ทัวร์ยุโรป มงลง สวยครบเว่อร์ Luzern – Venice – Dolomites

ทัวร์ยุโรป มงลง สวยครบเว่อร์ Luzern – Venice – Dolomites - บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
รหัสทัวร์
011-B07464
วันที่เดินทาง
พ.ย.69 - ธ.ค.69
ช่วงเวลา
9 วัน 6 คืน
เดินทางโดย
Condor Airlines (DE)

ไฮไลท์

  • โรเทนเบิร์ก ออบ เดอ เทาเบอร์ 
  • เที่ยวอัลซาซ สตราสบูร์ก
  • เมืองสวยริมทะเลสาบ ซุก
  • เช็คอินมหาวิหารดูโอโม่ มิลาน
  • อาคารสีลูกกวาด อินส์บรุค

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ
12 พ.ย. 69 - 20 พ.ย. 69 78,889 บาท 19,900 บาท 78,889 บาท จอง
03 ธ.ค. 69 - 11 ธ.ค. 69 83,333 บาท 19,900 บาท 83,333 บาท จอง
24 ธ.ค. 69 - 01 ม.ค. 70 85,555 บาท 19,900 บาท 85,555 บาท จอง

แผนการเดินทาง

19.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน CONDOR AIRLINES (DE) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารการเดินทาง

*** เที่ยวบินหรือเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด ***

ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินเนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป การจัดที่นั่งจะเป็นระบบ RANDOM ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกัน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสายการบินเป็นผู้กำหนด

23.50 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบิน CONDOR AIRLINES (DE) เที่ยวบินที่ DE2363 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 11.50 ชั่วโมง)

06.40 น. ถึง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาในยุโรป ช้ากว่าไทยประมาณ 5-6 ชั่วโมง กรุณาปรับเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน จะช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง และในช่วงเดือนเมษายน-เดือนตุลาคม จะช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ (Main river) ศูนย์กลางทางการเงินของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป เข้าสู่ย่านเมืองเก่านครแฟรงค์เฟิร์ต ถ่ายภาพ ณ จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ที่สุด อีกทั้งด้านข้างยังมี ศาลาว่าการเมือง (The Romer) หรือ Frankfurt City Hall และ มหาวิหาร แฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt Cathedral) โดยมีอีกชื่อนึงว่า “มหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว” มหาวิหารแห่งนี้นับว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ที่มีความสูง 95 เมตร มหาวิหารแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นดั่งศูนย์รวมใจของคนในชาติเยอรมนี และนับเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง

นำท่านชม สะพานไอเซิร์นเนอร์เสต็ก (Eiserner Steg) สะพานคนเดินอันเก่าแก่ของเมืองแฟรงค์เฟิร์ตที่ทอดข้ามแม่น้ำไมน์ (Main River) เชื่อมพื้นที่ระหว่างบริเวณศูนย์กลางเมืองและพื้นที่ริมแม่น้ำฝั่งใต้เข้าไว้ด้วยกัน เป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำที่มีทัศนียภาพอันงดงาม และยังเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการคล้องกุญแจแห่งความรักที่บริเวณรั้วด้านข้างของสะพานอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.15 ชั่วโมง) เมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส (Alsace) ของประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลกด้านมนุษยชาติจากองค์การยูเนสโกเมืองซึ่งผสมผสาน 2 วัฒนธรรมคือ ฝรั่งเศสและเยอรมัน เนื่องจากในอดีตถูกผลัดเปลี่ยนอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 ประเทศนี้สลับกันไปมา ทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งขององค์กรสำคัญของยุโรป อาทิ สภายุโรป องค์กรสิทธิมนุษยชน และศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป ที่นี่ยังเป็นเมืองมหาวิทยาลัยดังชั้นนำที่เกอร์เธ (Goethe) นักเขียนชาวเยอรมันเคยศึกษาอยู่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม จัตุรัสเกลแบร์ (Place Klber) เป็น จัตุรัสกลางเมือง ที่ใหญ่ที่สุดของสตราสบูร์ก ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้าของเมืองโดยตั้งชื่อตามนายพล Jean-Baptiste Klber นักปฏิวัติชาวฝรั่งเศสซึ่งเกิดที่เมืองสตราสบูร์กในปี 1753 ลักษณะเป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยตึกอาคารโบราณที่สวยงาม บริเวณรอบๆจะประกอบไปด้วยร้านค้า, ร้านอาหาร, ร้านเบเกอรี่ขนมปัง, ร้านขายดอกไม้, ตลอดจนร้านขายเสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย ในวันหยุดหรือช่วงเทศกาลต่างๆที่สำคัญ สถานที่แห่งนี้ก็มักจะใช้เป็นเป็นที่จัดกิจกรรมอยู่เสมอ ที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังก็คือ งานวันคริสต์มาสของทุกปี โดยจะมีต้นสนคริสต์มาสขนาดใหญ่อลังการซึ่งมีความสูงถึง 30 เมตรมาตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัส Place Kleber ถือเป็นสถานที่จัดงานคริสต์มาสแบบดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดในยุโรป ซึ่งจัดกันมานานหลายศตวรรษจนโด่งดัง อันเป็นที่มาของฉายา “เมืองหลวงแห่งคริสต์มาส”

จากนั้นเดินไปไม่ไกลนัก ท่านจะได้เห็น เปอร์ติต ฟรองซ์ (La Petite France) หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “Little France” อยู่ถัดจากบริเวณสะพาน Ponts Couverts บนเกาะใหญ่ กร็องดีล (Grande le ) พื้นที่ในบริเวณนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี มีอาคารบ้านเรือนจากยุคกลางสไตล์เยอรมันที่เรียกว่า Half-Timbered สีสันสดใสเรียงรายอยู่ริมน้ำดูน่ารักเหมือนบ้านในนิทานเด็ก ตามตรอกซอกซอยมีร้านอาหาร ร้านกาแฟที่อร่อยตั้งอยู่มากมาย

เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ เมืองซุก (Zug) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆริมทะเลสาบซุก เสน่ห์อยู่ที่ความเป็นเมืองเล็กๆ น่ารักสามารถเดินรอบได้ภายในวันเดียว และด้วยความที่เมืองตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาและมีแม่น้ำรอยส์ไหลผ่าน ทำให้เมืองซุกมีทัศนียภาพอันงดงาม ผสมผสานกับเขตเมืองเก่าที่ยังคงสภาพความสมบูรณ์มาก ชมย่านเมืองเก่า (Old Town) ที่ยังคงความสมบูรณ์จากสมัยยุคกลาง โดยเริ่มก่อตั้งในสมัยศตวรรษที่ 13 ถนนที่ปูด้วยหิน ผนัง ตึกที่มีภาพวาดด้วยสีสันสดใส จัตุรัสน้ำพุโบราณประดับประดาด้วยรูปปั้น ชมโบสถ์กลางเมือง และตึกเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี ชม Clock Tower ที่มีความสูงกว่า 52 เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ตัวอาคารเป็นสีขาว หลังคาสีฟ้าสลับขาว สามารถมองเห็นได้แต่ไกล จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองซุก หรือช้อปปิ้งของที่ระลึก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น หรือ Luzern (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) ในภาษาเยอรมัน หรือ Lucerne ในภาษาอังกฤษ อตีตเคยเป็นหัวเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศ ภายในตัวเมืองตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเซิร์นและแม่น้ำรอยส์ (Reuss) สามารถมองเห็นยอดเขาริกิและยอดเขาพิลาตุส ซึ่งอยู่ไกลออกไปได้ชัดเจน

นำท่านชม สะพานไม้ชาเปล เป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น ถูกสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1333 และได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1993 เนื่องจากถูกไฟไหม้ ภายในมีจิตรกรรมเก่าแก่อยู่บนหน้าจั่วรูปสามเหลี่ยม หลังจากเกิดไฟไหม้ก็เหลือภาพเพียง 20 ภาพ ซึ่งยังมีร่องรอยของเปลวไฟ บางภาพถูกแทนที่ด้วยภาพถ่าย เพื่อทดแทนภาพที่ถูกไฟไหม้ไป

จากนั้นเดินไปไม่ไกลมากนำท่านถ่ายภาพกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) สัญลักษณ์สำคัญของลูเซิร์นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก และเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารหาญชาวสวิสซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์นมากกว่า 700 คนที่ออกรบและเสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อครั้งเกิดสงครามปฏิวัติยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นการเจาะเนื้อหินและแกะสลักขึ้นรูปเป็นประติมากรรมสิงโตตัวใหญ่สวยงามมากแม้จะมีใบหน้าโศกเศร้าดังที่ว่าก็ตาม

เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านอิสระชม เมืองลูกาโน่ (Lugano) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐทิชีโน (Tichino) ของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและอยู่ริมทะเลสาบลูกาโน ติดกับพรมแดนประเทศอิตาลี ตัวเมืองถูกห้อมล้อมดูภูเขา เป็นเมืองเก่าขนาดเล็ก แต่มากไปด้วยเสน่ห์ ผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และที่นี่ยังมีร้านบูติกระดับไฮเอน ร้านค้าริมทาง ให้ท่านได้เลือกซื้อ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ชมวิวที่สวยงามริมฝั่งทะเลสาบโคโมทะเลสาบแสนสวยของประเทศอิตาลี เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สาม ของอิตาลี แต่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งรอบๆทะเลสาบจะมีเมืองตากอากาศกระจายตัวอยู่หลายแห่ง เป็นทะเลสาบที่มีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งในแคว้นลอมบาร์เดีย อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และเก็บภาพบรรยากาศ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า “มิลาโน่” (Milano) มิลานเป็นเมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดีย เมืองสำคัญในภาคเหนือใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอิตาลี มีประวัติศาสตร์ศิลปะและวัฒนธรรมที่หลากหลายผ่านสถานที่สำคัญมากมาย เมืองนี้ได้ชื่อว่าเมืองผู้นำแฟชั่นระดับแนวหน้าของโลก มีชื่อเสียงในการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้าแฟชั่นโมเดิร์นที่มีความทันสมัย เช่นเดียวกับ ปารีส และ นิวยอร์ค อีกทั้งมิลานยังเป็นหัวใจด้านเศรษฐกิจของอิตาลีเพราะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมเขตอุสาหกรรมที่หนาแน่นที่สุดของประเทศและเป็นศูนย์กลางการเดินทางเข้าอิตาลี โดยเฉพาะรถไฟมาจากประเทศอื่นๆในยุโรป มีสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองมิลานที่สุดก็คือ “มหาวิหารดูโอโม่” (Duomo di Milano)

นำท่านชม มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลาน วิหารโอ่อ่าใหญ่โตอลังการ สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคสีขาวเด่นสวยงาม เป็นอันดับ 3 ของโลก เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1386 แต่ระหว่างการก่อสร้างก็พบกับปัญหา และอุปสรรคมากมาย ทั้งปัญหาการเมือง และการเงิน กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ใช้เวลาไปถึง 579 ปี เปลี่ยนคนก่อสร้างไปหลายชั่วอายุคน แต่มีสถาปนิกที่คุมการก่อสร้าง ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้นั่นก็คือ ลีโอนาโด นาวินชี ศิลปินชื่อก้องโลก วิหารนั้นมีการประดับประดาไปด้วยรูปปั้นกว่า 3,200 รูปที่สวยงาม และมียอดรวม 135 ยอด จนได้รับฉายาว่า “วิหารเม่น”

บริเวณใกล้กันจะเป็น ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองมิลาน (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นี่เป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในอิตาลี และเรียกได้ว่า เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลาน ศูนย์การค้าสุดหรูของผู้หลงใหลแฟชั่นและอาหารชั้นเลิศแห่งนี้ Galleria Vittorio manuele II ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ The Duomo

เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ เวนิส (Venice) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.45 ชั่วโมง) เมืองหลวงแห่งภูมิภาค Veneto ของ ประเทศอิตาลี มีลักษณะเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกันกว่า 100 เกาะ เกิดเป็นลากูน บนทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ผืนน้ำที่คั่นระหว่างเกาะต่างๆ จะมีสะพานเชื่อมถึงกัน พื้นดินทั้งหลายนั้นแท้จริงแล้วเป็นเกาะใหญ่น้อยมาร้อยรวมกันเสมือนผ้าผืนใหญ่ที่อยู่กลางน้ำ สัญลักษณ์ของเวนิส หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับ เรือกอนโดลา (Gondola) กันดี เป็นเรือที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะบริเวณหัวเรือกับท้ายเรือที่มีลักษณะปลายแหลม ความยาวอยู่ที่ 4-5 เมตร กว้างประมาณ 1.2 เมตร และสามารถจุผู้โดยสารได้ 5-6 คน เดิมเป็นเรือที่ใช้ในการอพยพผู้คนที่หนีภัยสงครามในสมัยอาณาจักรโรมัน และมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เวนิส ด้วยความพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเป็นคูคลอง และทะเล เรือจึงเป็นยานพาหนะสำคัญในการเดินทางสันจร และการขนส่งของเมือง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านนั่งเรือโดยสารข้ามไปยังเกาะเวนิส ท่านจะได้เห็น สะพานถอนหายใจ (Ponte dei Sospiri หรือ Bridge of Sighs) ในอดีต ชั้นใต้ดินของพระราชวังดูคาเล่ มีคุกขังนักโทษ ที่จะถูกเชื่อมด้วยทางเดินแคบๆ ไปยังสะพานข้ามคลองสู่แดนคุมขัง สะพานแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า สะพานถอนหายใจ (Ponte dei Sospiri หรือ Bridge of Sighs) ตามอาการของนักโทษที่เดินข้ามสะพานและกำลังจะหมดอิสรภาพนั่นเอง ปัจจุบันคุกใต้ดินไม่ได้ใช้งานแล้ว และสะพานถอนหายใจแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของการนั่งเรือกอนโดลาชมเมือง

เดินถัดมาไม่ไกลมากนัก ท่านจะพบกับ หอระฆังซานมาร์โก (San Marco Campile) เป็นหอระฆังสูงถึง 98 เมตร ที่ตั้งอยู่ด้านหน้ามหาวิหารซานมาร์โก เรียกว่าเป็นจุดเด่นที่ตั้งอยู่ท่ามกลาง จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค (Piazza San Marco) เลยทีเดียว ที่นี่เป็นอีกแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ และบริเวณมุมหนึ่งของจัตุรัส เราจะพบกับ หอนาฬิกาเซนต์มาร์ค (Torre dell'Orologio) อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเวนิสที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 15 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเวเนเชียนเรอเนสซองส์ หน้าปัดนาฬิกาเป็นสีน้ำเงิน ตกแต่งด้วยลวดลายสีทองของ 12 ราศี ส่วนด้านบนเป็นลวดลายโมเซคสีน้ำเงินสลับทองด้วยเช่นกัน เป็นการแต่งเติมเมื่อปี ค.ศ. 1755 โดย Giorgio Massari สถาปนิกชาวเวนิสสมัยบาโรก

Optional Tour : ล่องเรือกอนโดลา ราคาประมาณ 150 EUR/ลำ (นั่งได้ลำละไม่เกิน 4 ท่าน)

หากมีเวลา ท่านสามารถล่องเรือกอนโดลา ชมเมืองเวนิสได้อย่างเพลิดเพลิน

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับท่านที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ กับทางหัวหน้าทัวร์ได้โดยตรง

ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ OPTIONAL TOUR ผ่านหัวหน้าทัวร์เท่านั้น ด้วยเหตุผลในเรื่องของราคาทัวร์ และด้านความปลอดภัยของตัวท่านเอง รวมถึงการจัดการบริหารเวลาของกรุ๊ปทัวร์ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอร์ตินา ดัม เปซโซ่ (Cortina D’ Ampezzo) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองนี้เป็นเมืองสกีรีสอร์ท Best of The Alps ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) หรือ โดโลมิติ ตามการเรียกขานของชาวอิตาลี เพียงแห่งเดียวในอิตาลีที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 ของสกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไข่มุกแห่งโดโลไมท์ ให้อิสระท่านเดินเล่น เก็บภาพบรรยากาศ ซึมซับกับทัศนียภาพที่สวยงาม และอากาศบริสุทธิ์

เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบมิซูริน่า (Lake Misurina) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ทะเลสาบที่หลบซ่อนตัวในหุบเขาที่ถือเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งใดในโดโลไมท์ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมวิวทะเลสาบเก็บภาพสุดแสนประทับใจ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบลซาโน (Bolzano) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชั่วโมง) เมืองที่ผสมผสานความหลากหลายไว้ได้อย่างลงตัว รวมไปถึงความเป็นเมืองเก่า และเมืองใหม่ ทัศนียภาพของเมืองโบลซาโน ทิวภูเขาล้อมรอบด้วยแม่น้ำ Talvera ไหลลงสู่แม่น้ำ Israco และมารวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ Adige ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจ

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเก็บภาพความประทับใจกับวิวไฮไลท์ ของเทือกเขา Dolomites ณ Santa Maddalena (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ถ่ายรูปกับหนึ่งจุดไฮไลต์ด้วยวิวยอดเขาแปลกตาอีกแห่งหนึ่งในโดโลไมท์ ณ โบสถ์ Santa Maddalena โบสถ์ที่ถือเป็นสถานที่ไฮไลต์ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุด ในอุทยานโดโลไมท์ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมีฉากหลังเป็นเทือกเขา Odles

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บูร์ก (Innsbruck) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองสีลูกกวาดพาสเทล แห่งออสเตรีย เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ อยู่ท่ามกลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ท่านก็จะได้เห็นวิวของเทือกเขาแอลป์ที่โอบล้อมท่านอยู่ โดยคำว่า บรุค (Bruck) มีรากศัพท์มาจากภาษาเยอรมัน แปล Bridge และคำว่า Inns ก็หมายถึงชื่อแม่น้ำอินส์ รวมแล้ว Innsbruck จึงมีความหมาย Bridge over The Inn ซึ่งแปลว่าสะพานแห่งแม่น้ำอินส์ ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศดีมาก จนได้รับการขนานนามว่า Capital of Alp

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองอินส์บรุค (Innsbruck) บริเวณแลนด์มาร์คของเมือง นั่นคือ "หลังคาทองคำ" สัญลักษณ์สำคัญของเมืองตั้งอยู่ในเขต Old Town ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงตกแต่งด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น ในการมุงหลังคากว้าง 16 เมตร เพื่อพยายามลบข่าวลือว่าสถานภาพทางการเงินที่ไม่ดีในช่วงนั้น ตกแต่งสวยงามแปลกตา และมีมูลค่าสูงจนไม่สามารถประเมินค่าได้ อาคารสไตล์โกธิคผสมบาโรกนี้ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสครั้งที่ 2 ของจักรพรรดิแมกมิเลียนที่ 1 ในอดีตจะทรงประทับที่ระเบียง เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรม และเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านล่าง ใกล้ๆกันท่านจะเห็น City Tower หอคอยเก่าแก่อายุมากกว่า 450 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Innsbruck มีความสูง 31 เมตร เป็นอาคารที่มีความสูงที่สุดในเมือง โดดเด่นจนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เดินถัดมาอีกไม่ไกลท่านจะได้สัมผัสความงดงามของ แม่น้ำอินส์ (Inn River) แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านอาคารตึกเก่าหลากสี แวะถ่ายรูป Candy House บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำอินน์ กลุ่มอาคารเก่าสีพาสเทลที่ตั้งอยู่เรียงกันริมแม่น้ำมีวิวภูเขาแอลป์เป็นฉากตระการตา เป็นจุดแลนด์มาร์คห้ามพลาดเช็คอินอีกแห่งหนึ่งของอินส์บรุค

เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

เดินทางสู่ เมืองโรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนยกย่องว่าสวยงาม และมีเสน่ห์ที่สุดในบรรดาเมืองน้อยใหญ่ต่างๆ ที่ตั้งอยู่เรียงรายบนถนนสายโรเเมนติกแห่งแคว้นบาวาเรียของเยอรมนี เมืองที่มีชื่อว่า โรเธนเบิร์ก ในยุโรปมีอยู่หลายเมือง เวลาพูดถึงเมืองนี้ จึงต้องเรียกชื่อต่อท้ายด้วยคำว่า ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (ซึ่งแปลว่า “เมืองแห่งป้อมปราการสีแดงเหนือแม่น้ำเทาเบอร์”) ในอดีตเมืองนี้เคยมีฐานะเป็นเมืองปกครองอิสระของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Free Imperial City of the Roman Empire) ในช่วงปี ค.ศ.1200 เป็นศูนย์กลางแห่งการติดต่อค้าขาย มีความเจริญรุ่งเรืองมากในยุคนั้น ต่อมาในประมาณปี ค.ศ.1800 โรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ ก็ได้ถูกรวมอยู่ใน รัฐบาวาเรียของเยอรมนี ให้ท่านอิสระเดินเล่นในบริเวณเมืองเก่า

เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง)

20.15 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน CONDOR AIRLINES (DE) เที่ยวบินที่ DE2360 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 10.55 ชั่วโมง)

13.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

FRANCE WEATHER
GERMANY WEATHER
ITALY WEATHER
SWITZERLAND WEATHER
AUSTRIA WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

 

ราคาเริ่มต้น
78,889 บาท
รหัส 011-B07464 ทัวร์ยุโรป มงลง สวยครบเว่อร์ Luzern – Venice – Dolomites
ระยะเวลา 9 วัน 6 คืน
ราคาเริ่มต้น 78,889 บาท
เดินทางช่วง พ.ย.69 - ธ.ค.69
เดินทางโดย Condor Airlines (DE)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://angel.vm109.net/tours/ทัวร์ยุโรป-มงลง-สวยครบเว่อร์-Luzern-Venice-Dolomites
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/989/011-B07464.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083
โทร Hotline 086-316-7436 ,Hotline 086-362-1960 ,Hotline 090-946-4072 ,Office 02-756-0334-5
LINE ID @angelontour
LINE URL https://line.me/ti/p/~@angelontour
อีเมล info.angelontour@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083

18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

จันทร์ - ศุกร์ 09.00-18.00 น.
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา