
06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Air Arabia เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
08.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองซาร์จาห์ สหรัฐอาหรับอามิเรตส์ (Sharjah) โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบินที่ G9 822 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
12.20 น. เดินทางถึง สนามบินซาร์จาห์ (Sharjah International Airport) แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
13.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทบิลิซี (Tbilisi) โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบินที่ G9 296 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
16.40 น. เดินทางถึง สนามบินทบิลิซี (Tbilisi International Airport) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว (เวลาที่จอร์เจีย ช้ากว่าไทย 3 ชั่วโมง) นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองทบิลิซี สาธารณรัฐจอร์เจีย (Tblisi) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคูร่า มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน ที่มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์ เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเอกลักษณ์เมืองสมัยใหม่ที่รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่ คำว่า “ทบิลิซี” แปลว่า “ร้อนหรืออบอุ่น” ซึ่งสภาพเมืองก็จะเต็มไปด้วยน้ำพุร้อนและหุบเขา แม้จะอยู่ในโซนเอเชียแต่ถ้าใครได้มาเที่ยวแล้วจะรู้สึกเหมือนได้มายุโรป…
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร + ชมโชว์พื้นเมือง พร้อมจิบไวน์แดง 1 แก้ว
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Moxy Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมือง Pasanauri (ระยะทาง 87 กม. / 35 นาที) มีชื่อเสียงในด้านความงามตามธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา และทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมากให้มาเที่ยว…ระหว่างทางแวะชม วิหารจวารี (Jvari Monastery) โบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 บนภูเขาที่มีทิวทัศน์อันงดงามแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันคือ แม่น้ำ มิควารี (Mtkvari River) และ แม่น้ำอรักวี (Aragvi River) จากนั้นนำท่านสู่ จุดชมวิวเขื่อนจินวารี (Zhinvali Reservoir) ที่สร้างขึ้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำในแม่น้ำอรักวีในเทือกเขาคอเคซัส เขื่อนเก็บน้ำนี้ทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มไว้ใช้ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงดงาม มีความเงียบสงบ มีน้ำสีฟ้าคราม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพ สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 2007...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย เดินทางต่อถึงเมือง Stepansminda (ระยะทาง 62 กม. / 1.25 ชม.) นำท่านเปลี่ยนเป็น นั่งรถจี๊ป 4WD เพื่อขึ้นไปชมความสวยงามของ โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) หรือมีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ โบสถ์นี้อยู่ใกล้กับหมู่บ้านเกอร์เกตี้ในเมืองคาชเบกิของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ Chkheri บนระดับความสูง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยตั้งเด่นเป็นสง่าบนยอดเขาสูงชัน ที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติอันกว้างใหญ่สุดสวยงาม การเข้าถึงโบสถ์นี้ก่อนหน้านี้จะต้องเดินเขาขึ้นไปซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง กระทั่งในเดือนธันวาคม ค.ศ.2018 มีการทำถนนลาดยางขึ้นไป ให้พาหนะอย่างรถยนต์สามารถเข้าถึงได้ในเวลาไม่กี่นาที.... (การเดินทางขึ้นไปชมโบสถ์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งเส้นทางอาจจะถูกปิดกั้นด้วยหิมะที่หรือสภาพของการจราจร หรือเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคแก่การเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ)
(ช่วงฤดูหนาวที่สกีรีสอร์ทเปิดให้บริการ ปลายเดือนธันวาคมถึงประมาณต้นเดือนมีนาคม รวมค่ากระเช้าไป-กลับแล้ว) จะปรับรายการเป็น “นำท่านนั่ง กระเช้าไฟฟ้าโคบิ-กูดาอูรี (Kobi-Gudauri Cable Car) เป็นกระเช้าไฟฟ้าของเมืองกูดาอูรี เป็นกระเช้าสายเดียวแบบกอนโดนล่า (Gondola) บรรทุกได้ประมาณ 10 ท่าน/เที่ยว โดยสถานีหลักอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 เมตร และจุดสูงสุดของสถานีมีความสูง 2,500 เมตร ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ท่านจะได้สัมผัสกับวิวของเทือกเขาบนกระเช้าไฟฟ้าแบบ 360 องศา ลานสกีแห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักเล่นสกีทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพจาก ทั่วโลกมาสัมผัสความท้าทายการเล่นสกีที่นี่ อิสระให้ท่านได้เลือกเล่นกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ เช่น เล่นสกี, ขับรถสโนโมบิล (Snow Mobile) (ไม่รวมค่าชุด, ค่าอุปกรณ์สกีหรือค่าบัตรกิจกรรมต่าง ๆ)
จากนั้นนำท่านไปชม อนุสรณ์สถานมิตรภาพแห่งรัสเซีย-จอร์เจีย (Russian-Georgian Friendship Monument) ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.1983 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีของสนธิสัญญาจอร์เจียวิกและมิตรภาพที่ต่อเนื่องระหว่างโซเวียตจอร์เจียและโซเวียตรัสเซีย มีลักษณะเป็นหินทรงกลมขนาดใหญ่และโครง สร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก จากตรงนี้สามารถมองเห็นวิว Devil's Valley ของเทือกเขาคอเคซัสได้อย่างชัดเจนงดงามยิ่งนัก...
สมควรแก่เวลา…เดินทางสู่ เมืองกูดาอูรี (Gudauri) (ระยะทาง 32 กม. / 40 นาที) เป็นเมืองสําหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร เป็นแหล่งพักผ่อนเล่นสกีของชาวจอร์เจีย ที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Gudauri Inn Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิทสเคต้า (Mtsketa) (ระยะทาง 100 กม. / 1.50 ชม.) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากเมืองทบิลิซี เป็นเมืองมีความเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994... ระหว่างทางแวะชม ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) ป้อมปราสาทที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอรักวี เป็นที่ประทับของเอริสตาวิส ดยุคแห่งอรักวี ราชวงศ์ศักดินาผู้ปกครองดินแดนลุ่มแม่น้ำอรักวี และบริเวณแถบนี้ยังเป็นสมรภูมิรบแย่งชิงอำนาจระหว่างเจ้าผู้ปกครองแคว้น ภายในประกอบไปด้วยปราสาทและโบสถ์ และยังเป็นที่ฝังศพของดยุคแห่งอรักวีอีกด้วย...นำท่านชม วิหารสเวทติสโคเวลี (Svetitskoveli Cathedral) ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำมิควารี และแม่น้ำอรักวี และถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็น อาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปี ก่อนคริสตกาล จนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธด็อกซ์ ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวจอร์เจีย ชื่อ Arsukisdze มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ทําให้ชาวจอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อและหันมานับถือศาสนาคริสต์ และให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจําชาติของจอร์เจียเมื่อปี ค.ศ. 337 และถือเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ภายในมีภาพเขียนสีเฟรสโกอย่างงดงาม...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม อนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านเหนือของทะเลสาบทบิลิซี โดยเล่าถึงประวัติศาสตร์ 3,000 ปี ในการปกครองของจอร์เจีย ด้วยรูปสลักเกี่ยวกับกษัตริย์ วีรบุรุษของชาติ และพระเยซูคริสต์ที่หล่อภาพไว้บนเสาเหล็ก ความสูงประมาณ 30-35 เมตร จำนวนถึง 16 เสา และด้วยความอลังการของอนุสรณ์แห่งนี้ทำให้ได้ชื่อว่าเป็น Stonehenge of Georgia จากตรงนี้สามารถมองเห็นวิว Devil's Valley ของเทือกเขาคอเคซัสได้อย่างงดงามยิ่งนัก...
จากนั้นชม โบสถ์ทรินิตี้ (Holy Trinity Cathedral of Tbilisi) หรือ ซามีบา (Sameba Cathedral) มีความหมายว่า โบสถ์ พระตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองทบิลิซี หรือ อารามซามีบา ชื่อเรียกของคนท้องถิ่น เป็นวิหารหลักของของชาวคริสต์นิกายจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์ในเมืองทบิลิซี ก่อสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1995-2004 ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของศาสนสถานในนิกาย ออร์โธด็อกซ์ตะวันออกทั่วโลก แม้จะมีอายุไม่มากแต่ก็เป็นโบสถ์ตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบจอร์เจียนท้องถิ่น ที่มีรูปแบบทางศิลปะจากไบแซนไทน์ โบสถ์เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่โดดเด่นสวยงามยิ่งนัก...
แวะถ่ายรูป ภายนอก โรงอาบน้ำแร่เก่าแก่ (Sulphur Bath) ในย่านโซโลลากี ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องบ่อน้ำร้อนกำมะถันธรรมชาติ... ชม น้ำตกเลกทากิวี Leghvtakhevi Waterfall น้ำตกขนาดเล็กแต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองเก่า ซึ่งบริเวณน้ำตกจะมีสะพานที่มีกุญแจสีต่างๆ คล้องกันจนเต็มสะพาน...จากนั้นเดินเล่นย่าน Meidan Bazaar ย่านการค้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่คู่กับเมืองทบิลิซีมาช้านาน ลักษณะคล้ายอุโมงค์ทางเดินใต้ดิน มีร้านค้ามากมายโดยจะเน้นผลิตภัณฑ์ของจอร์เจีย เช่น ร้านไวน์ ชา เครื่องเทศ ช็อคโกแลต เครื่องประดับ ตลอดจนสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ อิสระให้ท่านเดิน ชม ชิม กิน ช้อป ตามอัธยาศัย...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Iveria Inn Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินเข้าสู่ ย่านเมืองเก่า (Old Town) ชมประติมากรรม คนจุดตะเกียง (Lamp Lighter) รูปปั้นสำริดขนาดเล็กนี้เป็นรูปชายชรากำลังจุดตะเกียงถนน เขาเป็นคนจุดตะเกียงซึ่งเป็นอาชีพที่หายไปในปี 1927 เมื่อไฟฟ้ามาถึงเมืองทบิลิซี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการผ่านพ้นของเวลาและความสง่างามอันเงียบสงบตัดกับถนนที่ปูด้วยหินและอาคารสีสันสดใส... ชม หอนาฬิกา (The Clock Tower) ตั้งอยู่ท่ามกลางถนนที่ปูด้วยหินแปลกตา เป็นหอคอยสไตล์โมเดิร์นมีนาฬิกาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางและมีเสาเอนด้านข้าง ทุก ๆ ชั่วโมงจะมีหน้าต่างเปิดออก และมีหุ่นเทวดามาเคาะระฆังที่แขวนอยู่ เหมือนกับหลุดมาจากเทพนิยาย เป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินของผู้มาเยือน ภายในเป็นร้านขายของชำร่วย...เดินต่อไปชม สะพานแห่งสันติภาพ (Bridge of Peace) งานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน Michele De Lucchi โดยมีความยาว 150 เมตร และใช้เป็นตัวเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและเมืองใหม่ของทบิลิซี มีแม่น้ำคูร่า (Kura) ที่ไหลมาจากฝั่งประเทศตุรเคีย ผ่านกลางเมืองทบิลิซี โครงสร้างหลักของสะพานแห่งนี้ทำจากเหล็กและกระจกใส เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2010 และจัดว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีความสวยงามชิ้นหนึ่งของจอร์เจีย...
จากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปชมป้อมปราการนาริคาล่า (Narikala Fortress) สร้างขึ้นครั้งแรกช่วงคริสต์วรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริสทซิเค อันหมายถึงรูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นารินกาลา (Narin Qala) ซึ่งมีความหมายถึง ป้อมอันเล็ก (Little Fortress).. นำท่านชม โบสถ์พระแม่มารี (Virgin Mary Assumption Church) โบสถ์เก่าแก่สไตล์จอร์เจียนที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาอันสวยงาม มีหอระฆังและทิวทัศน์มุมกว้างที่งดงามจากนั้นนำท่านเข้าสู่ ย่านยุโรปสแควร์ (Europe Square) สัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างจอร์เจียและเยอรมนี ในระหว่างการเยี่ยมเยือนเยอรมนีในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 2017 นายกรัฐมนตรีจอร์เจียได้รับชิ้นส่วนของกำแพงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังของมิตรภาพจอร์เจีย-เยอรมัน ท่านจะได้พบกับนาฬิกาดอกไม้ที่โดดเด่น ร้านอาหาร Rike ที่สวยงาม สถานีล่างของกระเช้าไฟฟ้า Areal สนามเด็กเล่น สถานีเรือข้ามฟากแม่น้ำมิควารี และรูปปั้นที่ทรงพลังที่เคารพนับถือเหล่านักแต่งเพลงชื่อดังชาวจอร์เจีย ดาวิท ซาราจิชวิลี อย่างน่าอัศจรรย์ อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ สนามบินทบิลิซี (Tbilisi International Airport) เพื่อเช็คอิน
17.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองบากู (Baku) โดยสายการบิน Azerbaijan Airlines เที่ยวบินที่ J2 8234
19.00 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติเฮย์ดาร์ อาลิเยฟ (Heydar Aliyev International Airport) เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและผ่านด่านศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Iris Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ โกบุสถาน (Gobustan) (ระยะทาง 60 กม. / 55 นาที) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบากู ได้รับการประกาศเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอาเซอร์ไบจาน เมื่อปี ค.ศ. 1966 เพื่ออนุรักษ์หินสลัก ซากปรักหักพัง และทางองค์การ UNESCO ได้ประกาศให้อุทยานแห่งชาติ Gobustan ว่าเป็น “Outstanding Universal Value” ชม ภูเขาไฟโคลนลาวา (Mud Volcanoes) ที่มีรูปร่างเหมือนภูเขาไฟที่มีโคลนสีดำพวยพุ่งขึ้นมาตลอด เวลาตามธรรมชาติที่มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร ซึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซธรรมชาติที่ดันตะกอนโคลนใต้ดินขึ้นสู่พื้นดินเป็นรูปกรวยหรือโดมที่สวยงามและถูกบันทึกลงในกินเนสเวิลด์ (Guinness World Record) เมื่อ 5 ก.ย. 2004 นอกจากนี้ยังมีภาพหินแกะสลักโบราณบนโขดหินของมนุษย์ที่งดงาม (Rock Petroglyphs) ให้ท่านชมความสวยงามของหินภูเขาที่มีการแกะสลักภาพที่เป็นรูปต่าง ๆ ณ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Rock Art Cultural Landscape) ซึ่งเป็นภาพเขียนสมัยโบราณที่เขียนบนหินทราย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2007 เช่น ภาพการล่าสัตว์ รูปคนเต้นรำ เรือที่มีคนพายติดอาวุธ นักรบที่มีหอกอยู่ในมือ คาราวานอูฐ รูปภาพของดวงอาทิตย์และดวงดาว แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนสมัยก่อน เฉลี่ยย้อนหลังไปถึง 5,000-20,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยมีทะเลสาบแคสเปียนเป็นฉากหลัง จากนั้นเดินทางกลับสู่ เมืองบากู (Baku) (ระยะทาง 72 กม. / 1.10 ชม.)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเข้าสู่ ย่านเมืองเก่าบากู หรือที่รู้จักกันในชื่อ อิเชริเชเฮอร์ (Icherisheher) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีกำแพงป้อมล้อมรอบและรอบกำแพงจะมีการสร้างเป็นป้อมหอคอยซึ่งมีทั้งหมด 25 แห่งและมีประตูทางเข้า-ออกถึง 5 แห่ง ถือเป็นอนุสรณ์สถานทางสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสต์อีกทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1977... แวะถ่ายรูปกับ ประตูคู่ปราสาท (Qosa Qala Qapisi) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12–17 และเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองเก่า...และแวะถ่ายรูปกับ หอคอยไมเด้น (Maiden Tower) หอคอยซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่เก่าแก่ของเมือง สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และถูก ล้อมรอบด้วยห้องอาบน้ำโบราณในยุคอดีต…
นำท่านชม พระราชวังชีรวานชาห์ (Palace of the Shirvanshahs) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เป็นอาคารที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาเซอร์ไบจานและเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านเมืองเก่า อีกทั้งยังมีส่วนอื่นอีกมากมาย อาทิ ดิวานฮาเน (อาคารรัฐสภา) สุสาน โรงอาบน้ำและมัสยิด เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีสถาปัตยกรรมและงานหินที่งดงามตระการตา นอกจากนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกอยู่ภายในอีกด้วย...
นำท่านนั่งรถค่อย ๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นสู่ด้านบน ที่สามารถชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาได้ ขึ้นสู่จุดสูงสุดของ Highland Park ให้ท่านได้ชมแสง สี ยามค่ำคืนอันน่าทึ่งแห่งเมืองบากูและทะเลแคสเปียน ในยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟที่ประดับอาคารให้สว่างไสว เช่นเดียว กับ ตึกเปลวไฟ (Flame Tower) ที่มีแสงไฟคล้ายเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงชัชวาลกับสายลมที่พัดเย็นสบาย อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันงดงามตระการตาและถ่ายรูปตามอัธยาศัย...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Iris Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ภายนอก ศูนย์ไฮดาร์ อาลิเยฟ (Heydar Aliyev Center) ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Zaha Hadid ที่ต้องการสร้างอาคารที่มีความโค้งเว้าและดูพลิ้วไหว ออกแบบให้ลักษณะเหมือนคลื่นจากทะเลค่อยๆ สูงถึงท้องฟ้า และทำให้ซาฮาได้รับการยอม รับจากสถาปนิกทั่วโลกและยังได้รับรางวัลจาก Pritzker Architecture Prize และรางวัล Design of the Year award โดยสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อกลางปี ค.ศ. 2012 ที่ผ่านมา ตัวอาคารเป็นอาคารหอประชุมขนาด 619,000 ตารางฟุต เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเมืองใหม่ให้ทันสมัยและเป็นเลิศด้านการออกแบบ โดยชื่อของอาคารตั้งตามชื่อของอดีตผู้นำอาเซอร์ไบจานในยุคโซเวียตปกครองและเป็นประธานธิบดีคนแรกของประเทศ ภายในอาคารจะมีพิพิธภัณฑ์รถโบราณ มีงานศิลป์ทั้งในและนอกอาคาร หรือบางครั้งก็ใช้เป็นที่จัดนิทรรศการต่าง ๆ อิสระให้ท่านเดินชม และ ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์แห่งเมืองบากู “I love Baku” ซึ่งอยู่ด้านหน้าของศูนย์แห่งนี้...
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แหลมแอบเชรอน (Absharon Peninsular) ซึ่งเป็นบริเวณแหลมที่ยื่นเข้าไปในทะเลสาบแคสเปียน... ชม เนินแห่งไฟ ยานาร์แด็ก (Yanar Dag) (ระยะทาง 23 กม. / 35 นาที) หรือที่แปลได้ในภาษาท้องถิ่นว่า “Burning Mountain” เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติไฮโดรคาร์บอนที่พวยพุ่งออกมาจากพื้นพิภพผ่านชั้นหินทรายขึ้นมาตลอดเวลา เป็นแหล่งไฟธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ประเทศอาเซอร์ไบจานถูกขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งอัคคี” (Land of Fire)...
เดินทางต่อสู่ Atashgah (ระยะทาง 21 กม. / 25 นาที) นำท่านเข้าชม วิหารแห่งไฟ (Zoroastrian Fire Temple) ที่มีรูปทรงคล้ายปราสาท มีไฟลุกโชนอยู่กลางโดมเสาหิน สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่สำหรับบูชาสักการะตามหลักความเชื่อทางศาสนาของคนท้องถิ่น คือ ศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ศาสนาโบราณของชาวอิหร่าน) โดยถูกสร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 ไว้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ต่อมาเปลวไฟนิรันดร์ หรือ Eternal Flame ได้มอดลงเมื่อ ค.ศ.1969 และถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศตั้งแต่ปี ค.ศ.1998…
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติเฮย์ดาร์ อาลิเยฟ (Heydar Aliyev International Airport) เพื่อเช็คอิน
17.10 น. เดินทางสู่ เมืองซาร์จาห์ (Sharjah) โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบินที่ G9 301 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
19.55 น. เดินทางถึง สนามบินซาร์จาห์ (Sharjah International Airport) แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
22.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบินที่ G9 821 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
07.50 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...พร้อมความประทับใจ...
18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา