
16.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airway โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
18.55 น ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR835
22:25 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02:45 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดย สายการบิน Qatar Airway เที่ยวบินที่ QR059 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
06. 00น. เดินทางถึง สนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดิน ออกเดินทางจาก มิวนิค (Munich) มุ่งหน้าสู่เมืองเล็กๆ อันงดงาม “เมืองฟุสเซ่น” (Fssen) เมืองนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาแอลป์ตอนเหนือ และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง Romantic Road อันโด่งดัง นำท่านเข้าชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ปราสาทในฝันกลางเทือกเขาแอลป์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในปี ค.ศ. 1869 โดยพระองค์ทรงต้องการสร้างปราสาทที่สะท้อนถึงโลกแห่งเทพนิยายอันงดงามปราสาทแห่งนี้มีความโดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคผสมโรมาเนสก์ รายล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ จนเป็นต้นแบบของปราสาทในการ์ตูนดิสนีย์ที่ทั่วโลกรู้จัก
กรณีคิว เข้าชมภายในปราสาทนอยชวานชไตน์เต็ม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม โดยนำทุกท่านไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับปราสาทนอยชวานชไตน์จากภายนอก และนำท่านเข้าชมภายใน ปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau Castle) แทน ตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่ใกล้กันบนเนินเขาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งปราสาทแห่งนี้เป็นพระราชวังฤดูร้อนในวัยเยาว์ของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 และเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ในภายหลัง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!!! ขาหมูเยอรมัน!!!
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโอเบอร์อัมเมอร์เกา (Oberammergau) หมู่บ้านขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากภาพจิตรกรรมฝาผนังตามอาคารบ้านเรือน ซึ่งสะท้อนเรื่องราวทางคริสต์ศาสนาอย่างงดงามทั่วทั้งเมือง หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจากการจัดแสดงละครคริสต์นาฏกรรม "The Passion Play" ซึ่งจัดขึ้นทุก 10 ปี นอกจากนี้ยังมีร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก งานแกะสลักไม้ สินค้าแฟชั่น และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศอันคลาสสิกและเก็บภาพความประทับใจได้อย่างเต็มที่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โบสถ์ เอททาล แอบบี (Ettal Abbey) อารามเบเนดิกตินที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของเทือกเขาแอลป์ สถาปัตยกรรมของอารามโดดเด่นด้วยรูปแบบบาโรกอันวิจิตรงดงาม โดยเฉพาะโดมกลางที่อลังการ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังและงานประติมากรรมที่ทรงคุณค่า นำท่านชม มหาวิหารเอททัล (Kloster Ettal) สำนักสงฆ์เบเนดิกตินอันเก่าแก่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1330 โดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ตรงกับวันสมโภชของ นักบุญวิทาลลิสแห่งมิลาน (Saint Vitalis of Milan) จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “โรเซนไฮม์”
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Tryp by Wyndham Rosenheim หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) หมู่บ้านเล็กอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria) หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดในยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ด้วยทัศนียภาพที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่านและทะเลสาบใสราวกระจก ทำให้ฮัลล์สตัทท์เปรียบเสมือนหมู่บ้านในเทพนิยาย ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติอันบริสุทธิ์และเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างลงตัว
หมายเหตุ : บริเวณจุดชมวิว ขอความกรุณาทุกท่านงดส่งเสียงดัง เพื่อรักษาความเงียบสงบของธรรมชาติ และขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายภาพในพื้นที่บริเวณบ้านเรือนของชาวท้องถิ่น เพื่อเป็นการเคารพสิทธิส่วนบุคคลและวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ขอขอบพระคุณในความร่วมมือของทุกท่านมา ณ ที่นี้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!!! ปลาเทราซ์ย่างเกลือและเนย
นำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุ๊ก (Innsbruck) เมืองหลวงของแคว้นทิโรล (Tirol) ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอินน์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี อินส์บรุ๊กเคยเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญในยุโรปบนเส้นทางโบราณสายโรมัน Via Claudia Augusta และด้วยที่ตั้งที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์อันงดงาม เมืองนี้จึงเปรียบเสมือนอัญมณีท่ามกลางขุนเขา นำท่านเข้าสู่ ถนนมาเรียเทเรซ่า (Maria-Theresien-Strasse) ถนนสายหลักของเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยอาคารสไตล์บาโรกและร้านค้าทันสมัย บริเวณใจกลางถนนเป็นที่ตั้งของ “เสาอันนาซอยแล” (Annasule) หรือเสานักบุญแอนน์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชัยชนะจากการถอนทัพของกองกำลังทหารบาวาเรียในปี ค.ศ. 1703 จากนั้นนำท่านชม ย่านเมืองเก่า (Altstadt) ที่ยังคงรักษาบรรยากาศของยุคกลางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รายล้อมด้วยอาคารโบราณและตรอกซอกซอยแสนมีเสน่ห์ ไฮไลต์สำคัญคือ หลังคาทองคำ (Goldenes Dachl) สัญลักษณ์แห่งเมืองอินส์บรุ๊ก ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1500 โดยจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 1 ตัวหลังคามุงด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทองคำ 2,657 แผ่น เพื่อใช้ชมขบวนพาเหรดและกิจกรรมสำคัญของเมือง ทุกท่านสามารถเดินเล่นชมเมืองเก่าตามอัธยาศัย ท่ามกลางฉากหลังของเทือกเขาแอลป์อันงดงามเกินบรรยาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Hotel Tyrol หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “กรุงวาดุซ” เมืองหลวงของประเทศลิกเตนสไตน์ ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กในยุโรปตอนกลาง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ติดกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย เมืองนี้เป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่กรุงวาดุซเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองในหุบเขาแอลป์ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและธรรมชาติที่สวยงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Luzern) เมืองลูเซิร์นถือเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบและภูเขาโดยรอบ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นำท่านชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) หรือ Lwendenkmal ที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ของทหารรับจ้างชาวสวิส ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องพระราชวังตุยเลอรี (Tuileries Palace) ระหว่างเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1792 นำท่านเดินทางสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น และได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สะพานแห่งนี้ทอดยาวข้ามแม่น้ำรูสส์ (Reuss River) มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม และหลังคาทรงลาดที่ปกคลุมตลอดแนวสะพาน ภายในประดับด้วยภาพวาดสามเหลี่ยมซึ่งสื่อถึงประวัติศาสตร์ของเมืองและเหตุการณ์สำคัญทางศาสนาในอดีต อิสระให้ท่านได้เดินชมเมืองและเลือกซื้อสินค้า ตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง “เมืองอินเทอร์ลาเคน” (Interlaken) หนึ่งในเมืองตากอากาศยอดนิยมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค แบร์นเนอร์ โอเบอร์ลันด์ (Berner Oberland) โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันงดงาม อยู่ระหว่างทะเลสาบ 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) ซึ่งโอบล้อมด้วยเทือกเขาอัลไพน์สลับซับซ้อน เมืองอินเทอร์ลาเคนขึ้นชื่อในด้านความงามของธรรมชาติ จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ณ ร้านนาฬิกาชื่อดัง “Kirchhofer” หนึ่งในร้านจำหน่ายนาฬิกาหรูระดับแนวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีสาขาอยู่ในเมืองอินเทอร์ลาเคน ร้านแห่งนี้ได้รวบรวมแบรนด์นาฬิกาชั้นนำมากกว่า 70 แบรนด์ระดับโลก อาทิ Patek Philippe, Rolex, Omega, TAG Heuer, Longines และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมายที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและชื่อเสียง
ค่ำ อิสระกับอาหารค่ำตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการช้อปปิ้ง
ที่พัก : Hotel Crystal // Hotel Weisses Kreuz หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) ผ่านชมหนึ่งในหมู่บ้านที่มีความงดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดเส้นทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติ ทุ่งหญ้าเขียวขจี บ้านไม้แบบสวิส และภูเขาสูงที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้อย่างงดงาม นำท่านผ่านชม น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 297 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันอย่างอ่อนช้อยราวกับม่านน้ำโปร่งใส สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างยิ่ง จากนั้นนำท่านเดินสู่ สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเนน เพื่อโดยสาร รถไฟฟันเฟืองสายพิเศษ (Cogwheel Railway) ขบวนพิเศษที่ออกแบบด้วยกระจกบานใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ได้อย่างเต็มอิ่ม นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป" โดยยอดเขาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป" โดยองค์การยูเนสโก ระหว่างทาง นำท่าน เปลี่ยนขบวนรถไฟ ณ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เพื่อโดยสารรถไฟฟันเฟืองอีกขบวน ซึ่งจะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ถูกขุดเจาะผ่านภูเขาโดยวิศวกรชาวสวิส ณ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร สู่ สถานีรถไฟยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch Station) ซึ่งตั้งอยู่บนความสูง 11,333 ฟุต หรือประมาณ 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ยอดเขาจุงเฟรา มีความหมายว่า “สาวน้อย” (The Maiden) เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก ที่จะได้สัมผัสกับหิมะตลอดทั้งปี และได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe จากนั้นนำท่าน เข้าชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” (Ice Palace) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญบนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากการแกะสลักภายใต้ธารน้ำแข็งอันเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ลึกลงไปประมาณ 30 เมตรใต้ธารน้ำแข็ง ภายในถ้ำเต็มไปด้วยงานศิลปะจากน้ำแข็งแกะสลักอย่างประณีตในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำแข็งหรือประติมากรรมอันงดงามที่แสดงถึงความสามารถและความพิถีพิถันของช่างฝีมือ ท่านสามารถเก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึกท่ามกลางบรรยากาศอันเย็นฉ่ำและน่าตื่นตาตื่นใจ จากนั้นนำท่านโดยสารลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนของอาคาร ให้ท่านได้สัมผัสกับ ลานหิมะพลาโต (Snow Plateau) บนเขาจุงเฟรารับอากาศบริสุทธิ์และชมทัศนียภาพของ ธารน้ำแข็งอะเล็ตช์ (Aletsch Glacier) อย่างใกล้ชิด ธารน้ำแข็งแห่งนี้ถือเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การยูเนสโก ด้วยความยาวกว่า 22 กิโลเมตร อะเล็ตช์กลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป ท่านจะมีเวลาอิสระเพื่อเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนลานหิมะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี พร้อมเก็บภาพความทรงจำอันประทับใจ ภายในอาคาร Jungfraujoch – Top of Europe ยังมีห้องนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสร้างเส้นทางรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา ตลอดจนร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ ร้านช็อกโกแลตลินด์ (Lindt Swiss Chocolate Heaven) และร้านของที่ระลึก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขาจุงเฟรา
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงจากยอดเขาจุงเฟราโดย รถไฟฟันเฟือง สู่ สถานีไอเกอร์ (Eiger Station) จากนั้นเปลี่ยนการเดินทางเป็นการโดยสาร นั่งกระเช้าไฟฟ้า Eiger Express เพื่อชมวิวแบบพาโนรามาของเทือกเขาแอลป์ โดยใช้เวลาในการเดินทางเพียง 12 นาที ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของภูเขา ทุ่งหญ้า และหมู่บ้านที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติระหว่างเส้นทางสู่ สถานีกริลเดลวาลด์กรุนด์ (Grindelwald Grund) นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองโคโม่” (Como) เป็นหนึ่งในเมืองที่โรแมนติกและมีเสน่ห์ที่สุดของ อิตาลีตอนเหนือ (Northern Italy)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Hotel Metropole Suisse // Cruise Hotel หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางไปถ่ายภาพบริเวณริม “ทะเลสาบโคโม่” (Lake Como / lago di lake) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ สวยและโรแมนติกที่สุดอีกแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ใกล้พรมแดนสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วไปและคนดังระดับโลก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) มิลานเป็นเมืองสำคัญทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บนที่ราบลอมบาร์ดี โดยชื่อ "มิลาน" มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวเซลต์ คือ "Mid-Lan" ซึ่งมีความหมายว่า “กลางที่ราบ”เมืองมิลานมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรม และยังเป็นหนึ่งในเมืองหลักทางเศรษฐกิจของอิตาลีอีกด้วย นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าของ “มหาวิหารมิลาน” (Duomo di Milano) หนึ่งในมหาวิหารสไตล์กอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมในของมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน)นอกจากนั้นให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่ แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) ซึ่งนับเป็นศูนย์การค้าที่เก่าแก่ หรูหรา และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองมิลาน มีแบรนด์เนมชั้นนำ อาทิเช่น Prada, Versace, Armani, Dolce & Gabbana, Valentino Gucci, LOUIS VUITTON, Swarovski และอีกมากมาย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิสเมสเตร้ (Venice Mestre) ซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของเมืองเวนิส อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการล่องเรือสู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) เมืองแสนโรแมนติกที่ไม่เหมือนใครในโลกเวนิสเป็นเมืองที่ใช้เรือแทนรถ และคลองแทนถนน ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” เมืองแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และเชื่อมต่อกันด้วยสะพานมากกว่า 400 แห่ง เรือจะพาท่านล่องผ่านบ้านเรือนริมคลองของชาวเวนิส พร้อมชมทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนขึ้นฝั่งที่บริเวณ “ซานมาร์โค” (San Marco) ใจกลางของเกาะเวนิส นำท่านเดินชมเสน่ห์ของเกาะแห่งนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเก็บภาพประทับใจ ณ จัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่จักรพรรดินโปเลียนเคยกล่าวยกย่องว่าเป็น “ห้องรับแขกที่สวยที่สุดในยุโรป” และยังเป็นที่ตั้งของ “มหาวิหารซันมาร์โค” (San Marco Basilica) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญมาร์โค หรือ นักบุญมาร์ค หนึ่งในสิบสองอัครสาวกของพระเยซูคริสต์ สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ไบแซนไทน์ที่งดงามและหาชมได้ยาก ตัวมหาวิหารจะเชื่อมกับ พระราชวังดอร์จ (Doge’s Palace) พระราชวังแบบเวนิส-โกธิคที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของยุคแห่งเวนิสครั้งที่เมืองนี้ยังเป็น สาธารณะรัฐเวนิส ก่อนได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์และเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1923
สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) สะพานซุ้มโค้งที่เชื่อมระหว่างพระราชวังดอร์ดและเรือนจำ จากนั้นเชิญท่านสัมผัสกับเสน่ห์ของคลองเวนิสอันแสนโรแมนติก ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษกับการ “นั่งเรือกอนโดล่า” (Gondola) พาหนะคู่เมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศและทิวทัศน์อันงดงามของเวนิสนำท่านเดินทางกลับสู่ “เมืองเวนิส-เมสเตร้”
หมายเหตุ: ค่าบริการนั่งเรือกอนโดล่าไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ หากท่านสนใจสามารถแจ้งกับหัวหน้าทัวร์เพื่อให้ช่วยประสานงานบริการอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่อาจแอบแฝงมาในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว
ค่ำ อิสระสำหรับมื้อค่ำตามอัธยาศัย เพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เวลาช้อปปิ้งอย่างเต็มที่และสะดวกสบาย
ที่พัก : Belstay Venezia Mestre หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทาง ช้องปิ้ง ณ Designer Outlet Noventa di Piave แหล่งที่รวบรวมแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 150 แบรนด์ ในบรรยากาศเมืองช้อปปิ้งแบบอิตาเลียน สไตล์สถาปัตยกรรมเรอเนซองส์และบาโรก โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้ น้ำพุ และลานกลางแจ้งที่ตกแต่งงดงาม ภายใน Outlet แห่งนี้มีแบรนด์ชั้นนำให้เลือกมากมาย อาทิเช่น Prada • Gucci • Versace • Burberry • Michael Kors • Coach • Armani • Dolce & Gabbana • Furla • Swarovski • Polo Ralph Lauren • Nike • Adidas • และอื่นๆอีกมากมาย
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเวนิสมาร์โคโปโล ( Aeroporto Marco Polo di Venezia ) เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
15.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR126
22.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Qatar Airway QR836 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
13.05 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา