
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 23 ม.ค. 69 - 01 ก.พ. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 20 ก.พ. 69 - 01 มี.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 20 มี.ค. 69 - 29 มี.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 28 มี.ค. 69 - 06 เม.ย. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 09 เม.ย. 69 - 18 เม.ย. 69 | 102,995 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | |
| 25 เม.ย. 69 - 04 พ.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 พ.ค. 69 - 17 พ.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 10 ต.ค. 69 - 19 ต.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ต.ค. 69 - 26 ต.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ต.ค. 69 - 02 พ.ย. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 06 พ.ย. 69 - 15 พ.ย. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 พ.ย. 69 - 07 ธ.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 ธ.ค. 69 - 14 ธ.ค. 69 | 98,979 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
20.00 น พร้อมกัน ณ เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางทำผ่านขั้นตอนการตรวจคนออกนอกประเทศ
23.15 น. ออกเดินทางสู่อิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 69
06.10 น. เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่อง
11.50 น. ออกเดินทางสู่คาซาบลังกา โมฮัมเหม็ดที่ 5 (CMN) เที่ยวบินที่ TK 617
14.50 น. ถึงสนามบินคาซาบลังกา (Casablanca) ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคาซาบลังกา (Casablanca) คำว่า “คาซา” แปลว่า บ้าน และ “บลังก้า” แปลว่า สีขาว คาซาบลังกา เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า “ราชอาณาจักรโมรอคโค” ด้วยซ้ำ นำท่านชมสุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 เป็นหนึ่งในสุเหร่าที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองที่องค์กษัตริย์ฮัสซันที่ 2 มีพระชนมายุครบ 60 พรรษา สุเหร่าแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและงดงาม เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะอิสลามแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้เวลาอันสมควณนำท่านเดินทางสู่เมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Rabat : Atlantic Agdal Hotel 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาในอดีตและเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศโมร็อกโก ตั้งอยู่ติดมหาสมุทรแอตแลนติกและเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม ชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจ ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ด ที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เมืองที่ได้ชื่อว่ามนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค เป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี เมืองนี้เคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนและได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ.1956 จนได้รับอิทธิพลวิถีชีวิตและภาษาสเปนในปัจจุบันนี้ ชมบ้านเรือนทำด้วยสีฟ้าและสีขาว ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาวและมีครึ่งล่าง ไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดินเป็นสีฟ้าสดใส นำท่านชมบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมของเมืองยังคงเป็นแบบโมรอคโค ซุ้มประตูโค้งจึงสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง และยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกแบบโมรอคโค อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Chefchaouen : Dar Echchaouen Hotel 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจำกแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีตซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 จากนั้นเดินทางสู่เมืองแมกเนส (Meknes) หนึ่งในเมืองมรดกโลก รับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่านมูเล อิสมาอิแห่งราชวงศอ์ะลาวทิ ได้ชื่อเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่าน กลางเมืองเมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอกไวน์และพืช พรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบ เมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู ชมประตูบับมันซู (Bab Mansour Gate) เป็นประตูที่ ได้ชื่อว่าสวยที่สุดตกแต่งด้วยโมเสกและกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่เมืองเฟซ (Fes)เมืองที่ลึกลับและมหัศจรรย์ เป็นเมืองที่น่าทึ่งซึ่งตั้งอยู่ในโมร็อกโกเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกและเป็นที่ตั้งของเมดินาที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือ เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของโมร็อกโกและยังคงได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ นำท่านเดินเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟซ ผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสกสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดินาแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆ ชมเมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆ ที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine)
ชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมา แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ นำท่านชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) นำท่านชมย่านเครื่องหนัง และชมบ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของกำรเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Fes : Atlas Saiss Hotel 4 *หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางผ่านชมเมืองอิเฟรน (Ifrane) เมืองที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นเป็นเมืองพักตากอากาศ ในช่วง ค.ศ. 1930 เมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน เดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองมิเดล (Midelt)
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
เดินทางสู่เมืองเออร์ฟูด์ (Erfoud) ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจาก ซาอุดิอาระเบีย และซูดาน เดินทางสู่เมืองเมอร์ซูกา (แยกสัมภาระสาหรับค้างคืนในทะเลทราย) โดยนำท่าน นั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 WD ไปท่องทะเลทรายซาฮาร่า “Sahara Desert” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) เมืองเมอร์ซูกา (Merzouga) ลัดเลาะขอบทะเลทรายซาฮารา ผ่านชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของภูเขาหินที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลของหอยและแมงกะพรุนโบราณในอดีตเมื่อ 350 ล้านปีก่อน ซึ่งดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน จึ่งเป็นที่กำเนิดของซากฟอสซิลต่างๆ คืนนี้ท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์นอนแคมป์กลางทะเลทรายซาฮาร่า อิสระท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Merzouga : Zahra luxury Desert Camp 4* หรือเทียบเท่า
05.00 น. นำท่านขี่อูฐท่องทะเลทรายซาฮาร่า ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ทะเลทรายซาฮาร่านับว่าเป็นอีกหนึ่ง Unseen ชมแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องกับผืนทรายสี เหลืองนวลตัดกับแสงอาทิตย์แรก เป็นบรรยากาศที่ท่านจะประทับใจมิรู้ลืม จากนั้นได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านนั่งรถ 4WD สู่เมืองเออร์ฟูด์ (Erfoud) เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ จากนั้นเดินทางสู่ทอด้าจอร์จ (Todra Gorge) ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำใสไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตาเป็นแหล่งปีนหน้าผำสาหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย เดินทางสู่เมืองทินเฮียร์ (Tinghir) ชมโอเอซิส Tinghir ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
เดินทางสู่เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาแอตลาสเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศส และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ อีกทั้งเป็นสถานที่ทำกริกรรมทะเลทรายต่าง ๆ เช่น การขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Ouarzazate : Karam Palace Hotel 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Ben Haddou) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงาม และมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลาง สวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดัง อาทิ Lawrence of Arabia, Jesus of และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้ นำท่านชม Ait Ben Haddou เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ริมเส้นทางคาราวานระหว่างทะเลทรายซาฮาราและเมืองมาร์ราเกชในประเทศโมร็อกโกในปัจจุบัน เมืองนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมดินเหนียวของโมร็อกโก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี 1987 นอกจากนี้ยังเป็นฉากของภาพยนตร์เรื่อง Gladiator อีกด้วย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marrakesh) ใน อดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วง ศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือสองข้างทาง แวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้ม ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือเมืองสีชมพูอาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A CITY OF DRAMA นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ นำท่านชมสุเหร่าคูตูเบียห์ (Koutoubia Mosque) สุเหร่าที่มีหอคอยสูงถึง 70 เมตร สร้างในสมัยราชวงศ์ อัลโมฮัด ซึ่งเป็นหอคอย 1 ในสามพี่น้อง เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ถึงความยิ่งใหญ่ในสมัยราชวงศ์นี้ นำท่านนั่งรถม้าชมเมืองผ่านจัตุรัสกลางเมือง ที่มีขนาดใหญ่ ราย ล้อมไปด้วยอาคารร้านค้าตลาดทั้ง 4 ด้าน ชมสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ จับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่าง ๆได้ที่ตลาดเก่า ที่อยู่รายรอบจัตุรัส
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พร้อมชมโชว์การแสดงพื้นเมือง อันตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมรอค
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Marrakesh : Adam Park Hotel 5* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเอสซาอูอิรา (Essaouira) ตั้งอยู่ทางชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของโมร็อกโก และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโมร็อกโก เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปี 2001 โดยเฉพาะเมืองเก่า (Medina) ที่มีสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกผสมผสานกับลักษณะของเมืองท่าตะวันตกในยุคศตวรรษที่ 18 นำท่านชมเมืองเก่าเอสซาอูอิรา มีตรอกซอกซอยแคบ ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ โดยมีอาคารสไตล์โปรตุกิสผสมกับอิทธิพลของการออกแบบแบบอาหรับ ชม กำแพงเมือง (City Ramparts) กำแพงเมืองเอสซาอูอิราที่มีลักษณะของป้อมปราการ สไตล์โปรตุกิส ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เพื่อป้องกันการโจมตีจากโจรสลัด เดินเลียบกำแพงเมืองชมวิวทะเลอันงดงามและชมท่าเรือและชมวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่น ที่มีความแตกต่างกับหลายๆ เมืองที่ผ่านมา
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น (ซีฟู้ดเมนู)
ท่าเรือเอสซาอูอิรา (Essaouira Port) มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และยังคงใช้เป็นท่าเรือที่สำคัญในปัจจุบัน ชมเรือประมงที่จอดอยู่ริมท่าเรือ ชมวธีชีวิตของชาวประมง หรือแม้แต่การชิมอาหารทะเลสด ๆ ที่ขายอยู่ตามร้านต่าง ๆ ริมท่าเรือ ชมกำแพงเมือง (City Ramparts) กำแพงเมืองเอสซาอูอิราที่มีลักษณะของป้อมปราการ สไตล์โปรตุกิส ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เพื่อป้องกันการโจมตีจากโจรสลัด เดินชมกำแพงเมืองที่มองเห็นวิวทะเลและท่าเรือ นำท่านเดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marrakesh)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Marrakesh : Adam Park Hotel 5* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม Ben Youssef Medersa สมบัติทางสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเมดินาโบราณของเมืองมาร์ราเกช สะท้อนถึงอดีตอันรุ่งโรจน์และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้ ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคสมัยอันน่าหลงใหลที่ศิลปะ ความรู้ และวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรือง Madrasa Ben Youssef ถูกสร้างขึ้นโดยสุลต่าน Abdullah Al-Ghaleb Assaadi ระหว่างปี ค.ศ. 1564 ถึง 1565ความงดงามทางสถาปัตยกรรมของเมเดอร์ซา แต่ละห้องจัดแสดงที่ออกแบบอย่างหรูหราปัจจุบัน เมเดอร์ ซาเบน ยูเซฟ ได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์อารยธรรมโมร็อกโกและความยิ่งใหญ่ของมรดกทางวัฒนธรรมของโมร็อกโก
จากนั้นนำท่านสู่ Souk Market เป็นตลาดที่กว้างขวางที่สุดในโมร็อกโก เป็นเขาวงกตที่ดึงดูดสายตาของพ่อค้าแม่ค้ามาขายบริการและขายสินค้าของตนมานานกว่าพันปี แหล่งท่องเที่ยวในเมดินาแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งทอสีสันสดใส เครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม หม้อดินเผาเซรามิค และเครื่องประดับฝีมือช่างอิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินมาราเกช (RAK)
16.15 น. ออกเดินทางสู่อิสตันบูล โดยสารการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 620
23.20 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่อง
01.40 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 68
15.05 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเดินทาง เนื่องด้วยวีซ่ามีจำกัด
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา