
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 30 พ.ค. 69 - 07 มิ.ย. 69 | 102,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ก.ค. 69 - 02 ส.ค. 69 | 113,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ส.ค. 69 - 16 ส.ค. 69 | 109,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ก.ย. 69 - 27 ก.ย. 69 | 99,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ต.ค. 69 - 20 ต.ค. 69 | 102,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 ต.ค. 69 - 30 ต.ค. 69 | 102,900 บาท | 28,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airway โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
20:00 น ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR835
22:55 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02:25 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี โดย สายการบิน Qatar Airway เที่ยวบินที่ QR115 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
07.25 น. เดินทางถึง สนามบินฟีอูมีชีโน ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ “กรุงโรม” (Rome) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซีโอและประเทศอิตาลี มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี นำท่านเดินทางเข้าสู่ “ นครรัฐวาติกัน ” (STATE OF THE VATICAN CITY) นครแห่งคริสตจักรที่อยู่ในกรุงโรม ถือเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนิกชน นิกายโรมันคาทอลิก เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารนักบุญปีเตอร์ ( ST. PETER’ BASILICA) ศาสนสถานของคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่ฝังพระศพของพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่ถูกลงโทษประหารชีวิต ด้วยการตรึงไม้กางเขนในสมัยของจักรพรรดิเนโร เมื่อปี ค.ศ. 68 ถือเป็นศูนย์รวมทั้งทางกายและทางใจของวาติกัน มีประติมากรรมชื่อก้องโลกอย่าง ปีเอต้า (Piet) เป็นรูปปั้นพระแม่นารีย์ทรงโอบอุ้มพระเยซูหลังจากสิ้นพระชนมซึ่งทำจากหินอ่อนเพียงก้อนเดียวและใช้เวลาในการแกะสลัก 7 ปีบริเวณด้านหน้าคือ จัตุรัสนักบุญปีเตอร์ (St.Peter's Square) ออกแบบโดย จาน ลอเรนโซ เบอร์นินี อีกหนึ่งประติมากรผู้ได้ฉายาว่า สามารถเสกหินอ่อนให้หายใจได้ จัตุรัสสามารถจุคนได้ประมาณ 60,000 คน ตรงกลางมีเสาโอบีสิสหินแกรนิตแดง สูง 25.5 เมตร จากอียิปต์ ซึ่งเป็นการแสดงถึงแสงยานุภาพของโรมันที่มีต่อประเทศในยุโรปและแถบเมดิเตอร์เรเนียนในขณะนั้น
(กรณีมีพิธีด้านใน หรือถ้าหากมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถเข้าชมได้ทันเวลา ทั้งนี้เพื่อมิให้กระทบต่อกำหนดการท่องเที่ยวอื่นๆ ภายในโปรแกรมทัวร์" อาจจะไม่ได้รับการเข้าชม)
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายบริเวณด้านนอก โคลอสเซี่ยม (COLOSSEUM) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ฟราเวียนแอมฟิเธียเตอร์ อีก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ต้นแบบของสนามกีฬาของโลก เป็นแหล่งบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโรมัน สร้างขึ้นในสมัยของจักพรรดิเวสปาเซียนในปี ค.ศ. 70 ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการในอีก 10 ปีต่อมาในสมัยพระเจ้าไททัส เป็นสนามกีฬาที่จะเป็นการประชันการต่อสู่ระหว่างเหล่านักรบกลาดิเอเตอร์ด้วยกันเอง และกับสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต ช้าง แรด เป็นต้น โดยบ้างก็กล่าวกันว่าการต่อสู้ในโคลอสเซี่ยมทำให้สัตว์บางชนิดแทบจะศูนย์พันธุ์เลยทีเดียว การสร้างอาคารแบบอัฒจันทร์กลม 3 ชั้นขนาดใหญ่แห่งนี้ยังถือว่าเป็นการผลิตซีเมนต์แห่งแรกๆ ของโลกอีกด้วย บริเวณใกล้กันท่านสามารถเดินถ่ายรูปด้านหน้า กับ โรมันฟอรั่ม (ROMAN’S FORUM) อดีตศูนย์กลางทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ของอาณาจักรโรมัน โดยบริเวณนี้นั้นเป็นที่ตั้งของประตูชัย 2 แห่ง ที่เป็นต้นแบบของฝรั่งเศส นั่นคือ ประตูชัยคอนสแตนติน สร้างขึ้นในครั้งที่พระเจ้าคอนสแตนตินได้ชัยชนะเหนือพระเจ้าแมกเซนเทียส และประตูชัยไททัสที่สร้างขึ้นหลังจากได้รับชัยชนะเหนือเมืองเยลูซาเล็มในปีค.ศ. 81
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินชมและถ่ายรูปบริเวณ บันไดสเปน (SPANISH STEPS) บันไดที่กว้างที่สุดในยุโรป เหตุผลที่ชื่อบันไดสเปนนั่นก็เพราะว่าแต่เดิมนั้นที่บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของสถานฑูตสเปน นอกจากจะได้มาเที่ยวชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้แล้วยังสามารถเล่น และยังมีสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายให้ท่านได้เลือกสรรค์อย่างเต็มที่ แต่หากสนใจชิมกาแฟเอสเปรสโซ่ต้นตำหรับ ก็มีร้านกาแฟมากมายให้ท่านได้ลิ้มลอง จากนั้นนำท่านชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ (TREVI FOUNTAIN) ที่มักกล่าวกันว่าเป็นน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก น้ำพุหน้าแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการเสี่ยงทายอธิษฐาน "ตามความเชื่อยอดนิยม นักท่องเที่ยวที่โยนเหรียญลงในน้ำพุแห่งนี้ จะได้หวนกลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนั้นนำท่านเดินชม ช่อง “โอคูลูส” ช่องแสงที่เป็นวงกลมขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางหลังคาโดมของ “วิหารแพนธีออน”(Pantheon) ภายในวิหารยังใช้เป็นสถานที่ฝังศพกษัตริย์ ในราชวงศ์และบุลสำคัญ เช่น พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 และยังมีศพของจิตรกรชาวอิตาลีที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา นามว่า ราฟาเอล จากนั้นเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) แคว้นทัสคานีประเทศอิตาลี
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! สปาเก็ตตี้สไตล์อิตาเลียน
ที่พัก : Hotel Galilei หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองปิซ่า” เพื่อชมหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง คือ “หอเอนแห่งเมืองปิซ่า” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของประเทศอิตาลี ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก ภายในหอเอนมีเสาหินอ่อนที่ได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม โดยฝีมือของจิตรกรผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้นสำหรับสาเหตุที่หอเอนแห่งนี้เอียง เกิดจากการทรุดตัวของฐานรากภายหลังการก่อสร้าง ทำให้ตัวหอเอียงออกจากแนวดิ่งประมาณ 14 ฟุต แม้จะผ่านมาเป็น เวลานาน แต่หอก็ยังคงตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือน นำท่าน เข้าชม จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza del Duomo Pisa) ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของเมือง ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้จะประกอบไปด้วย หอศีลจุ่ม วิหาร และหอระฆัง ซึ่งที่นี่มีหอระฆังที่โด่งดังระดับโลก นั้นคือ หอระฆังเอน แห่งเมืองปิซ่านำท่านชมบริเวณรอบหอระฆังแห่งนี้พร้อมเก็บรูปเป็นที่ระลึกกับ หอเอนเมืองปีซ่า (LEANING TOWER OF PISA) หอระฆังทรงกระบอก 8 ชั้น กลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นและได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิสเมสเตร้ (Venice Mestre) ซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของเมืองเวนิส อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการล่องเรือสู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) เมืองแสนโรแมนติกที่ไม่เหมือนใครในโลกเวนิสเป็นเมืองที่ใช้เรือแทนรถ และคลองแทนถนน ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” เมืองแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และเชื่อมต่อกันด้วยสะพานมากกว่า 400 แห่ง เรือจะพาท่านล่องผ่านบ้านเรือนริมคลองของชาวเวนิส พร้อมชมทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนขึ้นฝั่งที่บริเวณ “ซานมาร์โค” (San Marco) ใจกลางของเกาะเวนิส นำท่านเดินชมเสน่ห์ของเกาะแห่งนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเก็บภาพประทับใจ ณ จัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่จักรพรรดินโปเลียนเคยกล่าวยกย่องว่าเป็น “ห้องรับแขกที่สวยที่สุดในยุโรป” และยังเป็นที่ตั้งของ “มหาวิหารซันมาร์โค” (San Marco Basilica) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญมาร์โค หรือ นักบุญมาร์ค หนึ่งในสิบสองอัครสาวกของพระเยซูคริสต์ สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ไบแซนไทน์ที่งดงามและหาชมได้ยาก ตัวมหาวิหารจะเชื่อมกับ พระราชวังดอร์จ (Doge’s Palace) พระราชวังแบบเวนิส-โกธิคที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของยุคแห่งเวนิสครั้งที่เมืองนี้ยังเป็น สาธารณะรัฐเวนิส ก่อนได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์และเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1923 สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) สะพานซุ้มโค้งที่เชื่อมระหว่างพระราชวังดอร์ดและเรือนจำ จากนั้นเชิญท่านสัมผัสกับเสน่ห์ของคลองเวนิสอันแสนโรแมนติก ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษกับการ “นั่งเรือกอนโดล่า” (Gondola) พาหนะคู่เมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศและทิวทัศน์อันงดงามของเวนิสนำท่านเดินทางกลับสู่ “เมืองเวนิส-เมสเตร้”
หมายเหตุ: ค่าบริการนั่งเรือกอนโดล่าไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ หากท่านสนใจสามารถแจ้งกับหัวหน้าทัวร์เพื่อให้ช่วยประสานงานบริการอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่อาจแอบแฝงมาในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Move Hotels Venezia Nord // BELSTAY VENEZIA MESTRE หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) มิลานเป็นเมืองสำคัญทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บนที่ราบลอมบาร์ดี โดยชื่อ "มิลาน" มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวเซลต์ คือ "Mid-Lan" ซึ่งมีความหมายว่า “กลางที่ราบ”เมืองมิลานมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรม และยังเป็นหนึ่งในเมืองหลักทางเศรษฐกิจของอิตาลีอีกด้วย นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าของ “มหาวิหารมิลาน” (Duomo di Milano) หนึ่งในมหาวิหารสไตล์กอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมในของมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน)นอกจากนั้นให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่ แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) ซึ่งนับเป็นศูนย์การค้าที่เก่าแก่ หรูหรา และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองมิลาน มีแบรนด์เนมชั้นนำ อาทิเช่น Prada, Versace, Armani, Dolce & Gabbana, Valentino Gucci, LOUIS VUITTON, Swarovski และอีกมากมาย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Luzern) เมืองลูเซิร์นถือเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบและภูเขาโดยรอบ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นำท่านชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) หรือ Lwendenkmal ที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ของทหารรับจ้างชาวสวิส ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องพระราชวังตุยเลอรี (Tuileries Palace) ระหว่างเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1792 นำท่านเดินทางสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น และได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สะพานแห่งนี้ทอดยาวข้ามแม่น้ำรูสส์ (Reuss River) มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม และหลังคาทรงลาดที่ปกคลุมตลอดแนวสะพาน ภายในประดับด้วยภาพวาดสามเหลี่ยมซึ่งสื่อถึงประวัติศาสตร์ของเมืองและเหตุการณ์สำคัญทางศาสนาในอดีต อิสระให้ท่านได้เดินชมเมืองและเลือกซื้อสินค้า ตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!!! อาหารไทยรสชาติถึงใจสุดๆ
ที่พัก : Grand Hotel Europe // Astoria Luzern Hotel หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) ผ่านชมหนึ่งในหมู่บ้านที่มีความงดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดเส้นทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติ ทุ่งหญ้าเขียวขจี บ้านไม้แบบสวิส และภูเขาสูงที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้อย่างงดงาม นำท่านผ่านชม น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 297 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันอย่างอ่อนช้อยราวกับม่านน้ำโปร่งใส สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างยิ่ง จากนั้นนำท่านเดินสู่ สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเนน เพื่อโดยสาร รถไฟฟันเฟืองสายพิเศษ (Cogwheel Railway) ขบวนพิเศษที่ออกแบบด้วยกระจกบานใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ได้อย่างเต็มอิ่ม นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป" โดยยอดเขาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป" โดยองค์การยูเนสโก ระหว่างทาง นำท่าน เปลี่ยนขบวนรถไฟ ณ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เพื่อโดยสารรถไฟฟันเฟืองอีกขบวน ซึ่งจะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ถูกขุดเจาะผ่านภูเขาโดยวิศวกรชาวสวิส ณ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร สู่ สถานีรถไฟยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch Station) ซึ่งตั้งอยู่บนความสูง 11,333 ฟุต หรือประมาณ 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ยอดเขาจุงเฟรา มีความหมายว่า “สาวน้อย” (The Maiden) เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก ที่จะได้สัมผัสกับหิมะตลอดทั้งปี และได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe จากนั้นนำท่าน เข้าชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” (Ice Palace) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญบนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากการแกะสลักภายใต้ธารน้ำแข็งอันเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ลึกลงไปประมาณ 30 เมตรใต้ธารน้ำแข็ง ภายในถ้ำเต็มไปด้วยงานศิลปะจากน้ำแข็งแกะสลักอย่างประณีตในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำแข็งหรือประติมากรรมอันงดงามที่แสดงถึงความสามารถและความพิถีพิถันของช่างฝีมือ ท่านสามารถเก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึกท่ามกลางบรรยากาศอันเย็นฉ่ำและน่าตื่นตาตื่นใจ จากนั้นนำท่านโดยสารลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนของอาคาร ให้ท่านได้สัมผัสกับ ลานหิมะพลาโต (Snow Plateau) บนเขาจุงเฟรารับอากาศบริสุทธิ์และชมทัศนียภาพของ ธารน้ำแข็งอะเล็ตช์ (Aletsch Glacier) อย่างใกล้ชิด ธารน้ำแข็งแห่งนี้ถือเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การยูเนสโก ด้วยความยาวกว่า 22 กิโลเมตร อะเล็ตช์กลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป ท่านจะมีเวลาอิสระเพื่อเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนลานหิมะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี พร้อมเก็บภาพความทรงจำอันประทับใจ
ภายในอาคาร Jungfraujoch – Top of Europe ยังมีห้องนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสร้างเส้นทางรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา ตลอดจนร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ ร้านช็อกโกแลตลินด์ (Lindt Swiss Chocolate Heaven) และร้านของที่ระลึก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขาจุงเฟรา
เมนูพิเศษ!!! คอมโบฟองดู ฟองดูชีส+ฟองดูน้ำมัน+ฟองดูช็อกโกแลต
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงจากยอดเขาจุงเฟราโดย รถไฟฟันเฟือง สู่ สถานีไอเกอร์ (Eiger Station) จากนั้นเปลี่ยนการเดินทางเป็นการโดยสาร นั่งกระเช้าไฟฟ้า Eiger Express เพื่อชมวิวแบบพาโนรามาของเทือกเขาแอลป์ โดยใช้เวลาในการเดินทางเพียง 12 นาที ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของภูเขา ทุ่งหญ้า และหมู่บ้านที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติระหว่างเส้นทางสู่ สถานีกริลเดลวาลด์กรุนด์ (Grindelwald Grund) นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) หนึ่งในเมืองตากอากาศยอดนิยมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค แบร์นเนอร์ โอเบอร์ลันด์ (Berner Oberland) โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันงดงาม อยู่ระหว่างทะเลสาบ 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) ซึ่งโอบล้อมด้วยเทือกเขาอัลไพน์สลับซับซ้อน เมืองอินเทอร์ลาเคนขึ้นชื่อในด้านความงามของธรรมชาติ จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ณ ร้านนาฬิกาชื่อดัง “Kirchhofer” หนึ่งในร้านจำหน่ายนาฬิกาหรูระดับแนวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีสาขาอยู่ในเมืองอินเทอร์ลาเคน ร้านแห่งนี้ได้รวบรวมแบรนด์นาฬิกาชั้นนำมากกว่า 70 แบรนด์ระดับโลก อาทิ Patek Philippe, Rolex, Omega, TAG Heuer, Longines และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมายที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและชื่อเสียง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ที่พัก : The Hey Hotel // Hotel Metropole Interlaken หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความงดงามทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในยุโรป กรุงเบิร์นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น เมืองมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เนื่องจากเขตเมืองเก่าได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม และยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมยุคกลางที่สวยงาม เมื่อเดินทางถึง กรุงเบริ์น นำท่านแวะชม “บ่อหมีสีน้ำตาล” (Bear Pit หรือ Brengraben) สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองแห่งนี้ หมีถือเป็นสัตว์ประจำเมืองเบิร์น โดยมีตำนานเล่าว่า ในสมัยโบราณ ผู้ครองนครเบิร์นได้ออกล่าสัตว์ในพื้นที่แห่งนี้และสัตว์ตัวแรกที่สามารถล่าได้คือ หมี จึงได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อสัตว์ดังกล่าว พร้อมทั้งใช้ “หมี” เป็นตราสัญลักษณ์ของเมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน บ่อหมีได้รับการปรับปรุงให้เป็น เขตอนุรักษ์สัตว์ธรรมชาติขนาดย่อม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาเร (Aare) โดยมีพื้นที่กว้างขวาง และจัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้หมีได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ท่ามกลางความใส่ใจของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน นำท่านแวะถ่ายภาพเช็กอินกับ “หอนาฬิกาไซ้ท์กล็อคเค่” (Zytglogge Clock Tower) หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเบิร์น หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใน ศตวรรษที่ 13 มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการเมือง ก่อนจะได้รับการปรับปรุงให้เป็น หอนาฬิกากลไก ที่งดงามและประณีตตามแบบฉบับสวิส ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ การแสดงกลไกอัตโนมัติ ทุกๆ ชั่วโมง โดยจะมีตุ๊กตาตัวเล็กๆ เช่น นักดนตรี หรือตัวตลก ออกมาเคลื่อนไหวประกอบเสียงระฆัง เป็นการแสดงที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านชม “ไอน์สไตน์เฮาส์” (Einstein House) ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 49 ถนนแครมกัซเซอ (Kramgasse) อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองเจนีวา” และนำท่านเดินทางสู่ อนุสาวรีย์เก้าอี้ 3 ขา หรือ “เก้าอี้ชำรุด” (Broken Chair) แลนด์มาร์คชื่อดังประจำเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ อนุสาวรีย์เก้าอี้ 3 ขา ได้รับการออกแบบโดยศิลปินชาวสวิสชื่อ แดเนียล แบร์เซ็ต (Daniel Berset ) และก่อสร้างขึ้นโดยช่างไม้คือ หลุยส์ เจนีวา (Louis Geneva) อนุสาวรีย์เก้าอี้ 3 ขา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1997 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศเรื่องการห้ามใช้ระเบิดคลัสเตอร์ ซึ่งมีการลงนามที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2008 จากนั้นพาทุกท่านถ่ายภาพ องค์การสหประชาชาติ เจนีวา (United Nations of Geneva) เป็นหนึ่งในสำนักงานภูมิภาคที่สำคัญขององค์การสหประชาชาติ ตั้งอยู่ภายในอาคาร Palais des Nations ใจกลางนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาคารแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบโรมันประยุกต์ (Neoclassical) อันโดดเด่น สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เพื่อเป็นที่ทำการของ องค์การสันนิบาตชาติ (League of Nations) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศรุ่นก่อนของสหประชาชาติ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์ด้านสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศของโลก ภายในอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคมโลก อาทิ องค์การอนามัยโลก (WHO),องค์การการค้าโลก (WTO),สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ นำท่านชมและเก็บภาพความงดงามของ ทะเลสาบเจนีวา พร้อมชม น้ำพุเจ็ทโด (Jet d’eau) น้ำพุพลังแรงดันสูงที่สามารถส่งน้ำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 140 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญประจำเมืองเจนีวา จากนั้นนำท่านถ่ายภาพกับ นาฬิกาดอกไม้ (L'Horloge Fleurie) อันประณีตที่ตั้งอยู่ภายใน สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) ริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งประดับประดาด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากสีสันตลอดปี สื่อถึงความสำคัญและความเชี่ยวชาญของเมืองเจนีวาในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมนาฬิกาชั้นนำของโลก
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองดีจอง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในเมืองที่งดงามและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ซึ่งในอดีตเคยเป็น เมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) อันรุ่งเรือง ทั้งยังมีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศส ตลอดเส้นทางท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ในสไตล์โกธิกและเรอเนซองส์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ที่พัก : Mercure Dijon Centre Clemenceau // Holiday Inn Dijon by IHG หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งศิลปะ แฟชั่น วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง TGV (Train Grande Vitesse) ซึ่งเป็นระบบขนส่งทางรางที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยความสะดวกรวดเร็วและความปลอดภัย ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพระหว่างทางสู่เมืองแห่งแสงสีอย่างสะดวกสบาย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้าชมความงดงามของ “พระราชวังแวร์ซายย์” (Palace of Versailles) หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และได้รับการยกย่องให้เป็น หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ด้วยความยิ่งใหญ่ โอ่อ่า และงดงามของตัวอาคาร พร้อมทั้งสวนสไตล์ฝรั่งเศสที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งไว้อย่างประณีตและมีเอกลักษณ์พระราชวังแห่งนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชวงศ์บูร์บง ผู้ทรงมีพระราชประสงค์ให้พระราชวังแวร์ซายย์เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจและความรุ่งเรืองของราชสำนักฝรั่งเศส โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบบาโรกผสานความอลังการในทุกรายละเอียดของการออกแบบภายในการเยี่ยมชม ท่านจะได้รับฟังคำบรรยายจาก ไกด์ประจำพระราชวัง ซึ่งจะนำท่านชมห้องต่าง ๆ อันทรงคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ อาทิ ห้องเฮอร์คิวลีส (Hercules Room) ซึ่งประดับด้วยจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่และงดงาม ห้องวีนัส (Venus Room) ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนและโคมไฟระย้าอันหรูหราห้องอพอลโล (Apollo Room) ซึ่งเป็นห้องบัลลังก์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ห้องนโปเลียน (Napoleon Room) ที่แสดงถึงอิทธิพลของจักรวรรดิฝรั่งเศส นำท่านเดินทางเพื่อ เข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส เดิมเคยเป็นพระราชวังหลวงในสมัยราชวงศ์ฝรั่งเศส ก่อนจะได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะในปัจจุบัน ภายในจัดแสดงผลงานระดับโลกมากมาย อาทิ ภาพวาดโมนาลิซา (Mona Lisa) ของเลโอนาร์โด ดา วินชี รูปปั้นเทพวีนัสแห่งมิโล (Venus de Milo) และสฟิงซ์แห่งอียิปต์โบราณ ให้ท่านได้ดื่มด่ำกับศิลปะจากหลากหลายอารยธรรมทั่วโลกอย่างจุใจ
นำท่านเพลิดเพลินกับการ ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี ณ ร้าน Benlux Louvre Duty Free ที่คัดสรรสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำของโลกไว้ให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง และ สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม อื่น ๆ อีกมากมาย โดยทุกท่านสามารถเลือกซื้อของฝากหรือของใช้ส่วนตัวได้อย่างอิสระพร้อมทั้งรับสิทธิพิเศษด้านราคาและบริการปลอดภาษี
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น)
เมนูพิเศษ!!! หอยเอสคาร์โก้ + สเต็กให้ท่านได้เลือก เนื้อ, เป็ด, ปลา และไก่ + ไวน์แดงฝรั่งเศส
หลังอาหารจากนั้นนำทุกท่านขึ้นสู่หอไอเฟล ชั้นที่ 2 (Eiffel Tower Level 2) แลนด์มาร์กสำคัญของกรุงปารีสและสัญลักษณ์อันโด่งดังของประเทศฝรั่งเศส ให้ท่านได้ชมวิวมุมสูงของมหานครปารีสแบบพาโนรามา เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของแม่น้ำแซน อาคารสถาปัตยกรรมอันงดงาม และบรรยากาศเมืองหลวงที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์จากมุมมองอันน่าประทับใจ
ที่พัก : Mercure Paris La Defense // Best Western M-Treize Paris Asnieres หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ (Arc de Triomphe) หนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงปารีส ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณ จัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกลล์ (Place Charles de Gaulle) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวงเวียนที่เชื่อมต่อถนนสายสำคัญทั้งสิ้น 12 สายของเมืองเข้าไว้ด้วยกัน โดยมี ถนนช็องเซลีเซ่ (Avenue des Champs-lyses) เป็นถนนสายหลักที่ทอดยาวออกจากประตูชัยแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสทรอกาเดโร (Trocadro) จุดชมวิวหอไอเฟล ที่งดงามและโด่งดังที่สุดในกรุงปารีส ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและช่างภาพจากทั่วโลก ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ตรงข้ามหอไอเฟลโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างบดบัง ทําให้สามารถชื่นชมและเก็บภาพ หอไอเฟล (Eiffel Tower) ได้อย่างเต็มตาและงดงามในทุกมุมมอง บริเวณจัตุรัสทรอกาเดโรแห่งนี้ ในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญระดับประเทศมาแล้วหลายครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือ ทัศนียภาพอันโดดเด่นของหอไอเฟล ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและสวยงามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดินที่แสงเงาสะท้อนลงบนโครงสร้างโลหะของหอ ทำให้ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าชวนประทับใจอย่างยิ่ง นำท่าน “ล่องเรือชมแม่น้ำแซนน์” (Seine River Cruise) สัมผัสอีกหนึ่งประสบการณ์สุดประทับใจในการชมความงดงามของมหานครปารีสจากมุมมองที่แตกต่าง โดยการล่องเรือไปตามลำน้ำแซนน์ซึ่งไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส บรรยากาศระหว่างการล่องเรือจะทำให้ท่านได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของปารีสในอีกแง่มุมหนึ่งที่งดงาม อ่อนช้อย และเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง เหมาะแก่การเก็บภาพความทรงจำตลอดเส้นทาง ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงเหตุผลที่ปารีสได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน มหานครที่โรแมนติกและงดงามที่สุดของโลก
เที่ยง อิสระกับอาหารกลางวัน เพื่อความสะดวกในการใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการช้อปปิ้ง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าแกลลารี ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าชื่อดังระดับโลกใจกลางกรุงปารีส ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อป ด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอันงดงามและหรูหราในสไตล์อาร์ตนูโวอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมรวบรวมสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำไว้อย่างครบครัน อาทิ Chanel, Louis Vuitton, Herms, Gucci, Dior, Prada, Longchamp และอื่น ๆ อีกมากมาย
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle Airport) เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
22.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR038
06.20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
08.50 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Qatar Airway QR826 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
19.25 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา