
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 30 พ.ค. 69 - 12 มิ.ย. 69 | 171,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 03 ต.ค. 69 - 16 ต.ค. 69 | 171,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 07 พ.ย. 69 - 20 พ.ย. 69 | 166,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 ธ.ค. 69 - 18 ธ.ค. 69 | 171,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ธ.ค. 69 - 08 ม.ค. 70 | 176,900 บาท | 25,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
01.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 ROW U เคาน์เตอร์สายการบิน Turkmenistan Airlines เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
04.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินอาชกาบัต (Ashgabat Airport) โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines เที่ยวบินที่ T5 642
(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
10.10 น. เดินทางถึง สนามบินอาชกาบัต (Ashgabat Airport) (เวลาของเติร์กเมนิสถานช้ากว่าไทย 2 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและผ่านด่านศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองอาชกาบัต (Ashgabat) เมืองหลวงของประเทศเติร์กเมนิสถาน เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียกลาง หรือเรียกอีกชื่อว่า “เมืองแห่งความรัก City of Love” เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเติร์กเมนิสถาน ตั้งอยู่ระหว่างทะเลทรายคาราคุม (Karakum) และเทือกเขาโคเพตแด๊ก (Kopet Dag) เป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลและศูนย์กลางการบริหารประเทศเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) เป็นเมืองที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวจึงได้ชื่อว่าเป็น เมืองสีขาว และไม่ได้เป็นเมืองที่น่ากลัวอย่างที่ท่านคิด ในทางกลับกันผู้คนนั้นก็น่ารัก อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน…**อาชกาบัต-ประเทศเติร์กเมนิสถาน เมื่อได้มาแล้ว คุณจะหลงรัก**
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
บ่าย นำท่านชม สวนสาธารณะและจัตุรัสอิสรภาพ (Independence Park & Monument) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ปูด้วยหินอ่อนสีขาว มีแปลงดอกไม้สวยงามรอบด้าน ดอกบานชื่นบานสะพรั่งในเดือนตุลาคม และมีการตกแต่งด้วยน้ำพุอย่างสวยงาม ตัวอนุสาวรีย์ที่แสดงถึงการประกาศอิสรภาพของประเทศมีความสูง 120 เมตร โดยมีรูปป้ันของอดีตผู้นำของประเทศในยุคต่าง ๆ ตั้งตระหง่านกว่า 20 รูป และมีรูปปั้นทองคำของอดีตประธานาธิบดีเติร์กเมนบาชิขนาบข้างด้วยนกอินทรีหลายหัวอยู่อีกด้านหนึ่งของสวนสาธารณะอีกทั้งบริเวณ จัตุรัสเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญ เช่น พระราชวังของประธานาธิบดีเติร์กเมนบาชิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม ฯลฯ...ชม อนุสาวรีย์หนังสือรูห์นามา (Ruhnama Monument) เป็นรูปปั้นหนังสือขนาดใหญ่ เป็นเสมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขียนโดยประธานาธิบดีคนแรกของเติร์ก ซาปาร์มีรัต นิยาซอฟ เขียนขึ้นเพื่อสร้างเอกลักษณ์ประจำชาติให้กับชาวเติร์กเมนิสถาน...จากนั้นผ่านชม อาคารรัฐสภา (Turkmen Parliament Building) ชม มัสยิดอาร์โตกรูล (Artogrul Gazy) ซึ่งต้ังชื่อตามชื่อบิดาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ออสมาน กาซี ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิออตโตมาน ชม ทำเนียบประธานาธิบดี (The Presidential Palace) อาคารในสถาปัตยกรรมร่วมสมัย สะท้อนถึงมรดกทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่สืบทอดจากเปอร์เซียโบราณ...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sport Hotel หรือเทียบเท่า
**เพื่อความสะดวก กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็กใส่สัมภาระ พักค้างคืนที่ดาร์วาซ่า 1 คืน**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำ (People’s Memory Monument Complex) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียสละในยุทธการ Geok Tepe และสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีรูปกระทิงสัมฤทธิ์แบกลูกโลกไว้ ซึ่งสื่อถึงแผ่นดินไหวในปี 1948 และนักรบชาวเติร์กเมนิสถานยืนเคียงข้างหญิงม่ายเพื่อแสดงความอาลัย และบริเวณโดยรอบจะตกแต่งด้วยสวนดอกไม้หลากสีสันสวยงามอนุสรณ์แห่งนี้เปิดให้บริการในปี 2014 สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการเสียสละของความขัดแย้งในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สงครามโลกครั้งที่ 2 และเหยื่อแผ่นดินไหว โดยมีภาพนูนต่ำจากประวัติศาสตร์เติร์กเมนิสถานประดับไว้บนผนัง…จากนั้นนำท่านสู่ จุดชมวิวพระราชวังแต่งงาน (Wedding Palace) ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมรูปดาวสีขาว มีทรงกลมเป็นแผนที่เติร์กเมนสีทอง โดยสถานที่แห่งนี้ด้านในตกแต่งอย่างสวยงาม เปิดให้บุคคลภายนอกสามารถใช้จัดงานแต่งงาน,จดทะเบียนสมรสและเป็นโรงแรมจัดเลี้ยงได้อีกด้วย จากจุดนี้ยังสามารถชมวิวเมืองอาชกาบัตที่สวยงามได้ด้วยเช่นกัน...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านดาร์วาซ่า (Darvaza-Derweze) (ระยะทาง 277 กม. / 4.25 ชม.) หรือที่เรียกกันว่า “ประตูสู่นรก-ประตูแห่งไฟ” (Gateway to Hell-Door to Hell) หลุมก๊าซดาร์วาซ่า เป็นชื่อเรียกของหลุมขนาดมหึมาที่อยู่กลางทะเลทรายคาราคุม (Karakum) ใกล้หมู่บ้านดาร์วาซ่า จังหวัดอาฮาล ประเทศเติร์กเมนิสถาน ห่างจากเมืองอาชกาบัด เมืองหลวงของประเทศเติร์กเมนิสถานไปทางเหนือประมาณ 260 กิโลเมตร หลุมยักษ์ที่มีความกว้าง 69 เมตร และลึก 30 เมตร เป็นผลที่เกิดจากความผิดพลาด
ในการขุดเจาะสำรวจน้ำมันของทีมวิศวกรจากสหภาพโซเวียต ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2514 ทำให้พื้นดินจุดที่ตั้งแท่นขุดเจาะนั้นยุบลงไปเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ และมีข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญในประเทศเติร์กเมนิสถานระบุว่า หลุมก๊าซดาร์วาซ่า เกิดขึ้นมานานกว่า 50 ปีแล้ว แต่การลุกไหม้เกิดเป็นไฟโชติช่วงอยู่ภายในหลุมในอีกประมาณ 20 ปีต่อมา และยังไม่ดับลงจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ทะเลทรายแห่งนี้มีแสงจากไฟลุกโชนตลอด 24 ชั่วโมง กลายเป็น หนึ่งใน Unseen ของโลก...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ แบบบาร์บีคิว ท่ามกลางทะเลทรายคาราคุม (Karakum)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Yurt Camp (N2)
**ที่พักคืนนี้ เป็นเต๊นท์สำหรับนอนพักแรม ซึ่งสามารถนอนได้ 2-4 ท่านต่อ 1 เต๊นท์ ในช่วงเวลากลางคืนอากาศจะค่อนข้างหนาวเนื่องจากบรรยากาศรอบข้างเป็นทะเลทราย ภายในเต๊นท์จะมีแผ่นรองนอน และถุงนอนเตรียมไว้ให้แล้ว**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ที่พัก Yurt
นำท่านเดินทางสู่ เมืองดาโชกุซ (Dashoguz) (ระยะทาง 300 กม. / 4.30 ชม.) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเติร์กเมนิสถาน เป็นเมืองที่มีความสำคัญในแง่ของประวัติศาสตร์สมัยโบราณในช่วงที่เส้นทางสายไหมเจริญรุ่งเรือง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองคีว่า (Khiva) ประเทศอุซเบกิสถาน (ระยะทาง 69 กม. / 1.20 ชม.) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในแคว้น Xorazm ทางฝั่งตะวันตกของอุซเบกิสถาน จัดเป็นเมืองในตำนานเส้นทางสายไหม มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 เหล่าคาราวานต้องแวะพักที่นี่ระหว่างการเดินทางไป-กลับจีน ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็น “เมืองที่มีโดมนับพันโดม (The City of a Thousand Domes)” มีสถานท่องเที่ยวที่สำคัญตั้งอยู่ในกำแพงเมืองเก่า... นำท่านชม อิทชานคาล่า (Itchan Kala) เมืองประวัติศาสตร์แห่ง คีว่าของอุซเบกิสถานที่มีกำแพงล้อมรอบชั้นใน ภายในป้อมปราการขนาดใหญ่แห่งนี้จะประกอบไปด้วยสถานที่ต่าง ๆ พระราชวัง โรงเรียนสอนศาสนา สุเหร่าที่ยิ่งใหญ่ มีหอคอยสูง ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีสันที่สวยงามและได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกแห่งแรกในเอเชียกลางในปี ค.ศ.1990... ชม ป้อมคุนยาอาร์ค (Kunya Ark Fortress) สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 ในปี ค.ศ. 1686-1688 ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของอิชานคาล่าอีกทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ปัจจุบันเพียงไม่กี่อาคารของป้อมปราการที่เปิดให้เข้าชมได้...ชม หอคอยคัลตา (Kalta Minor Tower) ตั้งเด่นเป็นสีฟ้าตัดกับสีทรายของเมือง จึงทำให้หอคอยแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองคีว่า ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีสันสวยงาม เป็นหอคอยแห่งเดียวที่ปูด้วยกระเบื้องเคลือบ มีความหลากหลายและมีหลายสี แต่สีน้ำเงินและสีเขียวเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุด สีฟ้านี้เป็นสีที่พบบ่อยที่สุดของการประดับตกแต่งในอาคารประวัติศาสตร์หลายแห่งของประเทศในเอเชียกลาง โดยเฉพาะในอุซเบกิสถาน...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Erkin Palace Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม มัสยิดจูมา (Juma Mosque) มัสยิดประจำเมือง ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่ใจกลางเมืองเก่า ภายในมีเสาไม้แกะสลักจำนวน 218 ต้น แต่ละต้นสูง 3.15 เมตร ภายในเป็นห้องเดี่ยว ไม่มีโดม และไม่มีซุ้มประตูโค้งอย่างมัสยิดทั่วไป ในอดีตอาณาจักรคอริซึม (KHOREZM) เคยถูกรุกราน เสาไม้ดังกล่าวได้รับความเสียหายเหลือเพียง 17 เสา แต่ได้มีการบูรณะมาตลอดจนสิ้้นสุดในศตวรรษที่ 18… นำท่านชม พระราชวังทัชคอบลี (Tash Khovli / Stone Yard Palace) หรือ “พระราชวังแห่งหิน” ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 โดย Allakuli Khan พระราชวังแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างหรูหรา ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบเปอร์เซียและเอเชียกลาง ภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วน รวมถึงฮาเร็ม ห้องว่าราชการ และเขตที่อยู่อาศัยของข่าน ผนังประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลวดลายสีฟ้าและขาว พร้อมด้วยงานไม้แกะสลักที่ละเอียดอ่อน สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอิทธิพลของข่านแห่งคีว่าในยุคนั้น มีห้องถึง 150 ห้อง และ คอร์ทยาร์ด 9 แห่ง ที่มีรูปแบบในการก่อสร้างที่สวยงาม และมีการจัดสรรการใช้งานของห้องต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว...จากนั้นชม อัลลาคูลี-ข่าน คาราวานซาราย (Allakuli Khan Caravanserai) สร้างขึ้นในปี 1832 - 1833 ในสมัยของอัลลาคูลี-ข่าน หลังคาราวานแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับมัสยิดการศึกษา Caravanserai แห่งนี้เคยเป็นที่พักของพ่อค้าคาราวานที่เดินทางมาตามเส้นทางสายไหม และเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างพ่อค้าชาวเปอร์เซีย รัสเซีย และเอเชียกลาง...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองบูคาร่า (Bukhara) (ระยะทาง 430 กม. / 5.40 ชม.) เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดบูคาร่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอุซเบกิสถาน ในอดีตเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขา สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาในฤดูใบไม้ผลิ และยังเป็นเมืองที่กำเนิดงานเขียนของผู้ที่นับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของบุคคลสำคัญ มีสุเหร่า อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน โรงเรียนสอนศาสนา และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1993...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Omar Khayyam Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ด้านนอก ป้อมดิอาร์ค ป้อมปราการแห่งบูคาร่า (Ark of Bukhara) ซึ่งเป็นป้อมเก่าแก่สร้างในศตวรรษที่ 5 ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเมื่อขึ้นไปด้านบนของป้อมจะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างชัดเจน มีกําแพงล้อมรอบมีความยาวประมาณ 800 เมตร ส่วนของกําแพงมีความสูงถึง 16-20 เมตร ถูกสร้างด้วยอิฐหนาทึบและสูงใหญ่ ส่วนประตูมีซุ้มโค้งและหอคอยทั้งสองด้าน ซึ่งในอดีตภายในถูกใช้เป็นศูนย์กลางการปกครอง....ชม สุเหร่าไม้ (Bolo Hauz Mosque) เป็นอาคารสุเหร่าในสมัยกลาง ถูกสร้างขึ้นไปปี ค.ศ.1712-1713 รูปแบบในการก่อสร้างประกอบไปด้วยเสาไม้ที่มีความสูงมาก อาคารด้านหน้ามีเสาไม้ประดับมาก กว่า 20 ต้นรองรับดาดฟ้าหลังคา ต่อมาในปี ค.ศ.1917 ก็ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสุเหร่าอย่างเป็นทางการมาจนถึงปัจจุบันนี้…
นำท่านชม ชม หอคาลอนมินาเรต (Kalon Minaret) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “หอคอยแห่งความตาย” เป็นหอคอยสูง 45.6 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร ซึ่งลดลงเหลือ 6 เมตรที่ด้านบน ตัวอาคารมีหลังคาโค้งมน มีหน้าต่างโค้ง 16 บาน…แวะถ่ายรูปกับมัสยิดคัลยัน (Kalyan Mosque) มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1514 ในยุคสมัยของข่านแห่งบูคาร่า ขนาดใหญ่พอ ๆ กับมัสยิด บิบิคะนุมที่ซามาร์คานด์ แต่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน หลังคาของวิหารรายรอบมัสยิดมีโดมเล็ก ๆ ถึง 288 โดม รองรับด้วยเสา 208 ต้น และมีโดมสีฟ้าโดดเด่นขนาดใหญ่ประดับยอดมัสยิด ตัวมัสยิดสามารถจุคนได้ถึง 10,000 คน ในยุคโซเวียตที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นโกดังเก็บของและเพิ่งกลับมาเปิดเป็นมัสยิดใน ปีค.ศ. 1991...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองซามาร์คานด์ (Samarkand) (ระยะทาง 269 กม. / 4.30 ชม.) เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในเอเชียกลาง ตั้งอยู่ในโอเอซิส ซึ่งได้รับน้ำมาจากคลองที่ขุดมาจากแม่น้ำซารัฟชาน อเล็กซานเดอร์มหาราชได้ผ่านมาเมืองนี้เพื่อที่จะเดินทางไปยังอินเดีย จึงได้ยึดครองเอาไว้ ต่อจากนั้นก็เป็นพวกอาหรับ พวกเติร์กก็ได้เข้ามาปกครองต่อ ๆ กันมา เมืองนี้ได้มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในยุคกลาง และในปี ค.ศ.1215 เจงกิส ข่าน ได้แผ่อาณาจักรเข้ามาควบคุมเส้นทางสายไหม และเข้ายึดเมืองนี้ ในปี ค.ศ. 1221 และอีกประมาณร้อยปีต่อมา ตีมูร์ข่าน ก็ได้สร้างอาณาจักรแห่งนี้ให้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา จนได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งโดมสีฟ้า (The City of Blue Domes)” ในประวัติศาสตร์ ถ้านับย้อนหลังไปหลายร้อยปีและยังได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งนิยาย 1001 อาหรับราตรี (1001 Arabian Nights) และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกใน ปี ค.ศ. 2001 อีกด้วยระหว่างทางแวะชม ราบาติ มาลิค คาราวานซาราย (Rabati Malik Caravanserai) ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่พักแรมของกองคาราวานบนเส้นทางสายไหมตามคำสั่งของคาราคานิด ชามส์ อัล มัค นาสร์ พระราชโอรสของ ทัมกาชข่าน อิบรากิม ผู้ที่ปกครองในดินแดนซามาร์คานด์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1068-1088 เป็นโบราณสถานที่มีค่าที่สุดทางด้านประวัติศาสตร์ในดินแดนเอเชียกลาง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกในปี ค.ศ. 2008 เป็นสถานที่ที่มีความพิเศษในด้านประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมของเปอร์เซียโบราณมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 8,277 ตารางเมตร โดยเฉพาะประตูทางเข้าด้านหน้าได้ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรและมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยลวดลายของส่วนโค้งที่ถูกก่อขึ้นด้วยก้อนอิฐที่มีขนาดใหญ่ แต่ละก้อนที่วัดได้ คือ ขนาด 25x25x4 ซม. และขอบประตูยังถูกตกแต่งด้วยรูปดาวแปดเหลี่ยมที่ต่อกันอย่างสวยงามไปยังส่วนด้านบนของประตูและต่อลงมาทางด้านล่างของอีกด้านหนึ่ง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Welford Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม สุสานอาเมียร์ ตีมูร์ข่าน (Amir Temur Mausoleum-Gur I Amir Complex) สร้างขึ้นโดยข่าน ตีมูร์ในปี ค.ศ. 1403 เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของสุลต่าน มูฮัมหมัด (Sultan Muhammad) ซึ่งเป็นหลานรักที่เสียชีวิตในเปอร์เซีย มีประตูทางเข้า ก่ออิฐถือปูนตั้งเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าซุ้มโค้ง มีโดมสีฟ้าผิวลอนกระดูกงูสูงประมาณ 36 เมตร ผนัง ห้องและเพดานโค้ง ภายในประดับด้วยกระเบื้องอิฐเผาลงด้วยลายสีทอง สีอำพัน สีฟ้าน้ำทะเล แต่ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 1380 อามีร์ ตีมูร์ ได้โปรดให้สร้างที่ฝังศพของพระองค์เตรียมไว้ก่อนที่บ้านเกิด คือเมืองชาห์ริซาบซ์ แต่ในระหว่างที่ได้ยกทัพไปบุกจีน และได้สิ้นพระชนม์ เมื่อปี ค.ศ. 1405 จึงได้นำพระศพเดินทางกลับมาภายใน 24 ชม. เพื่อฝังตามหลักศาสนา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทันเวลา จึงได้ฝังไว้ที่ กูริ อามีร์ และต่อมาก็ได้ใช้เป็นสุสานของผู้ปกครองนครซามาร์คานด์หลายพระองค์ สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก... จากนั้นชม จตุรัสเรจีสถาน (Registan Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ งดงามไปด้วยศิลปะอิสลาม ซึ่งถูกกล่าวขานว่ามีความงดงามที่สุดในเอเชียกลาง ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบด้วยสีเหลือง รายล้อมไปด้วยโรงเรียนสอนศาสนา (Madrasah) ถึง 3 แห่ง คือ อูลุค เบก (Ulug Beg) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1417-1420 และ เชียร์ ดอร์ (Shir Dor) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1619-1636 โดยเลียนแบบมาจากอูลุค เบค ผนังกำแพงมีลวดลายรูปทรงเลขาคณิต และซุ้มประตูมีรูปเสือลายพาดกลอนที่แตกต่างไปจากสถาปัตยกรรมทั่วๆ ไปของศาสนาอิสลาม ส่วน ทิลยา คารี (Tilya Kari) ถูกสร้างขึ้นอยู่ทางด้านเหนือในศตวรรษที่ 17 และใช้เวลาสร้างประมาณ 20 ปี ซึ่งผนังและซุ้มในกำแพงมีการปิดทองมากกว่าที่อื่นใด…
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเข้าสู่ ตลาดซียอบบาซาร์ (Siyab Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดที่มีชื่อเสียง มีความประหลาดที่น่าทึ่งและเป็นหนึ่งเดียวของ ซามาร์คาน ที่ผู้คนยังคงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เป็นวัฒนธรรมของชาวอุซเบกและสวมหมวกที่สวยงาม อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าที่บาซาร์ ซึ่งมีสินค้าต่าง ๆ มากมายที่ราคาถูกและดี เช่น ผลไม้สด พืชผักต่าง ๆ ขนมหวาน องุ่นแห้งที่มีทั้งสีเหลืองและดำ ถั่วและเครื่องเทศต่าง ๆ ...นำท่านชม สุเหร่าบิบิ คะนุม (Bibi Khanum Mosque) เป็นสุเหร่าที่ถูกสร้างขึ้นมาและใหญ่ที่สุดในโลกอิสลาม เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่สามารถปกครองดินแดนได้มากกว่าใครในประวัติศาสตร์ ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ.1399 ใช้เวลาก่อสร้างนาน 5 ปี ใช้ช่างฝีมือ 200 คน แรงงาน 500 คน ช้างอีก 95 เชือก ด้านประตูทางเข้าสร้างเป็นอาคารสูงประมาณ 35 เมตร ทางเข้าสร้างเป็นรูปวงรี สูง 18 เมตร ตัวหอบังสูงประมาณ 50 เมตร ตรงทางเข้าสู่จัตุรัสมัสยิดมีขนาดพื้นที่ยาวประมาณ 167 เมตร และกว้าง 109 เมตร และสองข้างยังมีมัสยิดขนาดเล็ก โดยเฉพาะตัวโดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนแกะสลักโมเสค รูปร่างต่าง ๆ เคลือบด้วยสีฟ้าน้ำทะเลไล่เฉดสีอ่อนถึงแก่ที่งดงาม เขียนภาพและอักษรด้วยสีน้ำเงินและทอง และที่หน้าสุเหร่ายังมีแท่นซึ่งเดิมวางคัมภีร์อัลกุรอ่านที่ใหญ่ถึง 2 เมตร นับเป็นสิ่งก่อสร้างสุดอลังการของซามาร์คานด์ และยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียกลางในสมัยศตรวรรษที่ 14-15... นำท่านชม Hazrat Khir Mosque สร้างขึ้นบนฐานรากแบบยุคกลาง และได้รับการตั้งชื่อตาม Hazrat Khizr นักเดินทางตลอดกาลผู้ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักบุญผู้ซึ่งนำโชคและความมั่งคั่งมาสู่การเดินทางและการค้า สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 8 ถือเป็นสถานที่เก่าแก่และได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ซามาร์คานมาแล้ว…
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Welford Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองปันจาเคนท์ (Panjakent) ประเทศทาจิกิสถาน (ระยะทาง 157 กม. / 2.55 ชม.) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นซูกด์ ติดกับชายแดนอุซเบกิสถาน เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรซอคเดียน ตรงบริเวณหุบเขาซีรัฟชาน (Zeravshan Valley) (ซอคเดียน คือกลุ่มคนที่พูดภาษาอิหร่าน ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียกลางในยุคก่อนการเข้ามาของศาสนาอิสลาม) มีการค้นพบซากอารยธรรมศาสนาโซโรอัสเตอร์มากมาย ระหว่างทางจะผ่าน เมืองไอนิ (Ayni) แวะผ่อนคลายอิริยบถและชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวทาจิกซึ่งอาศัยอยู่ในแถบหุบเขาสูง ก่อนเดินทางต่อจนถึงปันจาเคนท์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินสู่ เมืองดูชานเบ (ระยะทาง 139 กม. / 2.45 ชม.) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในทาจิกิสถาน “ดูชานเบ” ในภาษา ทาจิกมีความหมายว่าวันจันทร์ ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากข้อเท็จจริงที่เมืองเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องตลาดวันจันทร์...
นำท่านเข้าชม Museum National Antiquities ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์, ศิลปะวัฒนธรรม, ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์อันทรงคุณค่าที่ดีที่สุดของประเทศทาจิกิสถาน ภายในจัดแสดงเรื่องราวผ่านวัตถุทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยและรวบ รวมโบราณวัตถุล้ำค่าไว้มากมาย ที่ดูโดดเด่นมากที่สุดคือองค์พระพุทธรูปปางนิพพาน ความยาว 13 เมตร ที่ได้มาจากเมือง อาจินา เทปเป ทางตอนใต้ของทาจิกิสถาน... นำท่านชม อนุสาวรีย์อิสมาอิล ซามานี (Ismail Samani Monument) บริเวณย่านนี้จัดได้ว่าเป็นจุดศูนย์รวมของเมือง โดยมีอนุสาวรีย์รูปปั้นของกษัตริย์อิสมาอิล ซามานีตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้มีพระปรีชาสามารถในการรวบรวมอาณา จักรให้เป็นปึกแผ่นรุ่งเรืองในช่วงสมัยราชวงศ์ซามานิด ราวศตวรรษ ที่ 9- 10 โดยรอบของอนุสาวรีย์เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญไม่ว่า จะเป็น อาคารที่ทำการของรัฐบาล (Palace of Nation) ที่ใช้รับรองแขกบ้านแขกเมืองสำคัญ ๆ ซึ่งด้านหน้าจะมี เสาธงชาติทาจิกิสถาน (Flag Pole) สูงตระหง่านถึง 165 เมตร ที่ครั้งหนึ่งเคยมีความสูงที่สุดในโลกครองสถิติกว่า 3 ปี (ค.ศ. 2011-2014) ถ้าไม่มีเสาธงของชาติซาอุดีอาระเบีย อันที่สร้างขึ้นใหม่มาลบสถิติที่เมืองเจดดาห์ที่สูงถึง 171 เมตร ตรงข้ามกับอนุสาวรีย์ของกษัตริย์โซมานีเป็นที่ตั้งของ อาคารรัฐสภา (Tajikistan Parliament) อาคารสีแดงโดดเด่นและบริเวณใกล้เคียง ยังมี หอสมุดแห่งชาติ (National Library) อาคารรูปเก๋ ๆ เป็นรูปหนังสือที่ถูกกางเปิดออก ที่นี่ว่ากันว่ามีหนังสือถึง 10 ล้านเล่ม นับว่าเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนที่รักการอ่านอย่างจริงจัง เดินต่อไปเลียบผ่านแนวน้ำพุสวยงามยาวตลอดทาง จะพบกับ อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ (Independence Monument) ที่มีสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศประดับอยู่ เดินต่อไปชมสวนสาธารณะใจกลางเมือง ที่ตั้งชื่อเป็นเกียรติให้แก่กวีเอกชาวเปอร์เชีย “รูดากิ” ณ บริเวณ สวนสาธารณะรูดากิ (Rudaki Park) เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และดอกไม้นานาพันธุ์...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Rumi Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินดูชานเบ (Dushanbe Airport) เพื่อเดินทางสู่ เมืองทาชเคนต์ (Tashkent)
10.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทาชเคนต์ (Tashkent) โดยสายการบิน Uzbekistan Airways เที่ยวบินที่ HY 718
11.30 น. เดินทางถึง เมืองทาชเคนต์ (Tashkent) เมืองหลวงของ ประเทศอุซเบกิสถาน ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ มีความหมายว่า เมืองแห่งศิลา (The City of Stone) เป็นเมืองที่ใหญ่ประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมในเอเชียกลาง มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เป็นประเทศในเอเชียกลางที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Double Landlocked Country) มีพรมแดนติดประเทศ คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอัฟกานิสถาน นำท่านชมความสวยงามของเมืองหลวง ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่ยังคงเหลืออยู่ หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1966 เมืองนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมจากจีนสู่ยุโรป และหลังจากการปฏิวัติ เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยออกแบบในสไตล์ของโซเวียต...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม จัตุรัสอามีร์ ตีมูร์ (Amir Timur Square) หัวใจของเมืองทาชเคนต์ ตัวอนุสาวรีย์ทำจากสัมฤทธิ์ เป็นรูปตีมูร์ประทับบนหลังม้าอย่างสง่างาม…ชม จัตุรัสเสรีภาพ หรือ จัตุรัสมุสตาคิลลิก (Independence Square หรือ Mustakillik Square) เป็นหัวใจของเมืองและเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพของคนในชาติ ทางเดินสู่จัตุรัสออกแบบด้วยประตูโค้งที่สวยงาม กับรูปปั้นนกกระทุงแปดตัวบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ผ่านความหวังไปยังใจกลางของจัตุรัส และอีกด้านของจัตุรัสเป็นอนุสาวรีย์ทหารและวีรชนที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2... แวะชม Memorial Square อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำที่ระลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเป็นรูปปั้นแม่ผู้โศกเศร้าที่กำลังรอลูกชายอยู่ด้านหน้าพร้อมเปลวไฟนิรันดร์...จากนั้นนำท่านไป ตลาดคอร์ซู (Chorsu Bazaar) เป็นรูปโดมสีฟ้าสด ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียกลางและบนเส้นทางสายไหม ที่อยู่ภายใต้โดม 7 โดมขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ สัมผัสกับบรรยากาศแบบย้อนยุคที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ สนุกกับการซื้อสินค้าในบาซาร์ ที่มีทั้งผ้าแพร พรม เครื่องทองเหลือง ผ้าขนสัตว์ เครื่องหนัง ผัก-ผลไม้ และสินค้าพื้นเมืองมากมาย…
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Baden Baden Hotel หรือเทียบเท่า
05.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินทาชเคนต์ (Tashkent Airport) เพื่อเดินทางสู่ เมืองอัลมาตี (Almaty)
บริการอาหารเช้า Breakfast Box
08.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอัลมาตี (Almaty) โดยสายการบิน Uzbekistan Airways เที่ยวบินที่ HY 761
09.45 น. เดินทางถึง สนามบินอัลมาตี (Almaty Airport) ประเทศคาซัคสถาน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและผ่านด่านศุลกากรแล้ว เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนำท่านชม เมืองอัลมาตี (Almaty) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคาซัคสถาน มีประชากร 1,226,000 คน อีกทั้งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศคาซัคสถาน ช่วงปี ค.ศ. 1929-1998...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย เดินทางสู่ ทะเลสาบโคลไซ (Kolsay Lake) (ระยะทาง 286 กม. / 4.05 ชม.) อยู่เกือบจะถึงชายแดนประเทศคีร์กีซสถาน ซึ่งถือว่าเป็นการรอนแรมอันแสนคุ้มค่า เพราะวิวทิวทัศน์ข้างทางนั้นสวยเกินบรรยาย อีกทั้งที่ตั้งของทะเลสาบนั้น อยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของภูเขาและโอบล้อมด้วยต้นสนเขียวขจี เป็นที่มีชื่อเสียงเรื่องความใสสะอาดของน้ำในทะเลสาบ ทำให้เกิดภาพสะท้อนวิวรอบข้างที่แจ่มชัดราวกับผืนกระจก...ระหว่างทางเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ผ่านทุ่งหญ้าและอาจจะเห็นฝูงม้า ฝูงวัวหรือฝูงแกะที่เล็มหญ้าอยู่ข้างทางเป็นหย่อม ๆ..
นำท่านแวะชม หุบเขาสีดำ (Black Canyon) (ระยะทาง 29 กม. / 40 นาที) ซึ่งเป็นหุบเขาที่ต่อเนื่องจากหุบเขาชารีนแคนยอน ลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู มีความกว้างถึง 3 กม. และมีความลึก 200-300 เมตร มีสายน้ำไหลผ่านกลางหุบเขา เป็นทัศนียภาพที่สวยงามสุดลูกหูลูกตา ในช่วงหน้าหนาวจะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เป็นทัศนียภาพที่งดงามยิ่งนัก...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Kolsay Grand Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ทะเลสาบโคลไซ (Kolsay Lake) หรือ ทะเลสาบแห่งขุนเขา ในฤดูหนาวทะเลสสาบแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็งจนถึงกลางเดือนเมษายน ท่านสามารถขี่ม้าหรือเดินเล่นรอบทะเลสาบดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติที่เขียวขจี น้ำทะเลใสราวกับกระจก
หรือนั่งจิบกาแฟท่ามกลางขุนเขารอบๆ ทะเลสาบ พร้อมเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาชารีนแคนยอน (Charyn Canyon) (ระยะทาง 99 กม. / 1.40 ชม.) ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านเล็กๆ เนินเขา ทุ่งหญ้าและวิวภูเขาอันงดงามตลอดทาง... นำท่านชม หุบเขาชารีนแคนยอน เป็นหุบเขาลึกอายุ 12 ล้านปี ที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำชารีนซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ลึกที่สุดที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาเทียนซานของจีน อยู่ห่างออกไป 200 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองอัลมาตี ใกล้กับชายแดนที่ติดประเทศจีน หุบเขาชารีนแคนยอนมีความยาวราว 90 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชารีน หุบเขามีแก่งหินรูปทรงและขนาดที่แตกต่างกันไป และมีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและมุมมอง แม้จะมีขนาดเล็กกว่าแกรนด์แคนยอน แต่ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน ลักษณะตามหลักธรณีวิทยาของหุบเขาแห่งนี้ประกอบด้วยตะกอนหินทรายสีแดงที่เกิดจากการรวมตัวหรือสะสมจากลมตลอดจนละอองลาวาจากภูเขาไฟ เมื่อมีการกัดกร่อนจากลมและน้ำจึงทำให้เกิดรูปทรงและสีสันที่แปลกตา ชารีนแคนยอนประกอบไปด้วยหุบเขาหลัก 5 ส่วน โดยส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ หุบเขาปราสาท (Valley of Castles) ซึ่งเป็นกลุ่มหินที่มีรูปร่างคล้ายปราสาทบ้าง เสาโบราณบ้าง ก่อตัวขึ้นอย่างไม่ปกติ เกิดเป็นรูปทรงต่างๆ มากมาย มีความยาวถึง 3 กิโลเมตรและความลึก 100 เมตร ให้ท่านเดินเล่นภายในหุบเขาและนั่งรถ 4WD เลาะเลียบไปสุดที่แม่น้ำชารีน...
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอัลมาตี (Almaty) (ระยะทาง 215 กม. / 3.10 ชม.) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ผ่านทุ่งหญ้าและอาจจะเห็นฝูงม้า ฝูงวัวหรือฝูงแกะที่เล็มหญ้าอยู่ข้างทางเป็นหย่อมๆ..
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Grand Voyage Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าน ขึ้นกระเช้าสู่ ชิมบูลัก สกีรีสอร์ท (Shymbulak Ski Resort) สกีรีสอร์ทที่ใหญ่และทันสมัยของเมืองอัลมาตี แวดล้อมด้วยเทือกเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนบนยอดเขา ป่าสนอายุหลายร้อยปีและทะเลสาบในหุบเขา ซึ่งท่านสามารถชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองจากมุมสูงท่ามกลางสายลมหนาวอันสดชื่นจากสกีรีสอร์ทแห่งนี้ พื้นที่ของรีสอร์ทประกอบด้วยลานสกีและเครื่องเล่นสำหรับกิจกรรมหิมะหลากหลาย หรือจะนั่งจิบกาแฟในคาเฟ่เพื่อชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ ซึ่งท่านสามารถเลือกใช้บริการได้ตามอัธยาศัย (ค่าอุปกรณ์และบริการของกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเข้าสู่ สวนสาธารณะแพนฟิลอฟ (Panfilov Park) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอัลมาตีฝั่งตะวันออก รอบ ๆ วิหารเซนคอฟ ตั้งชื่อตามวีรบุรุษแห่งแพนฟิลอฟ ซึ่งเป็นทหาร 28 นายที่เสียชีวิตจากการรุกรานของทหารนาซีเยอรมันนอกกรุงมอสโกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คำว่า แพนฟิลอฟ นั้นมาจากชื่อของอิวาน แพนฟิลอฟ ซึ่งเป็นนายพลผู้บัญชาการกอง ภายในสวนแห่งนี้ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เขียวขจี และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ต่างๆ ก็มีสีสันที่สวยงามเช่นกัน... ชม อนุสรณ์สถานแห่งความรุ่งโรจน์ (Memorial of Glory) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สงครามอันโดดเด่น โดยมีรูปปั้นทหารอันแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามัคคี และมีเปลวไฟนิรันดร์เผาไหม้เพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียสละชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะ... ชม วิหารเซนคอฟ (Zenkov Cathedral) วิหารคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ของรัสเซีย สร้างเสร็จเมื่อปี 1907 เป็นวิหารที่สร้างขึ้นจากไม้โดยไม่ใช้ตะปูเลยทั้งหลัง สูง 56 เมตร และมีความทนทานต่อแผ่นดินไหว แม้ว่าตัวอาคารไม่มีการยึดด้วยตะปูเลย มีหอระฆังซึ่งเคยใช้ติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณวิทยุเครื่องแรกของเมืองอัลมาตี...
นำท่านช้อปปิ้งช็อคโกแลต ณ โรงงานช็อคโกแลตล็อตเต้ราคัต (Lotte-Rakhat Factory) ให้ทุกท่านได้เลือกซื้อช็อคโกแลตที่ ราคาถูก ดี และอร่อย อิสระให้ท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย...จากนั้นเข้าสู่ ถนนอาร์บัต (Arbat Street) เป็นถนนคนเดินแห่งเมือง อัลมาตี ที่มีทัศนียภาพงดงาม ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ตลอดสองฝั่งมีอาคารดีไซน์ทันสมัยผสมผสานกับรูปแบบดั้งเดิม และเป็นแหล่งรวมร้านค้ามากมาย ตั้งแต่ร้านท้องถิ่นไปจนถึงแบรนด์ระดับไฮเอนด์ มีทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของที่ระลึก ของทำมือ ภาพวาด มีคาเฟ่ ร้านอาหาร รวมถึงห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโซเวียต สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Grand Voyage Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบิชเคก (Bishkek) ประเทศคีร์กีซสถาน (ระยะทาง 247 กม. / 4.25 ชม.) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ของเทือกเขา Trans-Ili Alatau ที่เป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นกลางระหว่างคีร์กีซสถานกับคาซัคสถาน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเที่ยวชมในเขต เมืองบิชเคก (Bishkek) โดยเริ่มจาก จัตุรัสกลางอาละทู (Ala-Too Square) ที่ตั้งของตึกรัฐสภา, ธนาคารชาติของคีร์กีซสถา ชื่อเดิมว่า ‘จัตุรัสเลนิน’ ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1984 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี ของ Kyrgyz SSR ซึ่งในสมัยนั้นรูปปั้นใหญ่ยักษ์ของเลนินถูกวางไว้ตรงกลางจัตุรัส แต่ใน ค.ศ. 2003 ก็ได้ย้ายออกไปและนํารูปปั้นใหม่ Erkindik มาตั้งแทนที่..
ชม จัตุรัสประชาธิปไตย (Victory Square) ทรงกระโจมเยิร์ท (กระโจมของชนเผาคีร์กีซ สมัยที่ยังเป็นชนเผ่าเร่ร่อน) ซึ่งศิลปินชาวโซเวียตรังสรรค์ขึ้นจากแนวคิดที่หวนรําลึกถึงความสูญเสียให้แก่ฝ่ายนาซี และเปลวไฟที่โชติช่วงนิรันดร์ก็เป็นการเน้นยํ้าถึงความเจ็บปวดของหญิงสาวที่รอคอยคนรักให้กลับมาจากสงคราม... ชม มัสยิดกลางแห่งเมืองบิชเคก (Bishkek Central Mosque) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง ภายในมีโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ 2 อัน แขวนจากโดมตรงกลาง ซึ่งเป็นงานฝีมือแบบ ออตโตมัน มีความสูง 70 เมตร มีโดมขนาดใหญ่ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 23 เมตร และสูง 37 เมตร โดยการใช้หินอ่อนสีขาวจากตุรกีในการสร้างอีกด้วย อิสระให้ท่านเก็บภาพและเดินชมบริเวณโดยรอบตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Damas Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติ อะลา อาร์ชา (Ala Archa National Park) ซึ่งอยู่นอกกรุงบิชเคกไปทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนในเชิงธรรมชาติที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุด ซึ่งประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี ค.ศ. 1976 โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมด 194 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขา ที่ราบในหุบเขา และแม่น้ำสายเล็กๆ หลายสาย จึงทำให้มีทัศนียภาพที่ สวยงามหลากหลาย และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนยอดนิยมของคนเมืองหลวงมาช้านานแล้ว มีจุดชมวิวและถ่ายภาพแสนสวยมากมาย สามารถเที่ยวได้ในทุกฤดูกาล
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม อนุสาวรีย์มานาส (The Statue of Manas) ซึ่งถือว่าเป็นทั้งบรรพบุรุษ และวีรบุรุษของชนชาติคีร์กีซ เป็นบุคคลในตำนานของคีร์กีซสถาน ชื่อของเขาปรากฏอยู่ทั่วทั้งเมืองในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินในเมืองบิชเคก มหาวิทยาลัย ถนนสายสำคัญ รวมไปถึงทั้งเมืองก็เต็มไปด้วยรูปปั้นของวีรบุรุษผู้นี้ อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ Toktogul Square สวนสาธารณะทีมีน้ำพุและสวนไม้ดอกอันสวยงาม....เข้าสู่ย่าน จตุรัสฟิลาฮาโมนิค (Philaharmonic Square) เป็นลานกว้างใหญ่ มีอาคารสมัยใหม่ ด้านหน้ามีน้ำพุและสวนดอกไม้อันงดงาม… จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ตลาดออสบาซาร์ (Osh Bazaar) ที่เป็นตลาดท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง ที่ซึ่งมีสินค้าและอาหารหลากหลายชนิดให้ท่านได้พบเห็นและลิ้มลอง เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของผู้คนอันแสนพลุกพล่าน ที่นี่เป็นที่ที่ดีที่สุดที่ท่านจะได้เห็นชีวิตประจำวันที่แท้จริงของชาวคีร์กีซ...
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินบิชเคก (Bishkek Manas Airport)
19.05 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินทาชเคนต์ (Tashkent Airport) โดยสายการบิน Uzbekistan Airways เที่ยวบินที่ HY 778 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
19.25 น. เดินทางถึง สนามบินทาชเคนต์ (Tashkent Airport) แวะลงเพื่อเปลี่ยนเครื่องบิน
22.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Uzbekistan Airways เที่ยวบินที่ HY 531 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
06.40 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...พร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา