
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 12 ก.ย. 69 - 20 ก.ย. 69 | 62,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 03 ต.ค. 69 - 11 ต.ค. 69 | 65,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 | 67,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 พ.ย. 69 - 29 พ.ย. 69 | 62,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 04 ธ.ค. 69 - 12 ธ.ค. 69 | 63,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 73,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 23 ม.ค. 70 - 31 ม.ค. 70 | 65,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 13 ก.พ. 70 - 21 ก.พ. 70 | 65,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 06 มี.ค. 70 - 14 มี.ค. 70 | 65,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 มี.ค. 70 - 28 มี.ค. 70 | 65,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 03 เม.ย. 70 - 11 เม.ย. 70 | 65,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 10 เม.ย. 70 - 18 เม.ย. 70 | 75,900 บาท | 18,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
03.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK) แถว M/N ประตู 8 โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและบัตรโดยสาร
06.40 น. ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 059
12.50 น. เดินทางถึง อิสตันบูล หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรเรียบร้อยแล้ว(รอเปลี่ยนเที่ยวบิน)
..... ออกเดินทางสู่ สนามบินไคเซอร์รี่ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK…........
….. เดินทางถึงสนามบินไคเซอร์รี่ / นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่ : นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมสไตลถ้ำ !! CAPPADOCIA หรือเทียบเท่า
**หมายเหตุ:กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกันแทน**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชม “เมืองคัปปาโดเกีย” (CAPPADOCIA) เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศสวยงามและเป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ คัปปาโดเกีย ซึ่งมีภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปีค.ศ. 1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี เดินทางสู่เขต “ไคมัคลี” (KAYMAKLI) นำท่านเข้าชม “นครใต้ดิน” (KAYMAKLI UNDERGROUND CITY) เมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกัน เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ นำชม “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่” (GOREME OPEN AIR MUSEUM) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาว คริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ นำท่านสู่ “อุชิซาร์” (UCHISAR) หนึ่งในความมหัศจรรย์ของคัปปาโดเกีย หุบเขาอุซิซาร์ หุบ เขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด เหมือนรวงผึ้ง อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย อุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ในอดีตอุซิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย นำท่านชมความงดงาม RED VALLEY ผาหินสีขาวอมชมพูอมแดง ทิวทัศน์อันตระการตา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหุบเขาคู่กันได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่งดงามที่สุดในคัปปาโดเกีย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (เมนูพิเศษ!!! เคบับหม้อดินเผาอาหารขึ้นชื่อของเมืองคัปปาโดเกีย มาแล้วต้องลองให้ได้)
บ่าย นำท่านชม “พาซาแบค” (PASABAG VALLEY) หินทรงสูงใหญ่มีรูปร่างคล้ายเห็ดสามหัว เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของคัปปาโดเกีย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมปล่องไฟสามเศียร ซึ่งถูกโอบล้อมไปด้วยหินธรรมชาติที่มีความสวยงามแปลกตา ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ DEVRENT VALLEY ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นปล่องไฟนางฟ้าในรูปแบบต่างๆ นำท่านแวะ “ชมโรงงานทอพรม” “โรงงานเซรามิค” และ “ร้านจิวเวอร์รี่” สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัยอิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง” (BELLY DANCE) อันเลื่องชื่อ ณ เมืองคัปปาโดเกีย ระบำหน้าท้องเป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน
พักที่: นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมสไตลถ้ำ !! CAPPADOCIA หรือเทียบเท่า
**หมายเหตุ:กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกันแทน**
*** Optional Tour สำหรับท่านที่ต้องการเก็บภาพยามเช้าแบบอันซีน “ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์” ***
1. ทัวร์บอลลูน(Cappadocia Balloon Tours) ชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย ออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00 น. โดยรถท้องถิ่น สู่สถานีบอลลูน เพื่อเตรียมความพร้อมและฟังคำอธิบายถึงขั้นตอนความปลอดภัยในขึ้นบอลลูนเพื่อชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย ใช้เวลาอยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขึ้นบอลลูนอยู่ที่ ท่านละ ประมาณ 280 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (USD.) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ
หมายเหตุ...ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน
2. รถจี๊ป ทัวร์ (Jeep Tours) สำหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดิน
ออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00 – 06.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดินในบริเวณที่รถเล็กสามารถตะลุยไปได้ ใช้เวลาอยู่บนรถจี๊ป ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถจี๊ปอยู่ที่ ท่านละ 120 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD)ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ
3. รถคลาสสิค ทัวร์ (Classic Tours) สำหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงาม ของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดิน ออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00 – 06.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดินในบริเวณที่รถเล็กสามารถตะลุยไปได้ ใช้เวลาอยู่บนรถคลาสสิค ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถอยู่ที่ ท่านละ 110 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองคอนย่า” (KONYA) ระหว่างทาง แวะเที่ยวชม “คาราวานสไลน์” (CARAVANSERAI) ที่พักกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่านฮานีสร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลายโบราณตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว โรงอาบน้ำ และห้องนอน โดยคำว่า “คาราวานสไลน์” หมายถึง ที่พักของผู้ที่ตรากตรำมาจากการเดินทาง โดยคาราวานสไลน์นั้น มักมีประตูสูงกว่าตัวอาคารมากเพื่อให้นักเดินทางมองเห็นได้แต่ไกล ได้เวลาสมควร นำท่านนออกเดินทางต่อสู่ เมืองคอนย่า(KONYA) เมืองที่นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกีหรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านแวะชิมโยเกิร์ตพื้นเมืองที่ได้รับวัฒนธรรมจากกรีกโบราณ ราดด้วยน้ำผึ้งป่าหอมหวานและเมล็ดดอกป๊อปปี้(Poppy Seeds)(พืชท้องถิ่นของประเทศตุรกี) เสริฟพร้อมชาแอปเปิ้ลท้องถิ่นหอมหวานสำหรับทุกท่านนำท่านเดินทางสู่ “ปามุคคาเล่” (PAMUKKALE) บ่อน้ำร้อนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมา โดยคำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” PAMUK หมายถึง ปุยฝ้าย และ KALE หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ”
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่: LYCUS RIVER THERMAL HOTEL / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชม “นครโบราณเฮียราโพลิส” หรือนครศักดิ์สิทธิ์ (HIERAPOLIS) สันนิษฐานกันว่ามีอายุประมาณ 2,200 ปี เพราะถูกสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล ในยุคของกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน โดยสร้างให้อยู่ใกล้กับแอ่งน้ำแร่ร้อนปามุคคาเล่ แต่หากถอดความคำว่าเฮียราโพลิส หมายถึง เมืองแห่งความศักดิ์สิทธ์ เช่นเดียวกับเมืองทุกเมืองที่มียุครุ่งโรจน์และยุคเสื่อมถอยเฮียราโพลิสเองก็เป็นแบบนั้น หลังจากเมืองนี้ถูกยกให้พวกโรมัน ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงจนเมืองย่อยยับ ประมาณปลายศตวรรษที่ 2 เฮียราโพลิส ค่อยๆถูกบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่ จนก้าวสู่ศตวรรษที่ 3 ด้วยความรุ่งโรจน์สุดๆแต่เวลาเคลื่อนไปถึงศตวรรษที่ 7 ก็ถึงยุคเสื่อม เมื่อถูกข้าศึกต่างถิ่นรุกราน นอกจากนี้ยังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว นำท่านชม “ปราสาทปุยฝ้าย” (COTTON CASTLE) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน มีหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้ มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ ในปี ค.ศ.1988 เมืองเฮียราโพลิสและปามุคคาเล่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชมบ้านพระแม่มาเรีย(House of Virgin Mary) หรือที่รู้จักกันในชื่อ House of the Virgin Mary เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ในตุรกี ใกล้กับเมือง Selcuk ใกล้กับซากปรักหักพังของเมืองเอเฟซัส เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และศาสนาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและตำนานของพระแม่มารี ตามตำนาน พระแม่มารีเคยใช้ชีวิตช่วงปีสุดท้ายในบ้านหลังนี้หลังจากการตรึงกางเขนของพระเยซู นำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านซิรินเช่(Sirince)(Unseen) เป็นหมู่บ้านของชาวกรีซที่เคยอยู่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ก่อนที่จะมีการแลกเปลี่ยนพลเมืองกันระหว่างตุรกีและประเทศกรีซ ที่มีลักษณะบ้านเรือนในแบบชาวกรีกแท้ๆ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก แสดงให้เห็นถึงมรดกทางประวัติศาสตร์และทางวัฒนธรรมผ่านทางโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม ปัจจุบันชาวตุรกีที่ย้ายมาจากประเทศกรีซได้เข้าอยู่อาศัยและได้รับการพัฒนาจนเป้นแหลางท่องเที่ยวยอดนิยมของคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ ท่านสามารถทดลองชมแกแฟตุรกี (Turkist Coffee) หรือขนมท้องถิ่นแบบดั้งเดิมได้จากหมู่บ้านแห่งนี้ จากนั้น ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองคุซาดาซึ” (KUSADASI)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่: FAUSTINA HOTEL / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ มหานครโบราณยุคสมัยกรีกและโรมัน “เอเฟซุส” (EPHESUS) ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 2,500 ปี ถูกสร้างขึ้นก่อนยุคคริสตกาล นำท่านเข้าชม “เมืองโบราณเอเฟซุส” หรือ เอเฟส เมืองโบราณยุคกรีกโรมัน เป็นเมืองเก่ายุคจักรวรรดิโรมันที่ถือว่าเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะวิทยาการ มีระบบวางท่อน้ำ หอสมุด และอื่นๆรวมทั้งโรงละครใหญ่ทรงโค้งแบบพิมพ์นิยมของกรีกโบราณ มีลานกว้างตรงกลาง แบ่งที่นั่งคนดูเป็น 3 ชั้นตามระดับความสำคัญไล่ไปจนถึงคนธรรมดาสามัญ ใช้เป็นที่เป็นที่ประชุม จัดแสดงละครและการต่อสู้สิงสาราสัตว์ของเหล่าทาส จากนั้น เข้าชม “โรงงานเครื่องหนัง” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ได้เวลาอันสมควร ออกเดินทางสู่ “เมืองชานัคคาเล่” (CANAKKALE) ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า “โบกาซี” (BOGAZI) หรือ เฮลเลสปอนต์ (HELLESPONT) ตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนลส์ใกล้กับแหลมเกลิโบลูบนฝั่งของทะเลมาร์มาร่าและติดกับทะเลอีเจียน โดยมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง นำท่านชม “ม้าไม้จำลองเมืองทรอย” ที่ชื่อว่า “ม้าไม้โทรจัน” ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงทรอยแตก สงครามม้าไม้ เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีกและเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอยหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย เนื่องจากมีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง อิสระทุกท่านเดินเล่นหรือเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่: Kolin Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ อิสตันบูล หรือคอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกีและทวีปยุโรป เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศตุรกี อิสตันบูลเป็นเมืองเชื่อมทวีปยูเรเชียโดยตั้งระหว่างช่องแคบบอสฟอรัส (ซึ่งแยกยุโรปและเอเชีย) ระหว่างทะเลมาร์มาราและทะเลดำ เมืองอิสตันบูลมีชื่อเสียงทางด้านศูนย์กลางการค้าและประวัติศาสตร์ของฝั่งยุโรป ประมาณหนึ่งในสามของประชากรอาศัยอยู่ทางอานาโตเลียหรือฝั่งทวีปเอเชีย โดยมีประชากรทั้งหมดประมาณ 15 ล้านคน อิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยจัดว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกและเป็นเมืองในยุโรปที่ใหญ่ที่สุด เมืองเป็นศูนย์กลางการปกครองของเทศบาลนครอิสตันบูล อิสตันบูลถือว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างซีกโลกตะวันออกและตะวันตก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม “หอคอยกาลาตา” (GALATA TOWER) หอคอยหินยุคกลางสไตล์โรมัน เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของอิสตันบูล ด้วยลักษณะทรงกระบอกสูง ของหอคอยที่โดดเด่นเหนือเส้นขอบฟ้า ทำให้เกิดทัศนียภาพอันงดงาม ของคาบสมุทรและบริเวณโดยรอบของเมืองอิสตันบูล ซึ่งในอดีตพื้นที่แถบนี้เคยเป็นอาณานิคมของชาวเจนัว (GENOESE) อิสระให้ท่านเดินเล่นชมย่านกาลาตาตามอัธยาศัย นำท่านสู่ “แกรนด์บาซาร์” (GRAND BAZAAR) ตลาดช้อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดในตุรกีเป็นตลาดสไตล์เตอร์กิชแท้ ๆ ภายในตลาดตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเป็นตลาดเก่าแก่เปิดมานานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453 มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบ ๆ 200 ไร่ มีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากถึง 5,000 ร้านค้า ที่ตลาดแกรนด์บ าซ่าร์มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของกินเล่นขนมของตุรกีที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ของที่ระลึกที่แนะนำก็จะเป็น ลูกปัดตาปีศาจ เครื่องราง ชา ผลไม้อบแห้ง ถั่วหลากชนิด เช่น ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ หรือจะเป็นขนมหวาน เตอร์กิสดีไลต์ เครื่องเทศ เซรามิก จาน ชาม แจกัน เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ พวงกุญแจหรือกระเบื้องเพนท์ติดผนัง และของที่ระลึกอื่นอีกมากมาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่: RAMADA PLAZA BY WYNDHAM HOTEL / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าชม “สุเหร่าสีน้ำเงิน” (BLUE MOSQUE) หรือชื่อเดิม คือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 (SULTAN AHMED MOSQUE) ** การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่ง ขอความร่วมมือจากทุกท่านในการแต่งกายเรียบร้อย ด้านในต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม สำหรับผู้หญิง แนะนำควรมีผ้าคลุมผม ** สุเหร่านี้สร้างในปี 2152 และเสร็จปี 2159 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลิเรีย (KULLIYE) นำท่านชม “ฮิปโปโด รม” (HIPPODROME) หรือสนามแข่งม้าโบราณ ซึ่งมีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร มีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง จากนั้น นำทุกท่านแวะถ่ายรูปบริเวณโดยรอบ สุเหร่าเซนต์โซ เฟีย (SAINT SOPHIA) หรือ โบสถ์ฮาเจียโซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์พระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นสั่งให้ผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้าชม “พระราชวังทอปคาปึ” (TOPKAPI PALACE) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 พระราชวังทอปคาปึ สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคน นำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิ เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย
พิเศษสุด.....นำท่านเข้าชมบริเวณส่วนฮาเร็ม “Harem Dairesi”
(ส่วนที่สวยที่สุดในพระราชวังและมีค่าเข้าชมเพิ่มเติม...แต่คุ้มค่ามากๆ)(รวมค่าเข้าแล้ว)
ฮาเร็ม.... คือบริเวณที่สุลต่านเคยอาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นส่วนตัว เคยเป็นที่พำนักของสมาชิกราชวงศ์ออตโตมันและสตรีชนชั้นสูงในฮาเร็มมาหลายศตวรรษ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นโรงเรียนที่มีกฎเกณฑ์และลำดับชั้นของตนเอง ฮาเร็มแห่งพระราชวังท็อปกาปึมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและการนำเสนอรูปแบบสถาปัตยกรรมในยุคสมัยตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ถึงศตวรรษที่ 19 ฮาเร็มแห่งนี้เคยเป็นเขตหวงห้ามที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้า ยกเว้นสุลต่าน พระมารดา พระมเหสี และพระโอรส ธิดาของสุลต่าน กอดี พระสวามี พระสนม และองครักษ์ฮาเร็ม (ขันที)
ภายในลานภายในประกอบด้วยค่ายทหาร ห้องต่างๆ ซุ้ม และอาคารบริการต่างๆ ซึ่งกั้นด้วยประตูทางเข้า ภายในฮาเร็มมีห้องต่างๆ มากกว่าสามร้อยห้อง ห้องอาบน้ำเก้าห้อง มัสยิดสองแห่ง โรงพยาบาล แผนกผู้ป่วย และห้องซักรีด ซึ่งตกแต่งด้วยกระเบื้องคุตาห์ยาและอิซนิก
อาคารที่โดดเด่นที่สุดของฮาเร็ม ได้แก่ “ห้องส่วนพระองค์ของมูราดที่ 3” หนึ่งในโครงสร้างสำคัญของสถาปัตยกรรมออตโตมัน ผลงานของมิมาร์ ซีนัน “ห้องส่วนพระองค์ของอาห์เหม็ดที่ 3 หรือที่รู้จักกันในชื่อห้องผลไม้” หนึ่งในตัวอย่างอันโดดเด่นของยุคทิวลิปที่สร้างบรรยากาศสวนดอกไม้ และ “ซุ้ม/ห้องคู่ของมกุฎราชกุมาร” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุภายใน
ส่วนอื่นๆ ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม ได้แก่ ทางเข้าหลัก, ลานพระสนม, ห้องโถงใหญ่, ห้องบรรทมของพระราชินี, ห้องอาบน้ำของสุลต่านและพระราชินี, ลานพระบรมวงศานุวงศ์, บ้านพักของทหารม้า, ห้องบรรทมของทหารม้า, ห้องบรรทมของทหารม้า, ห้องบรรทมของทหารม้า, ห้องบรรทมของทหารม้า, และห้องอาบน้ำของทหารม้า
นำท่านชมห้องอาบน้ำ ออกแบบในสไตล์ห้องอาบน้ำแบบออตโตมันคลาสสิก และมีสองส่วนที่แยกออกจากกันอย่างสมมาตร ด้วยแนวคิดใหม่ในสถาปัตยกรรมห้องอาบน้ำแบบตุรกี ครั้งแรกที่แบ่งส่วนหญิงและชายอยู่บนแกนเดียวกัน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : RAMADA PLAZA BY WYNDHAM HOTEL / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำทุกท่าน “ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส” (BOSPHORUS CRUISE) ถือเป็นหนึ่งในช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆของโลก เป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อกับทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ ระหว่างการล่องเรือ ผ่านชม พระราชวังโดลมาบาเชห์ สร้างโดย สุลต่านอับดุล เมซิด (ABDUL MECIT) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป นำท่านเดินทางสู่ ตลาดเครื่องเทศ(Spice Market) ตลาดที่รวบรวมขนม, ของกิน, เครื่องเทศและถั่วชนิดต่างๆไว้มากที่สุดในประเทศตุรกี ท่านสามารถเลือกซื้อถั่วพิตตาชิโอ, ฮัซเซลนัท, ขนมเตอร์กิส ดีไลท์, บัคราวา และขนมที่มีชื่อเสียงของตุรกีได้อย่างเต็มที่ ก่อนเดินทางกลับ / สมควรแก่เวลา นำทุกท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานอิสตันบูล
15.50 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TK058
05.10 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา