นักปรัชญาพื้นบ้าน ผู้มีไหวพริบและผู้สร้างอารมณ์ขัน...ชม โรงเรียนสอนศาสนา คูเคลดาช (Kukeldash) ที่ถูกสร้างขึ้นทางด้านเหนือในปี ค.ศ. 1568-1569…ชม โรงเรียนสอนศาสนา นาเดียร์ ดีวาน เบกี (Nadir Divan Begi Madrassah) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเป็นที่สำหรับสอนศาสนา ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1620 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสระน้ำบริเวณจัตุรัส อาคารมีลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางเป็นห้องโถงโดมกว้างขวาง โดยมีห้องเล็ก ๆ ถึง 14 ห้อง...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
บ่าย นำท่านชม คารอน มินาเรต (Karon Minaret) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1127 คำว่า คาลอน แปลว่า “ยิ่งใหญ่” ส่วนคำว่า มินาเรต มาจากคำว่า มานารา (Manara)ในภาษาอาหรับที่แปลว่า “หอ” ใช้สำหรับเรียกผู้คนให้เข้ามาทำการละหมาดที่มัสยิด และสำหรับบอกทิศให้กับกองคาราวานที่เดินทางยามค่ำคืน และสร้างให้สูงเพื่อให้เห็นได้จากที่ไกล ๆ...แวะถ่ายรูปกับ มัสยิดคัลยัน (Kalyan Mosque) มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1514 ในยุคสมัยของข่านแห่งบูคาร่า ขนาดใหญ่พอ ๆ กับมัสยิดบิบิคะนุมที่ซามาร์คานด์ แต่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน หลังคาของวิหาร รายรอบมัสยิดมีโดมเล็ก ๆ ถึง 288 โดม รองรับด้วยเสา 208 ต้น และมีโดมสีฟ้าโดดเด่นขนาดใหญ่ประดับยอดมัสยิด ตัวมัสยิดสามารถจุคนได้ถึง 10,000 คน ในยุคโซเวียต ที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นโกดังเก็บของและเพิ่งกลับมาเปิดเป็นมัสยิดในปีค.ศ. 1991... จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โดมแห่งการค้า โทกิ-ซาร์การอน (Toki-Zargaron Trading Dome) เป็นโดมการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองบูคาร่า “ซาร์การอน (Zargaron)” เป็นชื่อของโดมการค้าแห่งนี้ ซึ่งมาจากคำว่า “ซาร์การ์ (Zargar)” มีความหมายว่า ช่างทอง ครั้งหนึ่งเคยมีงานประกอบตัวเรือนของร้านจำหน่ายอัญมณีถึง 36 ร้าน อีกทั้งยังเป็นโดมการค้าแห่งแรกในเมืองบูคาร่า ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าภายในโดมอันยิ่งใหญ่ มีอยู่ 3 ส่วน คือ ทากิ ซาร์การอน (Taqi Zargaron) ซึ่งเป็นโดมที่พวกอินเดียทำการค้าขายและแลกเงินตรา ทากิ ซาร์ราฟอน (Taqi Sarrafon) เป็นโดมที่ค้าขายเกี่ยวกับสิ่งมีค่าอัญมณีต่าง ๆ และ ทากิ เทลปัก ฟูรูโช่น (Taqi Telpak Furushon) เป็นโดมที่ค้าขายของที่เป็นสินค้าทั่วไป รวมทั้งของที่ระลึก เช่น ชาหอม หมวกขนแกะ พรม ผ้าที่เย็บด้วยมือ และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย อิสระให้ท่านเดินชม ชิม ช้อป ตามอัธยาศัย...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Omar Khayyam Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซามาร์คานด์ (Samarkand) (ระยะทาง 269 กม. / 4.30 ชม.) เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในเอเชียกลาง ตั้งอยู่ในโอเอซิส ซึ่งได้รับน้ำมาจากคลองที่ขุดมาจากแม่น้ำซารัฟชาน อเล็กซานเดอร์มหาราชได้ผ่านมาเมืองนี้เพื่อที่จะเดินทางไปยังอินเดีย จึงได้ยึดครองเอาไว้ ต่อจากนั้นก็เป็นพวกอาหรับ พวกเติร์กก็ได้เข้ามาปกครองต่อ ๆ กันมา เมืองนี้ได้มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในยุคกลาง และในปี ค.ศ. 1215 เจงกิส ข่าน ได้แผ่อาณาจักรเข้ามาควบคุมเส้นทางสายไหม และเข้ายึดเมืองนี้ในปีค.ศ. 1221 และอีกประมาณร้อยปี ต่อมา ตีมูร์ข่าน ก็ได้สร้างอาณาจักรแห่งนี้ให้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาจนได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งโดมสีฟ้า (The City of Blue Domes)” ในประวัติศาสตร์ ถ้านับย้อนหลังไปหลายร้อยปีและยังได้ชื่อว่าเป็น ต้นกำเนิดแห่งนิยาย 1001 อาหรับราตรี (1001 Arabian Nights) และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2001 อีกด้วย..
ระหว่างทางแวะชม ราบาติ มาลิค คาราวานซาราย (Rabati Malik Caravanserai) ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่พักแรมของกองคาราวานบนเส้นทางสายไหมตามคำสั่งของคาราคานิด ชามส์ อัล มัค นาสร์ พระราชโอรสของทัมกาชข่าน อิบรากิม ผู้ที่ปกครองในดินแดนซามาร์คานด์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1068-1088 เป็นโบราณสถานที่มีค่าที่สุดทางด้านประวัติศาสตร์ในดินแดนเอเชียกลาง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกในปี ค.ศ. 2008 เป็นสถานที่ที่มีความพิเศษในด้านประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมของเปอร์เซียโบราณมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 8,277 ตร.เมตร โดยเฉพาะประตูทางเข้าด้านหน้าได้ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรและมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยลวดลายของส่วนโค้งที่ถูกก่อขึ้นด้วยก้อนอิฐที่มีขนาดใหญ่ แต่ละก้อนที่วัดได้ คือ ขนาด 25x25x4 ซม. และขอบประตูยังถูกตกแต่งด้วยรูปดาวแปดเหลี่ยมที่ต่อกันอย่างสวยงามไปยังส่วนด้านบนของประตู และต่อลงมาทางด้านล่างของอีกด้านหนึ่ง…
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
บ่าย นำท่านชม สุสานอามีร์ ตีมูร์ (Amir Temur Mausoleum - Gur I Amir Complex) สร้างขึ้นโดยข่าน ตีมูร์ในปี ค.ศ. 1403 เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของ สุลต่าน มูฮัมหมัด (Sultan Muhammad) ซึ่งเป็นหลานรักที่เสียชีวิตในเปอร์เซีย มีประตูทางเข้าก่ออิฐถือปูนตั้งเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าซุ้มโค้ง มีโดมสีฟ้าผิวลอนกระดูกงูสูงประมาณ 36 เมตร ผนัง ห้องและเพดานโค้ง ภายในประดับด้วยกระเบื้องอิฐเผาลงด้วยลายสีทอง สีอำพัน สีฟ้าน้ำทะเล แต่ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 1380 อามีร์ ตีมูร์ ได้โปรดให้สร้างที่ฝังศพของพระองค์เตรียมไว้ก่อนที่บ้านเกิดคือ เมืองชาห์ริซาบซ์ แต่ในระหว่างที่ได้ยกทัพไปบุกจีน และได้สิ้นพระชนม์ เมื่อปีค.ศ. 1405 จึงได้นำพระศพเดินทางกลับมาภายใน 24 ชม. เพื่อฝังตามหลักศาสนา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทันเวลา จึงได้ฝังไว้ที่ กูริ อามีร์ และต่อมาก็ได้ใช้เป็นสุสานของผู้ปกครองนครซามาร์คานด์หลายพระองค์ สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก...
นำท่านชม จัตุรัสเรจีสถาน (Registan Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่งดงามไปด้วยศิลปะอิสลาม ซึ่งถูกกล่าวขานว่า มีความงดงามที่สุดในเอเชียกลาง ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบด้วยสีเหลือง รายล้อมไปด้วยโรงเรียนสอนศาสนา (Madrasah) ถึง 3 แห่ง คือ อูลุค เบก (Ulug Beg) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1417-1420 และ เชียร์ ดอร์ (Shir Dor) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1619-1636 โดยเลียนแบบมาจากอูลุค เบค ผนังกำแพงมีลวดลายรูปทรงเลขาคณิต และซุ้มประตูมีรูปเสือลายพาดกลอนที่แตกต่างไปจากสถาปัตยกรรมทั่วๆ ไปของศาสนาอิสลาม ส่วน ทิลยา คารี (Tilya Kari) ถูกสร้างขึ้นอยู่ทางด้านเหนือในศตวรรษที่ 17 และใช้เวลาสร้างประมาณ 20 ปี ซึ่งผนังและซุ้มในกำแพงมีการปิดทองมากกว่าที่อื่นใด เมื่อถึงเวลาพลบค่ำ ประมาณ 19.00 น. จะมีการแสดงแสง สี สวยงามตระการตายิ่งใหญ่อลังการดุจดังอยู่ในเทพนิยายให้กับนักท่องเที่ยวชม...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Welford Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ ตลาดซียอฟ (Siyob Bazaar) เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีชีวิตชีวาที่สุดในซามาร์คันด์ เป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง ตั้งแต่วินาทีที่คุณเดินผ่านทางเข้าโค้งสามชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ประดับด้วยกระเบื้องมาโจลิกาสีฟ้า คุณจะดื่มด่ำไปกับโลกแห่งผลผลิตสดใหม่ เครื่องเทศ และการค้าขายที่คึกคักภายใต้ศาลาทรงโดมขนาดใหญ่ ผลทับทิมและแตงฉ่ำ ๆ จากฟาร์มท้องถิ่น เครื่องเทศหอม ๆ และผลไม้แห้ง ขนมปังนานซามาร์คานด์สีทองอร่าม ถั่ว งานหัตถกรรม และของที่ระลึกต่าง ๆ อิสระให้ท่านเดิน ชม ชิม ช้อป ตามอัธยาศัย...
จากนั้นชม กลุ่มสถาปัตยกรรมชา อิ ซินดา (Shah-I Zinda Complex) ซึ่งมีความหมายว่า เป็นที่อยู่ของกษัตริย์ (The Living King / Necropolis) เป็นสถานที่รวมสุสานขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอัฟราซิยาบนอกกําแพงเมืองเก่า เปรียบเสมือนได้เดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่รวบรวมศิลปะ สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์อิสลามเอาไว้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ถนนศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยสุสานแห่งนี้ ดั่งถูกรายล้อมไปด้วยกระเบื้องสีฟ้าสดใส ลวดลายเรขาคณิตอันประณีต และอักษรอัลกุรอานอันวิจิตรงดงามที่แกะสลักอย่างประณีตบรรจง งานฝีมือที่น่าทึ่งมาก ประตูแต่ละบานปูด้วยกระเบื้องสีฟ้าครามโคบอลต์ และลาพิสบลูที่เปล่งประกายระยิบระยับดุจอัญมณีล้ำค่าภายใต้แสงอาทิตย์ กระเบื้องและอักษรที่ผสมผสานจิตวิญญาณเข้ากับการออกแบบได้อย่างลงตัว ก่อเกิดเป็นกำแพงที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยความหมาย...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
บ่าย นำท่านชม สุเหร่าบิบิ คะนุม (Bibi Khanum Mosque) เป็นสุเหร่าที่ถูกสร้างขึ้นมาและใหญ่ที่สุดในโลกอิสลาม เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่สามารถปกครองดินแดนได้มากกว่าใครในประวัติศาสตร์ ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ.1399 ใช้เวลาก่อ สร้างนาน 5 ปี ใช้ช่างฝีมือ 200 คน แรงงาน 500 คน ช้างอีก 95 เชือก ด้านประตูทางเข้าสร้างเป็นอาคารสูงประมาณ 35 เมตร ทางเข้าสร้างเป็นรูปวงรี สูง 18 เมตร ตัวหอบังสูงประมาณ 50 เมตร ตรงทางเข้าสู่จัตุรัสมัสยิดมีขนาดพื้นที่ยาวประมาณ 167 เมตร และกว้าง 109 เมตร และสองข้างยังมีมัสยิดขนาดเล็ก โดยเฉพาะตัวโดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนแกะสลักโมเสค รูปร่างต่าง ๆ เคลือบด้วยสีฟ้าน้ำทะเลไล่เฉดสีอ่อนถึงแก่ที่งดงาม เขียนภาพและอักษรด้วยสีน้ำเงินและทอง และที่หน้าสุเหร่ายังมีแท่นซึ่งเดิมวางคัมภีร์อัลกุรอ่านที่ใหญ่ถึง 2 เมตร นับเป็นสิ่งก่อสร้างสุดอลังการของซามาร์คานด์ และยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียกลางในสมัยศตรวรรษที่ 14-15...
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟซามาร์คานด์
16.46 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทาชเคนต์ (Tashkent) โดย รถไฟความเร็วสูง Afrosiyob High Speed Train
*** กรณีที่รถไฟ Afrosiyob High Speed Train งดให้บริการในวันดังกล่าว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนการเดินทางเป็น Express Train หรือ เดินทางโดยรถยนต์แทน ***
19.17 น. เดินทางถึง สถานีรถไฟทาชเคนต์ หลังจากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Baden Baden Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองชิมกัน (Chimgan) (ระยะทาง 95 กม. / 1.50 ชม.) “ชิมกัน” เมืองที่ได้รับฉายาว่า "สวิตเซอร์แลนด์แห่งอุซเบกิสถาน" (Uzbek Switzerland) เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศ ไหล่เขาถูกล้อมรอบด้วยต้นสนโบราณ ภูเขาและหุบเขาซึ่งผู้คนเรียกว่า "ไซ" มีลักษณะเป็นแม่น้ำบนภูเขา มีดอกไม้และสมุนไพรมากมาย มีอากาศบริสุทธิ์สดชื่น (คำว่า "ชิมกัน" หรือ "ชิมยอน" แปลว่า "หญ้าเขียว" หรือ "หุบเขาเขียว") เมืองนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขา Chatkal บนความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,200-1,600 เมตร และยอดเขาที่สูงสุดสูงถึง 3,390 เมตร เป็นหุบเขาสลับทับซ้อน และมีหิมะที่ปกคลุมในหน้าหนาว อีกทั้งยังมีชื่อเสียงด้านสกีรีสอร์ทอีกด้วย ... นำท่านเดินทางสู่ ชาร์วัค (Charvak) “ไข่มุกแห่งหุบเขาเทียนซาน” ตามเส้นทาง Chimgan Beach & Lake ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้หมายถึงชายหาดในชิมกัน แต่หมายถึง ทะเลสาบชาร์วัค หรือ อ่างเก็บน้ำ เป็นทะเลสาบเทียมที่เกิดจากการสร้างเขื่อน ชาร์วัค บนแม่น้ำ Chirchiq ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาชิมกัน มีน้ำสีฟ้าเทอควอยซ์ล้อมรอบด้วยภูเขาเขียวขจี มีแนวชายฝั่งยาวกว่า 100 กิโลเมตร เป็นภาพที่สวยงามและเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนในฤดูร้อน...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่าน นั่งกระเช้า Cable Car ขึ้นสุ่ยอดเขาชิมกัน ณ Amirsoy Resort ซึ่งเป็นสกีรีสอร์ทระดับ World Class ตั้งอยู่บนสันเขาของเทือกเขา Chatkal ในส่วนตะวันตกของเทือกเขาเทียนซาน ซึ่งเป็นสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในอุซเบกิสถาน จนได้รับการขนานนามว่า “St.Moriz แห่งเอเชียกลาง” รีสอร์ทแห่งนี้เปิดให้บริการในปี ค.ศ.2019 ในฤดูหนาวลานสกีแห่งนี้จะเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน ฤดูสกีเริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม โดยมีกิจกรรม เล่นสกี, สโนว์บอร์ด, เล่นห่วงยางหิมะ ฯลฯ อีกทั้งยังมีร้านค้า ร้านคาเฟ่ ให้ท่านได้นั่งจิบกาแฟเพลิน ๆ ชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ รีสอร์ท ส่วนในฤดูร้อนก็จะมีกิจกรรมเดินป่า ปีนเขา ขี่จักรยาน ขี่ม้า ฯลฯ...(รวมค่ากระเช้าแล้ว / ไม่รวมค่ากิจกรรมต่าง ๆ)
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองทาชเคนต์ (Tashkent)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินทาชเคนต์ (Tashkent International Airport)
22.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Uzbekistan Airways เที่ยวบินที่ HY 531 (บริการอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
06.40 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...พร้อมความประทับใจ...
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา