
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 20 เม.ย. 69 - 27 เม.ย. 69 | 31,900 บาท | 40,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 27 เม.ย. 69 - 04 พ.ค. 69 | 25,900 บาท | 34,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 27 เม.ย. 69 - 04 พ.ค. 69 | 25,900 บาท | 34,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 04 พ.ค. 69 - 11 พ.ค. 69 | 27,900 บาท | 36,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 พ.ค. 69 - 18 พ.ค. 69 | 33,900 บาท | 42,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 11 พ.ค. 69 - 18 พ.ค. 69 | 33,900 บาท | 42,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 พ.ค. 69 - 25 พ.ค. 69 | 29,900 บาท | 38,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 พ.ค. 69 - 01 มิ.ย. 69 | 31,900 บาท | 40,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 01 มิ.ย. 69 - 08 มิ.ย. 69 | 32,900 บาท | 41,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 07 ก.ย. 69 - 14 ก.ย. 69 | 31,900 บาท | 40,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 14 ก.ย. 69 - 21 ก.ย. 69 | 31,900 บาท | 40,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 31,900 บาท | 40,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ต.ค. 69 - 15 ต.ค. 69 | 32,900 บาท | 41,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 ต.ค. 69 - 22 ต.ค. 69 | 32,900 บาท | 41,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
14.30 น.
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 10 เคาน์เตอร์สายการบิน ไทย เวียตเจ๊ต (VZ) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
17.40 น.
ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินซีหนิง โดย สายการบิน ไทยเวียตเจ๊ต เที่ยวบินที่ VZ3690 (เที่ยวบินเช่าเหมาลำและไม่มีอาหารบนเครื่อง)
22.40 น.
เดินทางถึง สนามบินซีหนิงเฉาเจียเป่า ซีหนิง ประตูสู่ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตและศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมตะวันตกเฉียงเหนือและเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน บนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต เมืองซีหนิงถือเป็น "ประตูตะวันออก" ของที่ราบสูง และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางสายไหมตอนใต้และเส้นทางโบราณสมัยราชวงศ์ถัง จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระ
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
XINING YONGHE INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
นำท่านชม ทุ่งหญ้าฉีเหลียนซาน (ระยะทาง 135 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ณ เส้นรอยต่อระหว่างมณฑลชิงไห่และกานซู่ ที่ซึ่งเทือกเขาฉีเหลียนทอดตัวยาวเหยียดราวกับกำแพงธรรมชาติ โอบล้อมหนึ่งในทุ่งหญ้าที่งดงามที่สุดของจีนไว้ ภาพฝันของทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ภายใต้ผืนฟ้าสีครามสดใส และมีฉากหลังเป็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทาง แต่ยังเป็นบ้านของฝูงม้า แกะ และจามรีที่เล็มหญ้าอย่างอิสระ เป็นภาพชีวิตอันเรียบง่ายและงดงามที่เชื่อมโยงกับวิถีชนเผ่าเร่ร่อนมาแต่โบราณ การมาเยือนทุ่งหญ้าฉีเหลียนมักจะควบคู่ไปกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ ฟาร์มปศุสัตว์อี้เป่า ที่ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวทิเบตอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การลองสวมชุดพื้นเมืองสีสันสดใส การขี่ม้าชมทิวทัศน์ และการยิงธนู ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณอิสระของดินแดนแห่งนี้ (รายการทัวร์รวมค่าชุดพื้นเมืองทิเบตและค่ายิงธนูแล้ว ไม่รวมค่าขี่ม้า)
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ พุทธศิลป์วัดถ้ำเกือกม้า (ระยะทาง 108 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1.5 ชั่วโมง) หนึ่งในหมู่ถ้ำทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ประกอบด้วยกลุ่มถ้ำน้อยใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหลินซง มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปได้ถึงกว่า 1,500 ปี ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากหมู่ถ้ำแห่งอื่น คือผลงานศิลปะส่วนใหญ่ไม่ใช่การแกะสลักหิน แต่เป็นการ "ปั้นปูน" หรือ "ปั้นดินเหนียว" เนื่องจากหินทรายของภูเขาบริเวณนี้ไม่เหมาะแก่การแกะสลัก เหล่าช่างฝีมือโบราณจึงได้รังสรรค์ผลงานพุทธศิลป์ผ่านการปั้นขึ้นมาแทน ซึ่งได้กลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นและน่าทึ่งที่สุด ตื่นตากับเสาถ้ำขนาดใหญ่ใจกลางโถงที่ประดับประดาไปด้วยพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ปูนปั้นนูนสูงหลากสีสันที่ยังคงความสดใส
นำท่านเดินทางสู่ เมืองจางเย่ (ระยะทาง 60 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง) หรือที่รู้จักในชื่อ "กานโจว" ตั้งอยู่ในมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทางเดินเศรษฐกิจสำคัญอย่าง "ระเบียงเหอซี" เมืองนี้มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมบนเส้นทางสายไหม อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็น "สรวงสวรรค์แห่งแดนเหนือ" มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 5,000 ปี โดยในยุคก่อนราชวงศ์ฉิน พื้นที่นี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าเย่จือ และในสมัยราชวงศ์ฮั่น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมที่เชื่อมต่อระหว่างจีนและโลกตะวันตก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
HOLIDAY INN EXPRESS ZHANGYE หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาสายรุ้งจางเย่ (รวมรถอุทยาน) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดของจีน ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 50 ตารางกิโลเมตร เขาสายรุ้งจางเย่ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการกัดเซาะของลม น้ำ และแสงแดด กว่า 2 ล้านปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยสีสันอันหลากหลายและงดงาม เสน่ห์แห่งเขาสายรุ้ง อันได้แก่ สีสันหลากเฉดสี เช่น แดง ส้ม เหลือง เขียว และน้ำตาล สลับซับซ้อนเป็นลวดลายเหมือนจิตรกรรมชิ้นเอกของธรรมชาติ รูปร่างแปลกตาและโดดเด่นด้วยยอดเขาและหน้าผาที่มีลักษณะเป็นชั้นๆ และหินรูปร่างแปลกตา ทั้งหอคอย ปราสาท และเจดีย์หิน บรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา แสงแรกของวันสาดส่องให้เขาสายรุ้งดูเรืองรองยามเช้า ในขณะที่พระอาทิตย์ตกดินสร้างภาพที่อบอุ่นและน่าหลงใหล
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองจิ่วฉวน (ระยะทาง 223 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างมณฑลกานซู่ ซินเจียง ชิงไห่ และมองโกเลีย ทำให้เป็นศูนย์กลางของทางเดินเศรษฐกิจในภูมิภาค "ระเบียงเหอซี" เมืองนี้มีภูมิอากาศแบบแห้งแล้งในเขตหนาวเย็น โดยมีอุณหภูมิแตกต่างกันมากระหว่างกลางวันและกลางคืน มีปริมาณน้ำฝนน้อย แต่มีแสงแดดส่องถึงยาวนาน เมืองจิ่วฉวนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยในยุคหินเก่า พื้นที่นี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณ และในยุคโบราณเป็นที่ตั้งของชนเผ่าเกี๋ยงและเผ่าหรง ในสมัยราชวงศ์ฮั่น (ปี 121 ก่อนคริสต์ศักราช) เมืองนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า "จิ่วเฉวียน" ซึ่งหมายถึง "น้ำพุแห่งสุรา" ตามตำนานที่เล่าขานว่าแม่ทัพฮั่วชวี่ปิ้งได้ใช้ไวน์ฉลองชัยชนะและเทลงในน้ำพุเพื่อแบ่งปันกับทหาร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
JIAYUGUAN CHENGFENG HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านชม กำแพงเมืองจีน ด่านเจียยวี่กวน (รวมรถอุทยาน) ณ จุดบรรจบแห่งประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ป้อมเจียยวี่กวนตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเจียยวี่กวน ได้รับการขนานนามว่า "ปราการหน้าด่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า" ด่านแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาที่แคบที่สุดของระเบียงเหอซี และเป็นจุดสิ้นสุดทางตะวันตกของกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์หมิง ด้วยภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติและการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ ด่านเจียอวี้กวนจึงเป็นหนึ่งในสามสิ่งมหัศจรรย์ของกำแพงเมืองจีน (ร่วมกับด่านซานไห่กวนทางตะวันออก และด่านเจิ้นเป่ยไถทางตอนกลาง) ป้อมปราการแห่งนี้มีการออกแบบที่ซับซ้อนและแข็งแกร่ง ประกอบด้วยกำแพงเมืองชั้นใน ชั้นนอก และกำแพงล้อมรอบ รวมถึงป้อมปราการและหอคอยต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับกำแพงเมืองจีน ด้วยความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร และมีระบบป้องกันที่แข็งแกร่ง เช่น คูดัก ป้อมไฟและป้อมค่าย ปัจจุบันด่านเจียยวี่กวนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน ด่านนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และความมั่นคงของจีนในอดีต และเป็นสถานที่ที่ท่านสามารถสัมผัสกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเส้นทางสายไหม
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
บ่าย
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองตุนหวง (ระยะทาง 369 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ตุนหวง หรือที่รู้จักในชื่อ "ซาโจว" ตั้งอยู่ปลายทางด้านตะวันตกของเส้นทางสายไหมในมณฑลกานซู ประเทศจีน เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศิลปะและวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองมากว่า 2,000 ปี ตุนหวงมีภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น ด้วยลักษณะ "แอ่งตุนหวง" ซึ่งพื้นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลทราย ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่สวยงามและลึกลับไม่เหมือนใคร ตุนหวงถือกำเนิดขึ้นในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (ก่อนคริสต์ศักราช 111 ปี) และกลายเป็นจุดศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก วัฒนธรรมที่หลอมรวมกันผ่านเส้นทางสายไหมทำให้ที่นี่เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมด้วยความหมาย
ระหว่างทางนำท่าน ประติมากรรมทารกแห่งแผ่นดิน ศิลปะกลางทะเลทรายที่สะท้อนถึงพลังแห่งธรรมชาติ ผลงานประติมากรรมที่ตั้งอยู่บนทะเลทรายโกบี ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ประติมากรรมนี้แสดงถึงพลังของผืนดินที่หล่อหลอมชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์ โดยตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายโกบีที่กว้างใหญ่และเงียบสงบ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกใบนี้ ประติมากรรมชิ้นนี้สร้างขึ้นโดย ศาสตราจารย์ตงซูปิง ผู้เชี่ยวชาญด้านประติมากรรมจากมหาวิทยาลัยศิลปะชิงหัว และรองเลขาธิการสมาคมประติมากรรมแห่งประเทศจีน การสร้างประติมากรรมนี้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเริ่มจากการสแกนสามมิติเพื่อสร้างแบบจำลอง จากนั้นจึงแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อแกะสลักด้วยเครื่องจักร 3 มิติ ก่อนจะนำมาประกอบเข้าด้วยกันจนกลายเป็นผลงานที่สมบูรณ์
จากนั้นนำท่านชม ประติมากรรมพระพักตร์แห่งจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ งานประติมากรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดย จางว่านซิน ศิลปินประติมากรรุ่นใหม่ผู้มากความสามารถ ได้รับแรงบันดาลใจจากอารยธรรมเส้นทางสายไหมและบทบาทสำคัญของจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ในประวัติศาสตร์จีน ประติมากรรมนี้มีความสูงถึง 12.5 เมตร สร้างขึ้นจากหินทรายสีแดงที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเปิดเส้นทางสายไหม และขยายอิทธิพลของจีนสู่โลกภายนอก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
OPTION SHOW: โชว์หวนคืนสู่ตุนหวง ท่านละ 400 หยวน
ประสบการณ์การคืนชีพทางวัฒนธรรม ที่จะพาท่านย้อนกลับไปสู่จิตวิญญาณของอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก การแสดงระดับตำนานที่ใช้งบลงทุนสูงถึง 600 ล้านหยวนนี้ ถูกสร้างสรรค์โดยผู้กำกับชื่อดัง หวัง เฉาเก๋อ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ละครประสบการณ์จริงที่มีชื่อเสียงระดับโลก นี่คือการแสดงในร่มประสบการณ์จริงเรื่องแรกของภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และเป็นโครงการแรกของ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" ที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลจีนอย่างเต็มที่ เพื่อให้กลายเป็นนามบัตรท่องเที่ยวนานาชาติใบใหม่ของตุนหวง ควบคู่ไปกับถ้ำม่อเกา และเนินทรายครวญ-อ่าวพระจันทร์เสี้ยว
*** ในกรณีที่ท่านไม่ต้องการซื้อออปชั่นเพิ่มเติม อิสระช็อปปิ้งย่านใกล้เคียง ***
จากนั้นนำท่านอิสระช็อปปิ้ง ณ ตลาดกลางคืนซาโจว หนึ่งในตลาดที่ใหญ่และครึกครื้นที่สุดของแถบเหอซี จากทำเลของเมืองตุนหวงที่เสมือนเบ้าหลอมรวมอารยธรรมทั้งจากตะวันตกและตะวันออก เลือกทานอาหารจากนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อาหารชาวหุย อุยกูร์ มองโกล ทิเบต คาซัค คีร์กีซ และอีกมากมายให้เลือกชิมเลือกทานกันอย่างจุใจ
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
DUNHUANG TIANRUN YIBE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
นำท่าน สัมผัสสุนทรียะแห่งสันทรายมีชีวิต ณ ใจกลางเส้นทางสายไหมในเมืองตุนหวง มีสถานที่มหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้บรรเลงบทเพลงแห่งกาลเวลาผ่านเม็ดทราย นั่นคือ เนินทรายครวญ หมิงซาซาน เนินทรายสีทองอร่ามขนาดมหึมาที่สามารถส่งเสียงได้ กล่าวกันว่าเมื่อลมพัดแรง จะเกิดเสียงคำรามกึกก้องคล้ายเสียงกลองรบ แต่ในยามลมสงบ จะเกิดเป็นเสียงดนตรีแผ่วเบาราวกับเครื่องสายโบราณ
*** หมายเหตุ กิจกรรมขี่อูฐชมทะเลทราย มีข้อจำกัดด้านอายุและสุขภาพ โดยทางอุทยาน ไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ กระดูกหลัง หรือคอ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้น โปรแกรมนี้จึง ไม่ได้รวมกิจกรรมขี่อูฐไว้ในรายการทัวร์
*** เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับท่านที่ต้องการขี่อูฐ ทางบริษัทได้รวมค่ารถอุทยานไว้แล้ว 1 ขา (สำหรับท่านที่ต้องการขี่อูฐ จะใช้การขี่อูฐเข้าและนั่งรถในขากลับออกจากอุทยาน และ ท่านที่ไม่ได้ขี่อูฐจะใช้การเดินเข้าและนั่งรถอุทยานในขากลับเช่นกัน)
รายละเอียดกิจกรรม เพื่อให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มที่ โปรแกรมทัวร์ได้จัดเตรียมบริการและมีกิจกรรมเสริมแนะนำ ดังนี้
กิจกรรมเสริมพิเศษ (Optional Tour - ไม่รวมในราคาทัวร์):
กิจกรรมขี่อูฐชมทะเลทราย: สัมผัสประสบการณ์แบบฉบับเส้นทางสายไหม (ค่าบริการประมาณ 130 หยวน/ท่าน) หมายเหตุ ทางอุทยานไม่อนุญาต สำหรับผู้เดินทางที่ มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้เดินทางที่ มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกระดูก, หลัง หรือคอ
ถุงหุ้มรองเท้า: สำหรับป้องกันทรายเข้ารองเท้าขณะเดินบนเนินทราย (ค่าบริการประมาณ 20 หยวน/ท่าน)
*หมายเหตุ: ราคากิจกรรมเสริมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยขึ้นอยู่กับประกาศของทางอุทยาน ณ วันเดินทาง
ลำดับของโปรแกรมการท่องเที่ยวอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงสภาพอากาศ, สภาพการจราจร, และผลประโยชน์ของคณะเดินทางเป็นสำคัญ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ เจดีย์ม้าขาว ณ ชานเมืองตุนหวางอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวาย มีเจดีย์สีขาวนวลตั้งตระหง่านอยู่เป็นอนุสรณ์แห่งความภักดี เรื่องราวของเจดีย์ม้าขาว ที่ไม่ใช่เพียงแค่สถูปธรรมดา แต่เป็นตำนานที่ผูกพันกับการเดินทางของพระพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหม ว่ากันว่าเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง "เทียนหลิว" ม้าขาวคู่ใจของพระกุมารชีพ ซึ่งเดินทางรอนแรมข้ามทะเลทรายอันโหดร้ายเพื่อนำพระไตรปิฎกมาเผยแผ่ในประเทศจีนราวปี ค.ศ. 384 แต่เมื่อถึงเมืองตุนหวง ม้าขาวผู้ซื่อสัตย์ได้ล้มป่วยและจากไป ด้วยความอาลัยรัก พระกุมารชีพจึงสร้างเจดีย์แห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงคุณงามความดีของม้าตัวนี้นั่นเอง
นำท่านชม ถ้ำแกะสลักม่อเกาคู (รวมรถอุทยาน) (ระยะทาง 30 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) สิ่งมหัศจรรย์ที่สะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมตะวันออกและตะวันตกในอดีต นั่นคือ ถ้ำม่อเกาคู หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ถ้ำพระพันองค์" อันเป็นศูนย์รวมศิลปะพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ถูกขนานนามว่าเป็น "ศิลปะบนเส้นทางสายไหมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" เริ่มต้นการสร้างในปี พ.ศ. 909 โดยพระเล่อจุน ผู้ซึ่งพบแสงทองส่องประกายเหมือนพระพุทธรูปนับพันที่ภูเขาเฟิงหวง และเริ่มสร้างถ้ำแรกเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ถ้ำนี้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องในยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ ราชวงศ์เหนือ-ใต้ จนถึง ราชวงศ์หยวน รวมระยะเวลากว่า 1,000 ปี มีถ้ำทั้งหมด 735 แห่ง รวมพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตร และ รูปปั้นดินเหนียวประดับสี กว่า 2,400 องค์ ภายในถ้ำมีการแสดงออกถึงความงดงามใน 3 มิติ แสดงถึงความซับซ้อนของโครงสร้างถ้ำ ภาพวาดฝาผนัง ที่เล่าเรื่องราวพระพุทธศาสนา และ รูปปั้น ที่สะท้อนถึงฝีมือช่างอันปราณีต ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธศาสนา ชีวิตประจำวัน ศิลปะดนตรี และวัฒนธรรมจากหลากหลายอารยธรรม ** เข้าชม 4 คูหา **
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
DUNHUANG TIANRUN YIBE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเมืองหลิวหยวน (ระยะทาง 151 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เพื่อนั่งรถไฟความเร็วสู่ เมืองซีหนิง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) ซีหนิง ประตูสู่ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตและศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมตะวันตกเฉียงเหนือและเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน บนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต เมืองซีหนิงถือเป็น "ประตูตะวันออก" ของที่ราบสูง และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางสายไหมตอนใต้และเส้นทางโบราณสมัยราชวงศ์ถัง
ข้อควรระวัง โปรดตรวจสอบสัมภาระติดตัวของท่านอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเข้าสถานี เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการผ่านจุดตรวจความปลอดภัย กรุณางดนำวัตถุอันตราย ของมีคม และวัตถุไวไฟทุกชนิดติดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง: • กรรไกรตัดเล็บ, มีดโกน, มีดพับ, ไฟแช็ก, ไม้ขีดไฟ • สเปรย์หรือกระป๋องอัดแก๊สทุกชนิด (เช่น สเปรย์ฉีดผม, สเปรย์ระงับกลิ่นกาย) • ของเหลวที่มี ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ในปริมาณเกิน 100 มิลลิลิตร
สถานีรถไฟในประเทศจีนมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบสิ่งของต้องห้ามดังกล่าว จะถูกยึดโดยไม่มีข้อยกเว้น และไม่สามารถขอคืนได้ในทุกกรณี
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14) (หมายเหตุ: รูปแบบของมื้ออาหารอาจมีการปรับเปลี่ยนตามตารางการเดินรถไฟ ในกรณีที่เที่ยวรถไฟตรงกับช่วงเวลาอาหารกลางวัน ทางบริษัทฯ จะจัดเตรียมเป็น "ชุดอาหารกล่อง" สำหรับรับประทานบนรถไฟแทน เพื่อความต่อเนื่องและความสะดวกในการเดินทาง)
บ่าย
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบชิงไห่หู ทะเลสาบชิงไห่ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3,196 เมตร ทะเลสาบชิงไห่เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในภูมิภาคตะวันตกของจีน โดยทำหน้าที่เป็น "เครื่องปรับอากาศธรรมชาติ" และ "เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ" ของที่ราบสูงชิงไห่ ผืนน้ำของทะเลสาบมีสีฟ้าครามที่สดใส ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามแสงของดวงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลา ทั้งยังถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่งดงาม ภูเขาเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความงดงามให้กับภูมิทัศน์ แต่ยังสร้างบรรยากาศที่สงบเงียบและเป็นธรรมชาติ บริเวณทะเลสาบมีเกาะเล็กๆ หลายแห่ง เช่น เกาะนก ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำหลากหลายชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูอพยพ นกนับพันตัวจะมารวมตัวกันที่นี่ สร้างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ และในช่วงฤดูร้อน ทุ่งหญ้ารอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสัน เช่น ดอกเรพซีด ที่เปลี่ยนพื้นที่รอบทะเลสาบให้กลายเป็นพรมสีเหลืองสดใส ตัดกับสีฟ้าของน้ำและท้องฟ้าคราม **ราคาทัวร์ไม่รวมค่าล่องเรือ และค่าขึ้นเกาะนก (ทั้งนี้ราคาในแต่ละช่วงเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของหน่วยงานการท่องเที่ยว) **
OPTIONAL TOUR: ล่องเรือทะเลสาบชิงไห่หรือรถไฟชมวิว 300 หยวนต่อท่าน
ท่านสามารถเลือกสัมผัสความงดงามนี้ได้ 2 รูปแบบ
ล่องเรือชมทะเลสาบ
เพลิดเพลินไปกับการล่องเรือท่ามกลางผืนน้ำสีคราม ชมภาพภูเขาหิมะ เทือกเขาเทียนซาน และนกน้ำที่โบยบินเหนือผืนน้ำแข็งสัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบของทะเลสาบที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “อัญมณีแห่งที่ราบสูง”
รถไฟชมวิวรอบทะเลสาบ
นั่งรถไฟสายพิเศษที่วิ่งเลียบขอบทะเลสาบ เปิดมุมมองพาโนรามาให้เห็นทั้งผืนน้ำ ท้องฟ้า และแนวเขาหิมะได้พร้อมกัน เป็นประสบการณ์ที่ทั้งโรแมนติกและสุนทรีย์ในทุกลมหายใจ
*** ในกรณีที่ท่านไม่ต้องการซื้อออปชั่นเพิ่มเติม อิสระกิจกรรมตามอัธยาศัยริมทะเลสาบ ***
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฉาข่า (ระยะทาง 108 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ประตูสู่ทะเลสาบเกลือที่งดงามของชิงไห่ เป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและมองโกเลีย เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอูหลานในพื้นที่ที่มีความงดงามทางธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยทะเลสาบเกลือฉาข่า ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับการขนานนามว่าเป็น "กระจกแห่งท้องฟ้า" ทำให้มีภูมิทัศน์ที่หลากหลายและน่าประทับใจ
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 15)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
CHAKA BAILANDAO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
นำท่านชม ทะเลสาบเกลือฉาข่า (รวมรถราง 1 ขา และถุงหุ้มรองเท้า) ทะเลสาบเกลือฉาข่า หรือที่รู้จักกันในนาม "กระจกเงาแห่งท้องฟ้า" คือหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ที่นี่คือดินแดนที่ผืนน้ำและแผ่นฟ้าบรรจบกันจนแยกไม่ออก ภาพของท้องฟ้า ก้อนเมฆ และเทือกเขาที่สะท้อนบนผิวทะเลสาบที่ขาวโพลนราวกับหิมะและเรียบสนิทดุจกระจกเงา ได้สร้างทัศนียภาพอันน่าทึ่ง จนได้รับการขนานนามจากนิตยสาร National Tourism Geographic ว่าเป็นหนึ่งใน "55 สถานที่ที่ต้องไปเยือนในชั่วชีวิต" นอกจากความงามที่สะกดทุกสายตาแล้ว ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปีในฐานะแหล่งผลิตเกลือที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมโบราณอีกด้วย (เนื่องจากเส้นทางภายในอุทยานมีระยะทางค่อนข้างยาว และกิจกรรมเดินชมทะเลสาบมีพื้นที่กว้างทางบริษัทจึงได้จัดรวมบริการ รถไฟชมวิวภายในอุทยาน 1 ขา (ขาเข้า) เพื่อให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพได้อย่างเต็มที่โดยไม่เหนื่อยล้า
สำหรับท่านที่ ไม่ต้องการเดินกลับ สามารถซื้อตั๋วรถไฟสำหรับ ขาออกเพิ่มเติมได้โดยตรงที่หน้างานในราคา 60 หยวน ** อาจมีการเปลี่ยนแปลงราคาโดยจะขึ้นอยู่กับประกาศของอุทยานในวันเดินทาง**
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 17)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ ซีหนิง (ระยะทาง 207 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่ ตลาดกลางคืนซีหนิง แหล่งรวมอาหารท้องถิ่นที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวชิงไห่ ทิเบต มองโกเลีย และเส้นทางสายไหม เป็นที่รู้จักในฐานะ "สวรรค์ของนักชิม" ด้วยร้านอาหารและแผงลอยกว่า 35 แห่งที่นำเสนออาหารท้องถิ่นและอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมหลากหลาย ท่านจะได้พบกับเมนูที่หลากหลาย ตั้งแต่รสชาติแบบดั้งเดิมไปจนถึงอาหารที่ผสมผสานความทันสมัย อาหารที่นี่ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ที่หลากหลายของชาวชิงไห่และภูมิภาคใกล้เคียง
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 18)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก
XINING YONGLE INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 19)
นำท่านชมณ สถานที่ซึ่งเลือดหยดแรกของมหาคุรุผู้ยิ่งใหญ่ได้หยั่งรากลึกลงสู่ผืนดิน บังเกิดต้นไม้จันทน์ขาวศักดิ์สิทธิ์ที่มีพระพุทธรูปปรากฏบนใบกว่าแสนใบ และนี่คือจุดเริ่มต้นแห่งตำนานของ วัดถ่าเอ่อร์ซื่อ หนึ่งในหกสุดยอดอารามหลวงแห่งนิกายเกลุก (นิกายหมวกเหลือง) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความศักดิ์สิทธิ์ของอารามแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการเป็น สถานที่ประสูติของพระอาจารย์จงคาปา มหาคุรุผู้ปฏิรูปและก่อตั้งนิกายเกลุกที่ชาวทิเบตให้ความเคารพสูงสุด ท่านจะได้พบกับ "สามสิ่งมหัศจรรย์แห่งวัดถ่าเอ่อร์ซื่อ" ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ เจดีย์เนย ตื่นตากับงานประติมากรรมอันวิจิตรตระการตาที่สร้างขึ้นจาก "เนยจามรี" บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาได้อย่างมีชีวิตชีวาราวกับภาพจริง ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ชื่นชมภาพวาดฝาผนังสีสันสดใสที่สะท้อนถึงศรัทธาและเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่ถูกวาดขึ้นอย่างประณีตงดงาม ภาพปักดุน ทึ่งไปกับงานศิลปะผ้าปักสามมิติอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สร้างสรรค์จากผ้าไหมหลากสีสัน บอกเล่าพุทธประวัติได้อย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางหมู่สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบจีนฮั่นและทิเบตได้อย่างลงตัวนั้น ยังมี มหาวิหารหลังคาทองคำ ที่สร้างครอบเจดีย์เงินองค์ดั้งเดิมซึ่งเป็นหัวใจของวัด ส่องประกายสีทองอร่ามจับตา
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 20)
บ่าย
นำท่านอิสระช็อปปิ้ง ณ ถนนคนเดินหลี่เหมิง ใจกลางวัฒนธรรมและการช้อปปิ้งแห่งเมืองซีหนิง เมื่อก้าวเข้าสู่ ถนนคนเดินหลี่เหมิงแล้ว ท่านจะพบว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ย่านการค้าธรรมดา แต่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของเมืองซีหนิง ที่ซึ่งสถาปัตยกรรมโบราณผสานเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ถนนสายนี้เปรียบเสมือนหัวใจที่ไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงมากมาย ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน "ถนนการค้าชื่อดังของจีน" และเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAA ของประเทศ ที่นี่คือจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ชิมอาหารเลิศรส และเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งอย่างครบวงจร
ค่ำ
อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินซีหนิง
23.40 น.
ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน ไทยเวียตเจ๊ต เที่ยวบินที่ VZ3691 (เที่ยวบินเช่าเหมาลำและไม่มีอาหารบนเครื่อง)
02.45 น.+1
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา