
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 01 พ.ค. 69 - 08 พ.ค. 69 | 82,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 พ.ค. 69 - 23 พ.ค. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 พ.ค. 69 - 06 มิ.ย. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 ก.ย. 69 - 12 ก.ย. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ก.ย. 69 - 03 ต.ค. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ต.ค. 69 - 18 ต.ค. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 23 ต.ค. 69 - 30 ต.ค. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 31 ต.ค. 69 - 07 พ.ย. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 14 พ.ย. 69 - 21 พ.ย. 69 | 79,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 ธ.ค. 69 - 12 ธ.ค. 69 | 82,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 85,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
05.00 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาท์เตอร์สายการบิน การตาร์
09.15 ออกเดินทางสู่โรม โดยสายการบินการตาร์เที่ยวบินที่ QR831
12.10 แวะพักเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา
15.55 นำท่านเดินทางสู่กรุงโรมต่อโดยเที่ยวบินที่ QR113
20.55 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติฟูมิชิโน(กรุงโรม) ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่: MERCURE ROMA WEST / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่กรุงโรม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะจากยุคบาโรก เข้าสู่ “นครรัฐวาติกัน” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในศาสนาคริสต์ เป็นหลักฐานยืนยันถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสองพันปี เป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพของนักบุญปีเตอร์ ซึ่งเป็นสุสานแห่งแรกของพระสันตะปาปา แห่ง กรุงโรม ที่ครองราชย์ต่อเนื่องกันมา เข้าชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ อาคารทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมประติมากรรม “พระแม่มารีในชุดคลุมพร้อมพระเยซูที่สิ้นพระชนม์อยู่ในอ้อมแขน” หรือรู้จักกันในฃื่อ “ความสงสารของนักบุญปีเตอร์” (The Piet of Saint Peter’s) ซึ่ง อาจเป็นประติมากรรมทางศาสนาที่โด่งดังที่สุดในโลก ที่มีความงามและความสมบูรณ์แบบเหนือมนุษย์ ปั้นขึ้นในปี ค.ศ. 1498 โดยไมเคิลแองเจโล (ขอสงวนสิทธิ์ในการงดการเข้าชมภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรณี มีการจัดงานพิธีต่างๆ ซึ่งไม่อาจเข้าชมได้ หรือในกรณีคิวต่อแถวในการเข้าชมยาวมากเพื่อไม่ให้เป็นผลกระทบกับรายการท่องเที่ยวอื่นๆ ในโปรแกรมทัวร์) จากนั้นเดินทางสู่ สัญลักษณ์ของกรุงโรม “อัฒจันทร์ฟลาเวียน” (Flavian Amphitheatre) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “โคลอสเซียม” (Colosseum) เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรโรมันหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก จักรพรรดิเวสปาเซียนได้เริ่มสร้างโคลอสเซียม ในปีค.ศ. 70-72 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความยิ่งใหญ่และอำนาจของจักรวรรดิโรมันโคลอสเซียมได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย ชม “ประตูชัยคอนสแตนติน” (The Arch of Constantine) ซุ้มประตูโค้งที่สวยงามแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 315 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินเหนือแม็กเซนติอุส ในยุทธการที่สะพานมิ ลเวียน ประตูชัยตั้งอยู่ระหว่างโคลอสเซียมและเนินพาลาไทน์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านเก็บภาพบริเวณเมืองเก่ากรุงโรม ชม“น้ำพุเทรวี” (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่สวยที่สุดและใหญ่ที่สุดในกรุงโรม น้ำพุ เทรวีมีความกว้างประมาณ 20 เมตรและสูง 26 เมตร การออกแบบน้ำพุแห่งนี้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประติมากรรมและน้ำ แสดงให้เห็นถึงความงามของยุคบาโรก น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นโดย Nicola Salvi และสร้างเสร็จในปี 1762 โดยเป็นภาพของโอเชียนัส เทพเจ้าแห่งน้ำ ล้อมรอบด้วยรูปปั้นแห่งความอุดมสมบูรณ์ ไทรทัน และฮิปโปแคมปัส ซึ่งแกะสลักอย่างประณีตงดงาม น้ำพุแห่งนี้ถือเป็นเรื่องเล่าที่มีชีวิตของวิวัฒนาการของกรุงโรมซึ่งเป็นตัวแทนของมรดกอันยั่งยืนของกรุงโรม จากนั้นเดินทางสู่ “บันไดสเปน” ซึ่งมีอายุเกือบ 300 ปี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม บันไดสเปนมีทั้งหมด 138 ขั้น ทำให้บันไดแห่งนี้เป็นบันไดที่กว้างที่สุดในยุโรป บันไดนี้ได้รับการออกแบบในปี ค.ศ. 1723 โดย Francesco De Sanctis ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานทูตสเปนในกรุงโรมกับ Trinita Dei Monti บันไดได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยส่วนโค้ง ระเบียง และองค์ประกอบพิเศษอื่นๆ ซึ่งทำให้บันไดนี้กลายเป็นสถานที่ที่งดงามตระการตา สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Galilei Hotel Pisa, Toscana Charme Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านชมความมหัศจรรย์ของ “หอเอนแห่งเมืองปิซ่า” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สำหรับหอเอนปิซ่านี้ ภายในมีเสาหินอ่อนทีสลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ส่วนสาเหตุที่เอียง นั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่ง เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้ สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองลาสเปเซีย (La Spezia) / นำท่านนั่งรถไฟสู่ ชิงเกว่ แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ทั้งห้า ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่า ของอิตาลี มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (FIVE LANDS) ประกอบด้วย หมู่บ้านห้าแห่ง ได้แก่ ริโอมัจจอเร, มานาโรลา, คอร์นิเกลีย, แวร์นาซซา และ มอนเตรอสโซ อัล มาเร โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ อีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมแวะชมความงามของหมู่บ้าน ริโอแมกจิโอเร (RIOMAGGIORE) ที่มีเสน่ห์ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีขั้นบันไดสูงเหนือชายฝั่งลิกูเรียน เป็นที่รู้จักจากบ้านหินสีสันสดใสที่เรียงซ้อนกัน และท่าเรือที่เต็มไปด้วยเรือประมงแบบดั้งเดิม จากนั้นนั่งรถไฟสู่หมู่บ้าน ‘แวร์นาซซา’ (Vernazza) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ แวร์นาซซาคือที่เดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งใน "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี"(I borghi pi belli d'Italia) อย่างเป็นทางการ สมทควรแก่เวลา เดินทางกลับสู่เมืองปิซา เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิซซ่าอิตาลี พร้อมพาสต้ารสเลิศ
ที่พัก: Galilei Hotel Pisa, Toscana Charme Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองฟลอเรนซ์” (Florence) เป็นเมืองต้นแบบของศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเจริญสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 13-16 นำท่านเดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่า ชม “จัตุรัสเพียซซ่าซินยอเรตตา” ชมสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของเมืองที่ “มหาวิหารซานตา มาเรีย เดลฟิออเร” เป็นวิหารที่มียอดโดมขนาดใหญ่สัญลักษณ์แห่งเมืองฟลอเรนซ์ จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองชม “โบสถ์ซันตาโคเช่” โบสถ์ขนาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นสถานที่ฝังศพของศิลปินชื่อก้องโลก “ไมเคิลแองเจลโล และกาลิเลโอ” และศิลปินชื่อดังของเมืองชม “จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย” (Piazza Della Signoria) ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเดวิด อันเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านข้ามแม่น้ำอาร์โนเข้าสู่ “จัตุรัส ไมเคิลแองเจลโล” บนเนินสูงชมรูปหล่อสัมฤทธิ์จำลอง “เดวิด” David ที่โด่งดังในตำนานเป็นผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจลโล และบริเวณจัตุรัสแห่งนี้ท่านสามารถจะบันทึกภาพวิว ทิวทัศน์ที่งามที่สุดของกรุงฟลอเรนซ์ พร้อมชมประติมากรรมที่สวยงามของ “สะพานเวคคิโอ” สะพานเก่าแก่แห่งแรกที่ข้าม “แม่น้ำอาร์โน” สัญลักษณ์ของเมืองฟลอเรนซ์ จากนั้นนำคณะเดินทางขึ้นสู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลีไปยัง “ เมืองเวนิส เมสเตร้” (Venice-Mestre) ราชินีแห่งทะเล เอเดียตริกเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ให้ท่านลองทาน สปาเก็ตตี้้เส้นดำ ต้นตำหรับเวนิเซีย
ที่พัก: Belstay Venezia Mestre / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่เมือง “เวนิส” หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ นำท่านลงเรือล่องสู่เกาะเวนิส เมืองเวนิสเป็นเมืองที่อยู่เหนือกาลเวลาและเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ประกอบด้วยเกาะ 118 เกาะที่เชื่อมถึงกันด้วยสะพานมากกว่า 400 แห่งในบริเวณทะเลสาบเวนิเทียทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี โดยทั้งเมืองและทะเลสาบได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก ในปี 1987 ** หากท่านสนใจล่องเรือกอนโดล่า (ไม่รวมในราคาทัวร์) โปรดสอบถามหัวหน้าทัวร์ **
ชม “สะพานถอนหายใจ” สะพานแห่งตำนานและสะพานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส ชม “ปาลาซโซ ดูคาเล” (Palazzo Ducale) หรือ “พระราชวังดอจ” อาคารสไตล์โกธิกที่สวยงามเป็นสถานที่บริหารของสาธารณรัฐเวนิสที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับเป็นอาคารสไตล์เวนิสที่สวยงามอย่างแท้จริง นอกเหนือจากเสาหินเรียงแถวอันวิจิตรงดงามและด้านหน้าอาคาร เข้าสู่ “จัตุรัสซานมาร์โก” (หรือจัตุรัสเซนต์มาร์ก) ที่มีอายุกว่า 1200 ปี ชมภายนอก “มหาวิหารซานมาร์โก” มหาวิหารแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 9 เพื่อเก็บศพของนักบุญมาร์ก ด้านหน้าของมหาวิหารเซนต์มาร์กมีริ้วคลื่นและยอดแหลมเหมือนคลื่น โดยมีประตูโค้ง 5 บานที่มีช่องเปิดปิดด้วยกระเบื้องโมเสกที่ระยิบระยับและซุ้มหินโค้ง ซึ่งเป็นโบสถ์แบบไบเซ็นไทน์ที่ “ใหญ่ที่สุด” ในยุโรปตะวันตก สมควรแก่เวลา อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชมงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่ “สะพานเรียลอัลโต้” สะพานหินโค้งเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเวนิส เป็นสะพานข้ามคลองใหญ่ (Grand Canal) สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1591 โดยสถาปนิกอันโตนิโอ ดา ปอนเต เคยเป็นศูนย์กลางการค้าในอดีต ปัจจุบันเป็นแลนด์มาร์กสำคัญและจุดชมวิวที่สวยงาม เดินทางล่องเรือกลับสู่ท่าเรือทรอนเค็ตโต ฝั่งเมสเตร้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางช้อปปิ้งที่ Designer Outlet Noventa di Piave แหล่งจำหน่ายแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำ เช่น Prada, Gucci, Fendi, Burberry, Salvatore Ferragamo, Versace, Bottega Veneta, Dolce & Gabbana และอื่น ๆ
www.mcarthurglen.com/en/outlets/it/designer-outlet-noventa-di-piave/stores/
*** อิสระอาหารกลางวันเพื่อสะดวกในการช้อปปิ้ง ***
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเวโรน่า” นำท่านชมเมืองเวโรนาได้รับสมญานามว่า “Little Roman” เพราะยังคงสภาพสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันไว้อย่างสมบูรณ์และถ้าย้อนไปในศตวรรษที่ 13-14 มีความเจริญสูงสุดถือว่าเป็นยุคทองไม่แพ้กรุงโรม นำท่านเดินทางเข้าชมย่านเมืองเก่าที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบโบราณ
จากนั้นนำท่านสู่ “จตุรัสเออร์เบ” ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์, วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า ระหว่างทางผ่านชมความยิ่งใหญ่ภายนอกของ “โรมัน อารีน่า” สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในสมัยโรมัน เมืองเวโรน่าโด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของนักประพันธ์ “วิลเลี่ยมเชกส์เปียร์” ที่ชื่อว่า “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต” จากนั้นนำท่านชมบ้านของจูเลียต (Casa di Giulietta) สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจากเรื่องราวความรักอันโด่งดังนิยายรัก หากไม่ได้มาเยือนบ้านจูเลียต ถือว่ามาไม่ถึงเมืองเวโรนา เพราะบ้านหลังนี้เป็น Sanctuary หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนที่ศรัทธาในรักแท้ โดยมีความเชื่อข้อหนึ่งที่ส่งต่อกันมาว่า เมื่อสัมผัสรูปหล่อจูเลียตแล้วบอกคำอธิษฐานเรื่องรัก สิ่งที่ขอไว้จะเป็นความจริง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Crowne Plaza Verona Fiera by IHG / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหาร เดินทางสู่ทางตะวันตกของเทือกเขาโดโลไมต์ซึ่งมีทะเลสาบเล็กๆ ทึ่ชื่อว่าทะเลสาบคาเรซซ่า (Lago di Carezza) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ทะเลสาบสายรุ้ง” และ “ทะเลสาบเทพนิยายแห่งเทือกเขาโดโลไมต์” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคาเรซซา หมู่บ้านเล็กๆ ตรงด้านล่างของช่องเขาคอสตาลุงกา (Costalunga) ทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีแม่น้ำสาขาและมีหิมะละลายและน้ำพุใต้ดิน ส่งผลให้ระดับน้ำขึ้นลงอย่างมากทำให้มองเห็นเทือกเขา ตอร์รี ดิ ลาเตมาร์ (Torri di Latemar) สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ และรอบทะเลสาบเต็มไปด้วยป่าสนสปรูซที่หากมีหมอกหนาซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับตำนานพ่อมดและนางไม้มานานหลายศตวรรษ หลังอาหารเดินทางเข้าสู่ Great Dolomite Road ประทับใจกับในความยิ่งใหญ่ของ ‘เทือกเขาโดโลไมท์’ (Dolomite) ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2009 ลักษณะภูมิประเทศเป็นหน้าผาสูง สลับกับหุบเหวลึก เข้าสู่บริเวณหมู่บ้านวัล ดิ ฟุนส์ Val di Funes เดินสู่จุดชมวิว บริเวณที่ตั้งโบสถ์ Santa Magdalena ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมของหมู่บ้าน ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว ฉากหลังเป็นภูเขาอันยิ่งใหญ่ เบื้องหน้าของเราเป็นหมู่บ้าน Villn (Val di Funes) แสนสงบ และน่ารัก หากมีเวลาท่านเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ และโบสถ์ เซนต์จอห์น (Kirche St. Johann in Ranui) อันเป็นเอกลักษณ์ ของอุทยานโดโลไมท์ จากนั้น
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมเมืองเซอร์มิโอเน่(Sirmione) อันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้า ทะเลสาบแสนสวยที่เสมือนเป็นพรมแดนระหว่าง แค้วนลอมบาเดียกับแคว้นเวเนโต มีความยาวกว่า 55กิโลเมตร ตัวเมืองเก่านี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ ให้ทุกท่านได้ชมเมืองที่แสนสวยงาม เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านกาแฟร้านขนมปังท้องถิ่นมากมาย เก็บภาพป้อมปราการประจำเมือง ที่เป็นจุดสัญลักษณ์ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Quark Hotel Milano/ หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองโคโม่ (Como) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นนำท่านล่องเรือชมความงดงามของทะเลสาบโคโม่ (Como Lake Cruise) และหมู่บ้านริมทะเลสาบเมืองโคโมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่รุนแรงและภูมิทัศน์อันน่าทึ่งที่มีเฉดสีหลายพันเฉดไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าของน้ำทะเลที่ใสสะอาด สีเขียวของป่าไม้และสวนสาธารณะอันเขียวชอุ่มสีเทาของภาพนูนต่ำนูนสูงของหิน และหมู่บ้านหินที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบและภูเขา อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ชมวิวที่สวยงามริมฝั่งทะเลสาบโคโม ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในอิตาลีแล้วยังเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีอีกด้วย
*** อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกต่อการท่องเที่ยวมิลาน ***
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองมิลาน (Milano) นำท่านชมบริเวณภายนอก “ปราสาทสฟอร์เซสโก้” ปราสาทสวยงามหลังนี้ได้เคยเป็นป้อมปราการของพวกตระกูลวิสคอนติ ต่อมาเป็นที่พำนักของผู้นำเผด็จการในช่วงศตวรรษที่ 15 คือ ตระกูล สฟอร์ซา มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพกับมุมสวยๆ ของน้ำพุที่โพยพุ่งบริเวณด้านหน้าปราสาทสฟอร์เซสโก้ จากนั้นชม “มหาวิหารแห่งมิลาน หรือดูโอโม” สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง อันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี
ปัจจุบันเป็น “โบสถ์แคธอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก” ลานด้านหน้าเป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ทรงม้ารายล้อมด้วยอาคารที่เก่าแก่คลาสสิคและช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “แกลเลอเรีย วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2” ที่ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปี เป็นอาคารหลังคากระจกโครงเหล็กพื้นโมเสกลวดลายงดงามมาก // ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน
23.00 นำท่านเดินทางสู่ โดฮา โดยเที่ยวบินที่ QR118
05.45 แวะพักเปลี่ยนเครื่อง
07.55 นำท่านเดินทางสู่กรุงเทพมหานครโดยเที่ยวบินที่ QR828
18.20 เดินทางถึงกรุงเทพฯ...โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา