ทัวร์อเมริกาใต้ Rio Carnival 2027 บราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนตินา (ปาตาโกเนีย)

ทัวร์อเมริกาใต้ Rio Carnival 2027 บราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนตินา (ปาตาโกเนีย) - บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
รหัสทัวร์
059-28034
วันที่เดินทาง
ก.พ.70
ช่วงเวลา
17 วัน 13 คืน
เดินทางโดย
ITA AIRWAYS (AZ)

ไฮไลท์

  • ริโอเดอจาเนโร (บราซิล) – ชมขบวนพาเหรดรอบแชมเปี้ยน Rio Carnival 2027 - ยอดเขาชูการ์โลฟ
  • พระเยซูคริสต์ - ลิมา (เปรู) - คูซโก้ - นั่งรถไฟไต่เขาขึ้นสู่มาชู ปิคชู - ซานเตียโก - อุทยานแห่งชาติทอเรส เดล ไพเน่
  • ธารน้ำแข็งเกรย์ - ธารน้ำแข็งมรดกโลกเปอร์ริโตเมอริโน - บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา) – เขื่อนอิไตปู
  • น้ำตกอิกวาซูฟอลส์ (Brazil) - น้ำตกอิกวาซูฟอลส์ (ฝั่งอาร์เจนตินา)

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ
11 ก.พ. 70 - 27 ก.พ. 70475,500 บาท70,000 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง

แผนการเดินทาง

09.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน เคาน์เตอร์สายการบินอิตาแอร์เวย์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

12.15 น. ออกเดินทางสู่สนามบินฟูมิชิโน (FCO) ประเทศอิตาลี โดยสายการบินอิตาแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ AZ759 (ใช้เวลาบินประมาณ 12.15 ช.ม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการอาหารกลางวันและอาหารค่ำ ระหว่างเที่ยวบิน

18.55 น. เดินทางถึงสนามบินฟูมิชิโน (FCO) ประเทศอิตาลี แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

22.30 น. ออกเดินทางจากสนามบินฟูมิชิโน สู่ สนามบินริโอเดอจาเนโร (GIG) โดย เที่ยวบิน AZ672 (ใช้เวลาบินประมาณ 12.10 ช.ม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน

06.40 น. เดินทางถึงสนามบินริโอเดอจาเนโร

08.00 น. นำท่านสู่โรงแรมที่พัก พร้อมรับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

อิสระให้ท่านได้พักผ่อนในโรงแรมตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านได้มีเวลาปรับเวลา และ ร่างกาย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันในโรงแรม

บ่าย นำท่านนั่งรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาคอร์โควาโด (Corcovado Mountain) นำท่านชมรูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงราว 38 เมตร โดยปอล ลันดอฟสกี ประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์เป็นผู้ออกแบบ และเอโตร์ ดา ซิลวา กอชตา วิศวกรชาวบราซิลดำเนินการสร้าง ใช้เวลาในการสร้าง 5 ปี และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงรีโอเดจาเนโร และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวบราซิล มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ราว 1,800,000 รายต่อปีและได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ รูปปั้นพระเยซูที่มีความสูงประมาณ 700 เมตรนี้ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองและชายหาดที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางไปบนยอดเขาเพื่อมองรูปปั้นอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด ชาวบราซิลมักจะกล่าวอ้างว่า พระเจ้าเป็นชาวบราซิล ซึ่งอาจเป็นเพราะรูปปั้นพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองมายังเมืองราวกับว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ (การขึ้นสู่ยอดเขาขึ้นกับสภาพอากาศ) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Windsor Leme Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเที่ยวชมเมืองริโอ เดอจาเนโร (Rio de Janeiro) ซึ่งเป็นประตูสู่ประเทศบราซิล ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นำท่านแวะถ่ายรูปกับสนามกีฬามารากาน่า (Maracana Stadium) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหารของฟุตบอลบราซิล เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้าเมื่อ 40 ปีก่อน และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย สนามนี้ถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ รวมถึงจะใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิกปี 2016 นำท่านชมอาสนวิหารเซนต์เซบาสเตียนแห่งรีโอเดจาเนโร(Cathedral de Sao Sebastiao do Ro de Janeiro) เป็นอาสนวิหารของโบสถ์คาทอลิกและเป็นที่ตั้งของอัครสังฆมณฑลเซาเซบาสเตียน อาสนวิหารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของอาสนวิหารของอาร์ชบิชอปแห่งเมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล โบสถ์แห่งนี้อุทิศให้กับนักบุญเซบาสเตียน นักบุญอุปถัมภ์ของเมืองรีโอเดจาเนโร ได้รับการออกแบบโดยเอ็ดการ์ เด โอลิเวรา ดา ฟอนเซกาในสไตล์สมัยใหม่โดยอิงจากรูปแบบสถาปัตยกรรมของชาวมายันที่เป็นปิรามิด

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารญี่ปุ่น

บ่าย นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ (Cable Car) สู่ยอดเขาชูการ์โลฟ (Sugar Loaf Mountain) เป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดเลื่องชื่อ โคปาคาบานา ยอดเขาแห่งนี้ มีความสูง 1,400 เมตร ซึ่งสูงตระหง่านอยู่ที่ปลายแหลมสุดของปากอ่าว กวานาบารา และตั้งโดดเด่นคู่กับภูเขาคอร์โควาโด ท่านสามารถชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ เดอจาเนโร จากมุมสู่ของยอดเขาชูการ์โลฟ อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนมื้ออาหารค่ำ เพื่อปรับร่างกาย หรือหากท่านยังไม่ง่วง ท่านสามารถเดินเล่นริมชายหาดโคปาคาบานา หรือ เลือกช้อปปิ้ง หรือท่านจะเลือกเล่นน้ำทะเล พักผ่อนบนชายหาดอันเลื่องชื่อระดับโลก

18.00 น. นำท่านเดินทางสู่แซมโบโดรม (Sambodrome) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันขบวนคาร์นิวัล (Carnival Champion Parade) อันยิ่งใหญ่งดงามตระการตา ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลคาร์นิวัลแบบใกล้ชิด และจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ท่านจะไม่มีวันลืมเลือน (ที่นั่ง Camarote Zone including Buffet and drink)

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Windsor Leme Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านชมป้อมโคปาคาบานา (Copacabana Fort) เป็นฐานทัพทหารที่ปลายด้านใต้ของชายหาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตโคปาคาบานา เมืองริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ฐานทัพนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ และภายในมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองทัพ ( Museu Histrico do Exrcito) และป้อมปราการป้องกันชายฝั่ง ป้อมปราการนี้สร้างขึ้นบนแหลมที่เดิมมีโบสถ์เล็ก ๆ ที่เก็บแบบจำลองของ Virgen de Copacabana ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของโบลิเวียในปี 1908 กองทัพบราซิล เริ่มสร้างป้อมปราการป้องกันชายฝั่งแบบทันสมัยบนแหลมเพื่อปกป้องทั้งชายหาดของ Copacabana และทางเข้าท่าเรือของ Rio de Janeiro ป้อมปราการนี้สร้างเสร็จในปี 1914

นำท่านเดินทางชมปาร์เก ลาจ (Parque Henrique Lage) เป็นสวนสาธารณะในเมืองริโอเดอจาเนโรตั้งอยู่ใน ย่าน Jardim BotnicoเชิงเขาCorcovado และมีรูปปั้นพระเยซูคริสต์ตั้งอยู่ด้านบน ที่ดินแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของนักอุตสาหกรรม Henrique Lage และภรรยาของเขาซึ่งเป็นนักร้องGabriella Besanzoniในช่วงทศวรรษปี 1920 Lage ได้ปรับปรุงคฤหาสน์ใหม่โดยสถาปนิกชาวอิตาลีMario Vodretพร้อมด้วยภาพวาดภายในโดย Salvador Payols Sabat ในช่วงทศวรรษ 1960 พื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นสวนสาธารณะ โดยมีเส้นทางเดินป่าผ่านป่ากึ่งเขตร้อนและร้านกาแฟที่เปิดให้บริการแก่สาธารณชนเปิดให้บริการจากคฤหาสน์หลังเดิม Parque Lage ไม่เพียงแต่มีความงดงามตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมอบป่าที่สวยงาม ต้นปาล์ม ขนาดใหญ่สวนที่สร้างขึ้นในสไตล์ยุโรปน้ำพุและม้านั่งสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีให้กับผู้มาเยือน รวมถึงความวิจิตรงดงามและระดับของสถาปัตยกรรมอีกด้วย

14.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินริโอเดอจาเนโร (GIG) ประเทศบราซิล

17.20 น. ออกเดินทางสู่สนามบินลิมา (LIM) ประเทศเปรู เที่ยวบินที่ LA2415 (ใช้เวลาบินประมาณ 5.50 ชม.)

21.10 น. เดินทางถึงสนามบินลิมา ประเทศเปรู นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Hilton Garden Inn Lima **** หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเที่ยวชมกรุงลิมา (Lima) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเปรู ที่ยังคงรักษาความเป็นละตินอเมริกาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเมืองหนึ่ง เมืองลิมาตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1535 โดยชาวสเปนชื่อฟรานซิสโก ปิซาโร เป็นศูนยบ์กลางทางการขนส่ง การเงิน อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมอีกด้วย ในปี 1991 องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ลิมาเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม นำท่านเดินทางชมจตุรัส อาร์ม (Plaza De Armas) นำท่านแวะถ่ายรูปกับทำเนียบรัฐบาล (Lima Parliament) ซึ่งเด่นสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล นำท่านแวะถ่ายรูปกับมหาวิหารบาซิลิกาแห่งลิมา (The Basilica Cathedral of Lima) เป็นวิหารที่สำคัญที่สุดในเปรูและเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ ก่อตั้งโดย Francisco Pizarro โบสถ์คาทอลิคที่สร้างตั้งแต่ ในปี ค.ศ 1535 พร้อมกับการสถาปนา City of Kings อาสนวิหารแห่งนี้สรุปประวัติศาสตร์ของเมืองลิมา ไม่เพียงแต่ในแวดวงนักบวชเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเมืองและศิลปะด้วย สไตล์ที่บรรจบกันผ่านผลงานที่จัดแสดง ได้แก่ ยุคเรอเนซองส์ ลัทธิแมนเนอริสต์ บาโรก โรโกโก และนีโอคลาสสิก

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย

บ่าย นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทองคำเปรูและอาวุธของโลก (Gold Museum of Peru and Arms of the World) เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและสงครามชาวเปรูที่ตั้งอยู่ ในย่าน Monterrico, Santiago de Surco พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งโดยนักการทูตและนักล่าตัวยง Miguel Mujica Gallo ในทศวรรษ 1960 เพื่อจัดแสดงคอลเลกชันส่วนตัวตลอดชีวิตของเขาซึ่งรวบรวมชิ้นส่วนทองคำและอาวุธของโลกก่อนยุคอินคา ซึ่งเป็นเจ้าของจนถึงปี 1993 พิพิธภัณฑ์อยู่ในอาคารสองชั้น อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีทางเข้าแบบห้องนิรภัย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการบริจาคให้กับรัฐเปรูโดย Gallo และปัจจุบันบริหารงานโดยมูลนิธิ Miguel Mujica Gallo

15.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินลิมา

18.15 น. ออกเดินทางสู่สนามบินคูซโก้ (CUZ) โดยเที่ยวบิน LA2217 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.25 ชม.)

19.40 น. เดินทางถึงสนามบินคูซโก้ นำท่านเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Hotel Costa Del Sol Wyndham Cusco **** หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเที่ยวชมเมืองคูซโก้ เมืองหลวงของอาณาจักรอินคา ที่แผ่ขยายอำนาจจนกินพื้นที่ 2 ใน 3 ของอเมริกาใต้ ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,400 เมตร และเป็นแหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ลึกลับน่าทึ่ง เป็นชุมชนเก่าแก่ของจักรวรรดิอินคาอันรุ่งเรือง ซึ่งยังคงทิ้งร่องรอยความเจริญไว้ให้เห็นเป็นซากปรักหักพักโบราณและโบราณวัตถุต่างๆ นำท่านชมจัตุรัสอาร์ม (Plaza de Arms Square) หรือที่รู้จักในนาม จัตุรัสนักรบ (Square of the warrior) ตั้งอยู่ในเมืองคูซโก้ เป็นศูนย์กลางของโบสถ์ที่สำคัญของเมืองคูสโก้ และเป็นที่ตั้งของ โบสถ์ลาคัมปาเนีย (Church of la Compania de Jesus) โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1576 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตกรรมโคโลเนียล บาโร๊คที่สวยงามคู่เมืองคูซโก้มานาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจของเมืองคูซโก้ อดีตเมืองราชธานีที่รุ่งเรืองที่สุดของอเมริกาใต้ นำท่านเข้าชมวิหารโคริคันชา (Qoriqancha Temple) หรือที่รู้จักในนาม วิหารพระอาทิตย์ (The Sun Temple) ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าดวงอาทิตย์ นำท่านชมย่านเมืองเก่าของเมืองคูซโก้ (Cuzco) เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1983 นำท่านชมกำแพงหิน หรือที่รู้จักในนาม 12 Side Stone ที่สร้างขึ้นโอบล้อมเมืองเก่าคูซโก้ กำแพงนี้สร้างจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณ โดยการนำหินก้อนใหญ่มาเรียงกันสร้างเป็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ นับได้ ว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองเก่าคูซโก้ ได้เวลา

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย นำท่านเดินทางสู่หุบเขาซาเครท (Sacred Valley) (ระยะทาง 60 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) หุบเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งอินคา เป็นหุบเขาในเทือกเขาแอนดีสของเปรู ทางเหนือของเมืองหลวงอินคาของคูซโก้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคกคูซโก้ ของเปรูในปัจจุบัน และเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ที่จะเปิดให้ท่านเดินทางไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างมาชู ปิคชู นำท่านสู่เมืองโอลันตาทัมโบ (Ollantaytambo) เพื่อขึ้นรถไฟสู่นครโบราณของอาณาจักรอินคา มาชู ปิคชู (Machu Picchu) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ล่าสุดของโลก โดยรถไฟ (Vista Dome)ไต่ขึ้นเทือกเขาแอนดิสอันยิ่งใหญ่ ที่สถานีรถไฟโอลันตาทัมโบ (Ollantaytambo Station) ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามและความลึกลับของบรรยากาศโดยรอบที่เข้ากับสถานที่ ข้างทางเป็นแม่น้ำอูรูบัมบา (Urubamba) ไหลแรงคดเคี้ยวขนานไปกับทางรถไฟสู่สถานีปลายทาง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว El Mapi Hotel **** หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเข้าชมมาชู ปิคชู (Machu Picchu) นครที่หายสาบสูญไปของอาณาจักรอินคา บนยอดเขาสูงที่ถูกหมอกปกคลุมอยู่เสมอ จนถึงปี 1911 นครแห่งนี้จึงปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ นครโบราณแห่งนี้ถูกค้นพบโดยฮิรัม บิงแฮม ซึ่งตั้งใจจะหาเมืองโบราณสองเมืองที่ปรากฎชื่ออยู่ในเอกสารโบราณ แต่กลับมาพบเมืองที่ไม่ปรากฎอยู่ในเอกสารใดทั้งสิ้น จึงได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อภูเขาอันเป็นที่ตั้งคือ Machu Picchu ซึ่งมีความหมายว่า Old Mountain และ ยังมียอดเขา Huayna Picchu หรือ New Mountain ขนาบข้าง ตัวโบราณสถานมาชู ปิคชู ซ่อนอยู่บนยอดเขาสูงเฉียดฟ้า และ ณ ที่แห่งนี้คือเมืองที่ไม่กี่ร้อยปีมานี้ยังมีผู้คนอาศัย ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปเมื่อสเปนเข้ามาปกครองในสมัยศตวรรษที่ 15 อิสระให้ท่านชมความสวยงามและเก็บภาพของเมืองโบราณแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ไม่ควรพลาดและได้มาเยือน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านนั่งรถไฟไต่เขาลงสู่สถานีรถไฟโอลันตาทัมโบ (Ollantaytambo) ท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อีกฟาก ของรถไฟ ตลอดเส้นทางของการไต่ลงจากเทือกเขาแอนดิส พร้อมความภูมิใจและความประทับใจที่ครั้งหนึ่งท่านได้มาเยือน เมืองโบราณอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอินคา เมืองโบราณที่หายสาบสูญมานาน และได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคูซโก้ (Cuzco)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Hotel Costa Del Sol Wyndham Cusco **** หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

06.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินคูซโก้

09.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก โดย เที่ยวบิน LA2366 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.20 ชม.)

13.50 น. เดินทางถึงสนามบินสนามบินซานเตียโก ประเทศชิลี

บ่าย นำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ (Cable Car) เพื่อชมความสวยงามของเมืองซานเตียโกจากมุมสูง นำท่านเดินทางสู่ย่านเบอร์นาโด โอ ฮิกกิ้น อเวนิว (Bernardo O'Higgins Avenue) เป็นการเดินทางเข้าสู่หัวใจทางประวัติศาสตร์ของเมืองซานเตียโก ประเทศชิลี เป็นถนนสายหลักที่คึกคักและเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และร้านค้ามากมาย นำท่าานแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมืองซานติอาโก (Santiago City Hall) ตั้งอยู่บริเวณ Plaza de Armas ใจกลางเมืองเก่าซานติอาโก นำท่านแวะถ่ายรูปด้านหน้าของพระราชวังโมนิดา (La Moneda Palace) ซึ่งปัจจุบันคือ ทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศชิลี และใช้เป็นสถานที่ราชการของกระทรวงต่างๆของประเทศชิลี นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายรูปบริเวณลานด้านหน้า พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดย โจแอนควิน โทเอากา สถาปนิกชาวอิตาเลียน สร้างขึ้นในปี 1784-1805 ในแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค และมีเสาโรมันขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นซุ้มประตู ความสวยงามและเก่าแก่ของพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ย่านจตุรัสพลาซ่า เดอะ อาร์ม (Plaza De Arm) อันเป็นจัตุรัสที่ตั้งของสถาปัตยกรรมโบราณต่างๆมากมาย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมเมนูปูยักษ์

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Hilton Garden Inn Santiago Airport Hotel **** หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซานเตียโก (SCL) ประเทศชิลี

09.49 น. ออกเดินทางสู่สนามบินปอร์โตนาตาเลส (PNT) ประเทศชิลี โดย เที่ยวบิน LA 269

สายการบินมีบริการอาหารเช้า บนเครื่องบิน

15.15 น. เดินทางถึงสนามบินปอร์โตนาตาเลส

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch box

บ่าย นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติมรดกโลก ทอเรส เดล ไพเน่ (Torres del Paine National Park) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา (Magallanes and Antartica Chilena Region) โดยอุทยานแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองปอร์โต นาตาเลส (Puerto Natales) ไปทางตอนเหนือประมาณ 112 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองปุนตาอาเรนัส (Punta Arenas) ประมาณ 312 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ Patagonia Cordillera del Paine อุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ครอบคลุม ภูเขา ธารนํ้าแข็ง ทะเลสาบ แม่นํ้า รวมไปถึงพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชิเลียนปาตาโกเนีย (Chilean Patagonia) ภูมิทัศน์ของอุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ เทือกเขากอร์ดิเยร่า (Cordillera del Paine) หินแกรนิตที่เวลาสะท้อนแสงแดด สีสวยจับใจ เป็นศูนย์กลางของอุทยานและมีเขตติดต่อกับ Bernardo O'Higgins National Park และ Los Glaciares National Park ทางฝั่งอาร์เจนติน่า และเป็นหนึ่งในเทือกเขาที่ท้าทายสำหรับนักปีนเขา นอกจากนี้ยังมีธารนํ้าแข็งเกรย์ Grey Glacier ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบชื่อเดียวกัน อุทยานแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1959 และองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้ เป็นมรดกโลก World Biosphere Reserve ในปีค.ศ. 1978 อุทยานตั้งอยู่ปลายสุดทางทิศใต้ของทุ่งนํ้าแข็งใต้ ภูมิทัศน์ประกอบไปด้วยธารนํ้าแข็งหลายแห่ง ทะเลสาบ ลากูน และมีแม่นํ้าสามสายไหลเข้าสู่เขตอุทยาน ได้แก่ แม่นํ้าปิงโก (Pingo) แม่นํ้าไพเน่ (Paine) และแม่นํ้าดิกสัน (Dickson) ที่มีเฉดสีของนํ้าแตกต่างกันตั้งแต่ นํ้าเงินไปจนถึงเขียว และยังก่อให้เกิดนํ้าตกสำคัญสามแห่งคือ นํ้าตกไพเน่ (Paine) นํ้าตกซัลโต้ กรานเด้ (Salto Grande) และนํ้าตกซัลโต้ ชิกโก้ (Salto Chico)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Lago Grey Hotel / Costa Australis Hotel **** หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านลงเรือ Vessel Grey II เพื่อชม ธารนํ้าแข็งเกรย์ (Grey Glacier) เป็นกลาเซียร์ที่ขนาบข้างตะวันตกของอุทยานและไหลลงทะเลสาบเกรย์และมีขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยาน มีความยาวเกือบ 30 ก.ม. และมีพื้นที่ผิวนํ้าแข็งเกือบ 300 ตร.กม. กลาเซียร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของทุ่งนํ้าแข็งปาตาโกเนีย หรือ Patagonian Ice Field ซึ่งครอบคลุมทั้งชิลีและอาร์เจนตินา นํ้าแข็งในกลาเซียจะเป็นสีฟ้าเข้ม บริเวณปลายสุดของกลาเซียร์ นํ้าแข็งที่ไหลลงทะเลสาบก็จะหักออกเป็นชิ้นในลักษณะเป็นภูเขานํ้าแข็งลอยลงไปในทะเลสาบ ตลอดเส้นทางล่องเรือ ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพภูเขานํ้าแข็งขนาดต่างๆที่แตกออกจากธารนํ้าแข็ง เรียกได้ว่าล่องเรือในทุ่งน้ำแข็งที่มีหลากหลายขนาดลอยให้เห็นตลอดเส้นทาง นับเป็นอีกทัศนียภาพที่น่าบันทึกภาพเป็นอย่างยิ่ง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองคาลาฟาเต (Calafate) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) เป็นเมืองประตูสู่ธารน้ำแข็งสุดอลังการในปาตาโกเนีย ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพ ทิวเขา และ ธารน้ำ นับเป็นอีกทัศนียภาพที่สวยงามแห่งปาตาโกเนีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Mirado Del Lago Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ธารน้ำแข็งเปอร์ริโตเมอร์ริโน (Perito Moreno Glacier) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เป็นธารน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอสกลาซิอาเรส (Parque Nacional Los Glaciares) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด Santa Cruz ประเทศอาร์เจนตินา และมีต้นกำเนิดในภูมิภาค Magallanes ในประเทศชิลี เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในอาร์เจนตินา ปาตาโกเนีย การก่อตัวของน้ำแข็งขนาด 250 ตารางกิโลเมตร ยาว 30 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็ง 48 แห่งที่ได้รับอาหารจากทุ่งน้ำแข็งปาตาโกเนียนตอนใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาแอนดีสร่วมกับชิลี ซึ่งมีส่วนเล็กๆ ของต้นกำเนิดของ ธารน้ำแข็ง ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก หากท่านยืนดูไปสักพัก ธารน้ำแข็งตรงที่อยู่ริมสุดจะค่อยๆถล่มลงมา หรือเรียกว่า Ice Calving ซึ่งจะเกิดเสียงดังกระหึ่มเลยทีเดียว นอกจากนั้น ภูเขาธารน้ำแข็งเปอร์ริโตเมอร์ริโน ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1981 อีกด้วย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านล่องเรือชมธารน้ำแข็ง (Perito Merino Glacier Navigator) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารน้ำแข็ง และเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่า และตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำาแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Mirado Del Lago Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

09.00 น. นำท่านเที่ยวชมเมืองคาลาฟาเต (Calafete) และชมพิพิธภัณฑ์กลาเซียเรียม Glaciarium (Glaciarium Patagonian Ice Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยในเมืองเอลกาลาฟาเต (El Calafate) ประเทศอาร์เจนตินา ที่อุทิศให้กับการศึกษาเรื่องธารน้ำแข็งโดยเฉพาะ เพื่อให้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์และการก่อตัวของน้ำแข็งในปาตาโกเนีย

10.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเอลคาลาฟาเต (FTE) ประเทศอาร์เจนตินา

อิสระอาหารกลางวันในสนามบินตามอัธยาศัย

12.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรส (AEP) ประเทศอาร์เจนตินา โดยสายการบินแอโรลีเนียส อาร์เจนตินัส เที่ยวบินที่ AR1845 (ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชม.)

15.30 น. เดินทางถึงสนามบินบัวโนสไอเรส

16.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอีกวาซู (IGR) ประเทศอาร์เจนตินา โดยสายการบินแอโรลีเนียส อาร์เจนตินัส เที่ยวบินที่ AR1788 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.55 ชม.)

18.25 น. เดินทางถึงสนามบินอีกวาซู

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Grand Carima Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางชมเขื่อนอิไตปู (Itaipu Dam) (ระยะทาง 32 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที) เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตนั้นจัดว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่เขื่อนในประเทศจีนจะมีการก่อสร้างเสร็จ เขื่อนอิไตปูสร้างในปีค.ศ.1984 แล้วเสร็จในปีค.ศ.1988 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี คำว่า “อิไตปู” มาจากภาษากวารานิของชาวอินเดียนแดงชนเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “เสียงเพลงจากก้อนหิน” เขื่อนอิไตปู กั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย ซึ่งนอกจากเป็นผนังกั้นน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศอีกด้วย ตัวเขื่อนมีขนาดความสูง 180 เมตร ความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการก่อสร้างกว่า 28 ล้านตัน และใช้เหล็กมากขนาดที่ว่าใช้สร้างหอไอเฟลได้ถึง 380 หอเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย เนื่องจากความอลังการของเขื่อนแห่งนี้

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านเดินทางชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของน้ำตกอิกวาซูฟอลส์ฝั่งบราซิล (Iguazu Fall Brazilian Side) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษากวารานี (Guarani) ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่” ค้นพบโดยนักสำรวจชาวสเปนชื่อ AI VARO NUNES CABEZA DE VECA เมื่อปี ค.ศ. 1542 น้ำตกอิกวาสุ ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกโดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าประมาณ 30 เท่า อย่างไรก็ตามขนาดของน้ำตกใกล้เคียงกับน้ำตกวิกตอเรียในทวีปแอฟริกา น้ำตกอิกวาสุ เกิดจากแม่น้ำอิกวาสุ ซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกใหญ่น้อยอีกกว่า 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที แต่ในช่วงฤดูร้อน คือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านลิตรต่อวินาที บริเวณรอบๆ น้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร บนฝั่งประเทศบราซิลจะมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงาม นำท่านนั่งเรือซาฟารี Jet Macuco นำเสนอการผจญภัยอันน่าประทับใจสู่ใจกลางของสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศ น้ำตกอิกวาซู (ฝั่งบราซิล) ซึ่งเป็นฝั่งที่ท่านสามารถมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงามที่สุด (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทางธรรมชาติ) ท่านจะได้สัมผัสกับความงามแสนมหัศจรรย์ของธรรมชาติ น้ำตกทรงเกือกม้าที่เกิดจากแม่น้ำริโออิกวาสุทั้งสายไหลมาจากหน้าผาเบื้องบนตกลงสู่หุบเหวย่อยๆ กว่า 30 แห่ง พลังน้ำตกที่ตกลงมากระทบก้อนหินเบื้องล่างก่อให้เกิดละอองน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่วปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำสีสวยสดใส

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Grand Carima Resort ***** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่น้ำตกอิกวาซู ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกอิกวาสุ (ฝั่งอาร์เจนตินา) ชมน้ำตกอิกวาซู ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกอิกวาซู (ฝั่งอาร์เจนตินา) เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่และความงดงามของน้ำตกอิกวาซู (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทางธรรมชาติ) อย่างใกล้ชิดอิสระให้ท่านได้เก็บภาพความยิ่งใหญ่ตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกอิกวาสุ

บ่าย นำท่านชมช่องแคบคอปีศาจ (Devil throat) ตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างบราซิลและอาร์เจนตินา โดยตัดผ่านแม่น้ำอิกวาซูที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปารานา ที่ขอบที่ราบสูงปารานาเป็นระยะทาง 23 กิโลเมตร เป็นช่องแคบรูปตัว U ช่องแคบคอปีศาจรับน้ำจากแม่น้ำประมาณครึ่งหนึ่ง สูง 82 เมตร กว้าง 150 เมตร และยาว 700

17.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

18.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินอิกวาซู เพื่อเช็คอิน

19.40 น. ออกเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรส (AEP) โดยสายการบินแอโรลีเนียส อาร์เจนตินัส เที่ยวบินที่ AR1773 (ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชม.)

21.40 น. เดินทางถึงสนามบินบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว Hotel NH Buenos Aires Latino **** หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

08.00 น. นำท่านแวะถ่ายรูปกับทำเนียบประธานาธิบดีหรือที่มีชื่อเรียกว่า “คาซา โรซาดา” (Casa Rosada) แปลว่าบ้านสีชมพูหรือบ้านสีกุหลาบเพราะใช้หินสีชมพูก่อสร้าง ตั้งตระหง่านอยู่หน้าจัตุรัสมาโย นำท่านชมจัตุรัสมาโย (Plaza De Mayo) อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามของเมืองและสถาปัตยกรรม อาคารสำนักงานต่างๆที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะยุโรป นำท่านเข้าชมอาสนวิหารบัวโนสไอเรส (Buenos Aires Metropolitan Cathedral) เป็นมหาวิหารโรมันคาทอลิกหลักและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ Plaza de Mayo Plaza de Mayo (จัตุรัสพฤษภาคม) ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ โดยมีจุดเด่นทั้งทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ ด้านหน้าอาคารมีลักษณะคล้ายวิหารกรีกที่ไม่มีหอระฆัง ประกอบด้วยเสาขนาดใหญ่ 12 ต้น ซึ่งเป็นตัวแทนของอัครสาวกทั้ง 12 ท่าน ซึ่งเป็นที่ฝังศพของ นายพล โฮเซ เด ซาน มาร์ติน (Jos de San Martn) นักปฎิวัติผู้ยิ่งใหญ่และผู้นำอิสรภาพสู่อาร์เจนตินา การตกแต่งภายใน พื้นโมเสกสไตล์เวเนเชียน อัลตาร์ (แท่นบูชา) แบบบาโรกที่แกะสลักจากไม้ปิดทอง และภาพเขียน "Stations of the Cross" โดยศิลปินชาวอิตาลี

10.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินบัวโนสไอเรส

13.50 น. ออกเดินทางสู่สนามบินโรม โดยสายการบิน อิตา แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ AZ681 (ใช้เวลาบินประมาณ 12.45 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการอาหาร ระหว่างเที่ยวบิน

********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******

06.35 น. เดินทางถึงสนามบินโรม ประเทศอิตาลี แวะเปลี่ยนเครื่อง

15.10 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดย เที่ยวบินที่ AZ758 (ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหาร ระหว่างเที่ยวบิน

08.10 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ....

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

 

ราคาเริ่มต้น
475,500 บาท
รหัส 059-28034 ทัวร์อเมริกาใต้ Rio Carnival 2027 บราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนตินา (ปาตาโกเนีย)
ระยะเวลา 17 วัน 13 คืน
ราคาเริ่มต้น 475,500 บาท
เดินทางช่วง ก.พ.70
เดินทางโดย ITA AIRWAYS (AZ)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://angel.vm109.net/tours/ทัวร์อเมริกาใต้-Rio-Carnival-2027-บราซิล-เปรู-ชิลี-อาร์เจนตินา-ปาตาโกเนีย
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/989/059-28034.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083
โทร Hotline 086-316-7436 ,Hotline 086-362-1960 ,Hotline 090-946-4072 ,Office 02-756-0334-5
LINE ID @angelontour
LINE URL https://line.me/ti/p/~@angelontour
อีเมล info.angelontour@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083

18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

จันทร์ - ศุกร์ 09.00-18.00 น.
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา