
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 04 พ.ย. 69 - 12 พ.ย. 69 | 44,900 บาท | 53,800 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 02 ธ.ค. 69 - 10 ธ.ค. 69 | 45,900 บาท | 54,800 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ธ.ค. 69 - 24 ธ.ค. 69 | 44,900 บาท | 53,800 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 ธ.ค. 69 - 04 ม.ค. 70 | 48,900 บาท | 60,400 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 31 ธ.ค. 69 - 08 ม.ค. 70 | 49,900 บาท | 61,400 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
08.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย (Thai Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
11.00 น. เหินฟ้าสู่เมืองคยา โดยการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 327 บนเครื่องบิน มีอาหารกลางวันบริการ
12.40* น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร *เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม. หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศไปยังโรงแรมที่พัก นั่งรถประมาณ 15-20 นาที
ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า
จากนั้น นัดหมายเวลาพร้อมเพรียงกันที่ล้อบบี้
แนะนำ
การแต่งกาย : ในพุทธสถานควรแต่งชุดสุภาพ (ไม่บังคับชุดขาว) รองเท้าแบบสวมถอดได้ง่าย เนื่องจากต้องถอดรองเท้าขณะเข้าไปในพุทธสถานโดยสามารถสวมถุงเท้าได้
(ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกทุกชนิด เข้าภายในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ท่านสามารถเก็บไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ที่โรงแรมหรือ บนรถ-มีผู้ดูแลทรัพย์สินให้)
จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธสังเวชนียสถานที่ 1
ค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูปบริเวณองค์เจดีย์พุทธคยา (ชำระที่หัวหน้าทัวร์)
กล้องถ่ายรูปธรรมดา 100 รูปี
กล้องวีดีโอ 300 รูปี
เดินทางถึงบริเวณองค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา ผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยเรียบร้อย แล้วนำคณะกราบนมัสการพระพุทธเมตตาซึ่งประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ และกราบสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากนั้นนำชมสัตตมหาสถาน ธรรมสถานแห่งพระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้ 49 วันทั้ง 7 แห่งโดยรอบ อันประกอบไปด้วยสถานที่จริงสัปดาห์ที่ 1 - 4 และสถานที่จำลองในสัปดาห์ที่ 5 - 6
เรียบร้อยแล้ว นำคณะจาริกบุญสวดมนต์ทำวัตรเย็น บูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์บูชาสังเวชนียสถาน จากนั้นเชิญท่านทัศนาธรรม นั่งสมาธิปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลา นัดหมายเวลาเชิญท่านกลับโรงแรมที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 1)
ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
เดินทางถึงประตูเมืองราชคฤห์ ผ่านชมรอยทางเกวียนเก่าสันนิษฐานว่าเป็นรอยเดียวกับครั้งเมื่อสมัยพุทธกาล นั่งรถต่อไปยังเขาคิชกูฎ เพื่อกราบสักการะพระคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เป็นการเดินขึ้นที่สูงโดยมีขั้นบันไดที่ลาดชันไม่มากนัก ก้าวเดินสบาย ระยะทางโดยรวมประมาณ 800 เมตรใช้เวลาเดินขึ้นเขาประมาณ 30 นาที ในสมัยพุทธกาลพระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงแคว้นมคธได้ใช้ทางเดินสายนี้เสด็จฯ ขึ้นไปกราบนมัสการพระพุทธเจ้าเช่นกัน หากท่านไม่สะดวกเดินเท้าหรือปัญหาด้านหัวเข่าแนะนำบริการ เสลี่ยงหามโดยชาวพื้นเมือง (กรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์เพื่อจองและชำระค่าใช้จ่าย 1,600 รูปีรวมขาไปกลับ + ทิปคนหาบ) ระหว่างทางขึ้นยอดเขาคิชกูฎ แวะกราบสักการะ ถ้ำสุกรขาตา สถานที่ซึ่งพระสารีบุตรบรรลุเป็นพระอรหันต์ ชมกุฏิพระอานนท์ ถ้ำพระโมคคัลลานะ
เมื่อถึงยอดเขาคิชกูฏ อันถึงที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์ศาสดา นมัสการมูลคันธกุฏี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า อิสระท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงมาขึ้นรถ
ระหว่างทางผ่านชมวัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรก, ผ่านชม ตะโปทาราม สถานที่อาบน้ำชะล้างบาป 4 วรรณะของชาวอินเดีย เป็นน้ำแร่จากธรรมชาติจากเขาสัตตบรรณคูหา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 3)
ออกเดินทางต่อไปยัง “วัดเวฬุวัน” ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารพระราชทานพระราชอุทยานสวนป่าไผ่ และทรงสร้างวัดเวฬุวัน ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าในพรรษาแรกปลังเสด็จตรัสรู้และเป็นสถานที่ที่พระอริยสงฆ์สาวกจำนวน 1,250 รูป ซึ่งล้วนเป็น ภิกษุเอหิภิกขุ-อุปสัมปทา กล่าวคือ ภิกษุที่พระพุทธเจ้า ทรงให้การอุปสมบทด้วยพระองค์เอง มาประชุมพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมายทำให้เกิด “วันมาฆะบูชา” ขึ้น นำท่านสวดมนต์บูชาสถานที่ และอิสระท่านเจริญภาวนา
ออกเดินทางต่อไปยังเมืองนาลันทา (ใช้เวลานั่งรถ 40 นาที) นำท่านเข้ากราบนมัสการพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินแกรนิต “หลวงพ่อดำ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คนอินเดียนิยมมาขอพรเรื่องการรักษาอาการป่วย อิสระท่านขอพรเป็นการส่วนตัว
ทัศนาธรรมต่อไปยัง “นาลันทาคาม” บ้านเกิดของพระสารีบุตร อัครสาวกฝ่ายขวา ซึ่งต่อมาได้เป็นสถานที่สร้างมหาวิทยาลัยนาลันทาที่รุ่งเรืองในอดีต พระถังซำจั๋ง (หลวงจีนหยวนฉาง) ได้เคยจาริกมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 และศึกษาพระธรรมและเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ในทางพุทธศาสนาเคยเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก ครั้งอดีตและเคยมีพระภิกษุจำพรรษากว่า 10,000 รูป ศึกษาธรรม ปัจจุบันเหลือเพียง แผนผังอาคารอิฐร้างมหาวิทยาลัยเท่านั้น จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเมืองพุทธคยา นั่งรถกลับประมาณ 3 ชั่วโมง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5) จากนั้นเชคเอ้าท์สัมภาระ
นำท่านชมบริเวณที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นบ้านนางสุชาดา อุบาสิกาคนสำคัญของพระศาสนา บุตรสาวของคฤหบดีเศรษฐีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาสอันประณีต แด่พระบรมศาสดาก่อน การตรัสรู้ ถือเป็นภัตตาหารอันประณีตและยังความหมายต่อชาวพุทธถึงปัจจุบัน ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่พระบรมศาสดาทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาส ที่ท่าสุปปติฏฐะ จากท่าน้ำนี้ท่านสามารถเห็นเจดีย์มหาโพธิ์
ออกเดินทางสู่เมืองพารานสี นั่งรถประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทางมีจุดแวะพักอิริยาบถ เข้าห้องน้ำสะอาด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 6)
จากนั้นนำท่านกราบสักการะ ธรรมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา พุทธสังเวชนียสถานที่ 2 สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงโปรดแสดงพระธรรมเทศนา บทสำคัญ มีชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ผลแห่งการแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรก ทำให้ท่านพระโกญฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าของปัญจวัคคีย์ได้ดวงตาเห็นธรรมคือ บรรลุธรรม และขออุปสมบทเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา จึงครบพระรัตนตรัยบริบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และต่อมาหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์อีกประมาณ 300 ปีเมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชได้หันมานับถือพระพุทธศาสนา ได้เสด็จมานมัสการสถานที่นี้ พระองค์ได้ทรงสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ไว้มากมายเพื่อเป็นอนุสรณ์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน นำท่านชมพระมูลคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เสาศิลาจารึกพราหมณีของพระเจ้าอโศก กลุ่มอิฐกุฏิ กว่า 100 หลัง ที่ขุดค้นและบูรณะโดยรอบ นำคณะผู้จาริกบุญ สวดมนต์บทธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสูตร
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
ที่พัก เข้าที่พัก Hotel The Fern / Hotel Pinnacle หรือระดับเทียบเท่า
ปลุกตื่น นำท่านไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา คณะลงล่องเรือ (ใช้เวลาล่องเรือราวๆ40นาที) เพื่อชมพิธีบูชาศิวะเทพเจ้าของชาวฮินดูแท้ ที่มีความเชื่อว่าเป็น แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาศ (Mt. Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามสภาพภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงทิเบต) โค้งแม่น้ำคงคานี้ มีความเชื่อทั้งทางฮินดูและพุทธ เป็นพิธีศักดิ์ และมีการบูชานี้ในทุกวันริมฝั่งแม่น้ำคงคา ฟรี กระทงบูชาต่อพระแม่คงคาและยังสามารถเจริญจิตปล่อยทุกข์ปลดโศก ปลงสังขารในโค้งน้ำศักดิ์นี้ พร้อมทั้งชมพิธีการปลงสังขารสุดท้ายชองชีวิตแบบฮินดู ที่ท่าเผาศพที่กองไฟไม่เคยมอดดับ มานานกว่า 4,000 ปี (บริเวณท่าเผาศพนี้ห้ามถ่ายรูป)
กลับโรงแรมที่พัก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8) เชคเอ้าสัมภาระ
ออกเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง) กุสินารา ( Kushinagar) อันเป็นที่ตั้งของสาลวโนทยาน พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในสมัยพุทธกาลชื่อแคว้นมัลละ 1 ใน 16 แคว้นสำคัญ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 9)
วิถีชีวิตชาวเมืองกุสินารา รัฐอุตรประเทศ เป็นสังคมเกษตรกรรมที่เรียบง่าย ผสมผสานกับจิตวิญญาณแห่งการแสวงบุญ ศูนย์รวมใจของคนไทยคือ พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา: พระมหาเจดีย์ที่รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแปลนและพระราชทานนาม ประดิษฐานมงคลพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้า (พระเกศา) ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่ภายในวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 10)
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Hotel Om Residency / Hotel Lotus Nikko หรือระดับเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11)
นำท่านสู่ สาลวโนทยาน พุทธสังเวชนียสถานที่ 3 ชมปรินิพพานวิหารและ กราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานเหมือนกับได้กราบนมัสการพระบรมศพของพระพุทธเจ้า จริงๆ และปรินิพานสถูป จากนั้นนำท่านขึ้นรถ ออกไปไม่ไกลไปนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของ พระพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธเจดีย์เมื่อท่านมายังสถานที่แห่งนี้แล้วจะรู้สึกสลดใจในการจากไปของพุทธบิดาแห่งชาวพุทธ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 12) เช็คเอ้าท์พร้อมสัมภาระ
ออกเดินทางไปเมืองลุมพินี ประเทศเนปาล (ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง)
ก่อนถึงชายแดนด่านตรวจหนังสือเดินทางออกจากประเทศอินเดีย เข้าสู่เนปาล
แวะพักอิริยาบทวัดไทย 960 ได้เวลาสมควรเชิญท่านขึ้นรถ
ถึงบริเวณด่านตรวจคนเข้า- ออกเมือง ฝั่งอินเดีย เชิญท่านลงสแกนนิ้วมือพร้อมลงตราออกจากประอินเดีย จากนั้นนับจำนวนรวมพลอีกครั้งเพื่อนำท่านขึ้นรถด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งประเทศเนปาล
โปรดสังเกตุ
นาฬิกาบนโทรศัพท์มือถือหรือ SMART WATCH จะปรับเวลาอัตโนมัติ / โปรดปรับนาฬิกาข้อมือ
เวลาท้องถิ่น เนปาลช้ากว่าเวลาท้องถิ่นของประเทศไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที และเร็วกว่าสาธารณรัฐอินเดีย 15 นาที
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม (มื้อที่ 13)
ที่พัก โรงแรมที่พัก Hotel Asian Buddha / Hotel Landmark หรือระดับเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 14)
มงคลในดินแดนประสูติกาลมหาบุรุษ นำท่านสู่ สวนลุมพินีวัน โดยการเปลี่ยนรถไปนั่งรถสามล้อเล็ก โดยบริการของชาวพื้นเมือง เมื่อลงรถแล้ว ท่านสามารถแวะห้องน้ำได้ที่ศูนย์บริการพักจากกการบริจาคของชาวไทย หลังจากนั้น นำท่านเดินเท้า เข้าสู่พุทธสถานแห่งการประสูติกาล เชิญท่านถ่ายรูปบริเวณพระพุทธเจ้าน้อย ที่อัญเชิญจากประเทศไทย ประดิษฐานลานแห่งศรัทธา เพื่อนำรวมพลก่อนเข้าสู่สวนด้านในกราบนมัสการรอยพระบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ วิหารมหามายเทวี (ใหม่) และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง 22 ฟุต 4 นิ้ว และมีข้อความอย่างสมบูรณ์เขียนด้วยภาษาพราหมี จารึกสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากนั้นชมสระโบกขรณี ที่น้ำไม่เคยแห้ง คณะสวดมนต์บูชาสถานที่ และเชิญท่านปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย
ด้านในมหาวิหารมายาเทวีไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ
แต่โดยรอบสวนลุมพินีวัน สามารถถ่ายรูปได้ โดยมีค่าธรรมเนียมกล้องดังนี้
กล้องถ่ายรูปธรรมดา ไม่เสีย
กล้องวีดีโอ 10 USD / 800 รูปีอินเดีย / 400 บาท
กลางวัน กลับโรงแรม รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 15) จากนั้นเชคเอ้าท์สัมภาระ
ออกเดินทางสู่ชายแดนเนปาล-อินเดียอีกครั้ง
เดินทางต่อไปยังเมืองสาวัตถี นั่งรถประมาณ 4-5 ชั่วโมง ระหว่างแวะพักอิริยาบถ วัดไทย
ค่ำ รับประทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 16)
ที่พัก เข้าสู่ที่พัก Hotel Platinum / Hotel The Tulip Inn หรือระดับเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 17)
นำท่านสู่ วัดพระเชตวันมหาวิหาร เป็นวัดที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา สร้างถวายโดย ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ตั้งอยู่เขตเมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ระหว่างทางจะได้ผ่านชมบริเวณที่สันนิษฐานกันว่าเป็นที่ซึ่งธรณีสูบพระเทวทัต ในบั้นปลายชีวิต ครั้งเดินทางมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ด้านตะวันออกเฉียงใต้จากวัดศรีลังกา ยังมีมีบ่อน้ำโบราณ กล่าวกันว่าคือ อนุสรณ์ของนางจิณจมาณวิกา ที่ถูกแผ่นดินสูบครั้งที่สร้างบาปหนัก จนแผ่นดินไม่อาจ รับไว้ได้ ต้องแยกออกตามตำนานคำบอก เมือถึงกำแพงรอบขอบวัด นำท่านเข้ารับละอองบารมีโดยรอบ วัดพระเชตวันมหาวิหาร ที่ประทับจำพรรษาสำคัญและนานที่สุดของพระพุทธองค์ (19 พรรษา) นมัสการ พระมูลคันธกุฎี มหากุฏิของพระพุทธองค์ ที่ได้ทำบูรณะปฎิสังขรณ์จากทางการอินเดียเป็นอย่างดี ในอาณาบริเวณอารามนี้ ท่านสามารถ กราบสักการะอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ที่ปลูกโดยพระอานนท์ในสมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฏหลักฐานในคัมภีร์และยังคงเป็นยืนต้นมาจนปัจจุบัน นำชมบ่อน้ำสรงส่วนองค์ของพระพุทธองค์, สถูปพระอรหันต์แปดทิศ, กุฏิพระราหุล, พระมหากัสสปเถระ, พระสีวลีและพระสารีบุตรตามลำดับ จากนั้นนำสวดมนต์บูชาสถาน และอิสระเวลาท่านเชิญที่ตามอัธยาศัย
นำชมบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ปัจจุบันคือซากโบราณสถานตั้งอยู่ไม่ไกลจาก วัดพระเชตะวัน อันเป็นที่รำลึกถึงผู้เป็นอัครมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็นเลิศด้านการถวายทาน ท่านเป็นผู้ให้ความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างดี เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระพุทธเจ้าเสด็จประทับจำพรรษาที่วัดพระเชตะวัน ที่ท่านสร้างมากกว่าที่ประทับใดๆ ถึง 19 พรรษา ในบริเวณใกล้เคียงนำชม สถูปองค์คุลีมาล คฤหาสน์ของพราหมณ์ปุโรหิตผู้เป็นบิดาของพระองคุลีมาล เนินดินนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการกลับใจ ที่ย้ำเตือนถึงพุทธประวัติ ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าทรงโปรดโจรองคุลีมาล ด้วยพุทธดำรัสอันโด่งดังว่า "เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด" จนทำให้มหาโจรผู้ฆ่าคนมา 999 ศพ กลับใจบวชและบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 18)
จากนั้น เดินทางสู่เมืองอัครา ใช้เวลาในเดินทาง 5 ชั่วโมง
นครอัครา /อาครา (Agra) เมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนา ในรัฐอุตตรประเทศ ทางทิศใต้ของกรุงนิวเดลี ด้วยประชากรทั้งหมดประมาณ 1.6 พันล้านคน ทำให้อาคราเป็นเมืองที่มีประชากรมากในอันดับที่ 4 ของรัฐอุตตรประเทศ และอันดับที่ 23 ในประเทศอินเดีย
ค่ำ รับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Crytal inn / Hotel Crimson หรือระดับเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 17)
นำท่านออกเดินชมความงดงามอนุสรณ์แห่งรักอมตะ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา ทัชมาฮาล Taj Mahal อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่และนิจนิรันดร์ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาลมีต่อพระมเหสี มุมตัส มาฮาล ซึ่งสวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 สถานที่แห่งนี้ใช้สำหรับเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัสและกษัตริย์ซาจาร์ฮาล สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวประดับด้วยอัญมณีหลากสีและหินทรายสี แบบศิลปะเปอร์เซียร์ ครั้งเมื่อราชวงศ์ โมกุลรุ่งเรือง
ทัชมาฮาล ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีพุทธศักราชที่ 2526 หรือปีคริสต์ศักราช 1983 อาคารนี้ผสมผสานประเพณีการออกแบบของสถาปัตยกรรมอินเดีย-อิสลามและโมกุล โดยใช้โครงสร้างที่สมมาตรโดยใช้รูปทรงและสัญลักษณ์ต่างๆ ในขณะที่สุสานสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวฝังด้วยหินอัญมณีหลากสี (ด้านในทัชมาฮาล ห้ามถ่ายรูป)
นำท่านเที่ยวชม ป้อมอัครา Agra Fort เป็นป้อมปราการที่สร้างด้วยหินทรายสีแดง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา โค้งน้ำยมุนาฝั่งเดียวกับทัชมาฮาล พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าซาจาร์ฮาล กษัตริย์ลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์โมกุล ซี่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหาร มาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และมีความยาว 2.5 กิโลเมตร สถานที่ที่กษัตริย์ซาจาร์ฮาล ถูกขังโดยพระโอรสของพระองค์เอง ผู้มีพระนามว่า “ออรังเซบ” และใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต มองผ่านแม่น้ำยมุนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 18)
จากนั้นออกเดินทางไปยังเดลี ใช้เวลานั่งรถ 5 ชั่วโมง ระหว่างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ร้านอาหารในเมืองเดลี (มื้อที่ 22)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี
00.20 ออกเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบิน TG316
05.25 น.** ถึง สนามบินสุวรรณภูม โดยสวัสดิภาพ
**เวลาท้องถิ่นประเทศไทย
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา