อัพเดทกลลวงมิจฉาชีพยุคปัจจุบันพร้อมวิธีสังเกตุ

รู้ทันกลโกงมิจฉาชีพยุคใหม่ 2025

ต่อไปนี้คือสรุปกลลวงหลัก ๆ ที่กำลังระบาดในปี 2024–2025 (และแนวโน้มปี 2025–2026)  อธิบายวิธีการทำงาน, สัญญาณเตือน, ตัวอย่างเหตุการณ์จริง และวิธีป้องกัน/แก้ไขสำหรับบุคคลทั่วไปและธุรกิจ

1) Deepfake (ภาพ/เสียงปลอม) — โทรศัพท์หรือวิดีโอปลอมเพื่อหลอกขอเงินหรือข้อมูล

วิธีการ: ใช้ AI สร้างเสียงหรือวิดีโอให้เหมือนคนจริง (ญาติ, เจ้านาย, ผู้บริหาร) แล้วโทรขอโอนเงิน/ขอ OTP/ข่มขู่/เรียกค่าไถ่หรือสั่งจ่ายเงินผ่านพนักงาน
ตัวอย่างจริง: มีรายงาน CEO ถูกเลียนเสียงแล้วสั่งโอนเงินมูลค่ามหาศาล โดยใช้ เครื่องมือ AI ใหม่ ๆ ทำให้การสร้างวิดีโอ ทำให้ทำเสียงง่ายขึ้นและยิ่งน่ากลัวขึ้นในปี 2025. 
 

  • สัญญาณเตือน: ขอโอนเงินแบบเร่งด่วนโดยไม่ให้ตรวจสอบ, เสียงฟังดูผิดจังหวะเล็กน้อย, ข้อความ/อีเมลมาพร้อมคำขอเร่งด่วน
  • การป้องกัน:  ยืนยันทางช่องทางที่ต่างกัน (โทรกลับเบอร์เดิม(ที่ใช้คุยประจำ)ที่เคยบันทึกไว้/วิดีโอคอลที่ตั้งใจ) ก่อนโอนเงิน
  • นโยบาย “ไม่โอนโดยคำสั่งโทรศัพท์/วิดีโอเดียว” สำหรับธุรกิจ (ต้องมีการยืนยันลายลักษณ์อักษร + 2 คนอนุมัติ)
  • ใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายชั้น (hardware token) สำหรับรายการจ่ายใหญ่
  • ถ้าโดน: เก็บหลักฐานเสียง-วิดีโอ, แจ้งธนาคาร/ผู้รับชำระเพื่อระงับธุรกรรม และแจ้งตำรวจ/ผู้ให้บริการไซเบอร์ทันที. 

2) เสียงไคล์มโคลน (AI-cloned voice) / Vishing (โทรหลอก) — รูปแบบย่อยของ deepfake

  • แนวโน้ม: การโทรด้วยเสียงที่เป็นแบบคลื่น/เสียงโคลนกำลังเพิ่มมากขึ้นในปี 2025 และทำให้เหยื่อตัดสินใจไวขึ้น (เช่น สวมบทเป็นบุตรหลานขอเงินฉุกเฉิน). 
  • การป้องกัน: หากมีคำขอเงินฉุกเฉิน ให้ตั้งรหัสลับครอบครัว (family codeword) เพื่อยืนยันตัวจริง
  • โทรกลับเบอร์ที่รู้จัก/ที่เก็บไว้ ไม่ตอบโต้กับหมายเลขที่โทรเข้า/ข้อความเพียงอย่างเดียว

3) SIM-swap / OTP bots / ขโมย SMS (ย้ายซิม / ดักรหัส OTP)

วิธีการ: มิจฉาชีพโน้มน้าวโอเปอเรเตอร์ให้ย้ายเบอร์ของเหยื่อไปซิมของคนร้ายหรือใช้บอทดัก OTP จาก SMS — เมื่อได้เบอร์ เหล่าผู้ร้ายเข้าถึงบัญชีที่ผูกเบอร์ไว้ (ธนาคาร โซเชียลมีเดีย)
สัญญาณเตือน: ไม่มีสัญญาณเน็ตหรือ SMS ใช้งานไม่ได้อย่างกะทันหัน หรือได้รับ SMS แจ้งเปลี่ยนซิมโดยไม่รู้ตัว
การ ป้องกัน: อย่าใช้ SMS เป็น 2FA เดียว ให้ใช้แอป 2FA (Google Authenticator, Authy) หรือ hardware security key (FIDO2) ซึ่งก็หมายถึง อย่าใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication หรือ 2FA) ที่ส่งรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ผ่านทาง SMS เพียงอย่างเดียว
เพราะวิธีนี้ ไม่ปลอดภัยเพียงพอ อีกต่อไปในยุคปัจจุบัน

💡 อธิบายง่าย ๆ:

2FA (Two-Factor Authentication) คือ ระบบล็อกอินที่ต้องยืนยันตัวตน 2 ชั้น เช่น
1️⃣ รหัสผ่าน
2️⃣ รหัส OTP ที่ส่งมาทาง SMS หรือแอป

แต่ การรับรหัส OTP ทาง SMS เสี่ยงต่อการถูก ขโมยหรือดักจับ ได้ เช่น

  • มิจฉาชีพ หลอกค่ายมือถือให้ย้ายเบอร์ (SIM-swap)
  • หรือ มัลแวร์ในมือถือ แอบอ่านข้อความ SMS ของเรา

🔐 วิธีที่ปลอดภัยกว่า:

แอปสร้างรหัส 6 หลัก (Authenticator Apps)

แอปเหล่านี้จะ สร้างรหัสยืนยัน (OTP) ขึ้นมาบนเครื่องของเราเอง โดย ไม่ต้องใช้ SMS หรืออินเทอร์เน็ต
รหัสจะเปลี่ยนทุก ๆ 30 วินาที — มิจฉาชีพจึงแทบไม่มีโอกาสแอบดูหรือขโมยได้

🔸 ตัวอย่างแอปยอดนิยม:

  1. Google Authenticator
  • ฟรีและใช้งานง่าย
  • ใช้ได้กับบริการเกือบทุกแพลตฟอร์ม เช่น Gmail, Facebook, Instagram, Line, Microsoft ฯลฯ
  • แค่สแกน QR Code ครั้งแรก ระบบจะผูกบัญชีไว้กับเครื่องเรา
  1. Microsoft Authenticator
  • มีระบบ “กดยืนยัน (Approve)” แทนการพิมพ์รหัสได้
  • เหมาะกับผู้ที่ใช้ Microsoft 365, Outlook หรือบัญชี Windows
  • ใช้งานได้กับแอปอื่นนอกค่าย Microsoft ด้วย
  1. Authy
  • คล้าย Google Authenticator แต่ เก็บข้อมูลสำรอง (Backup) ได้
  • หากเปลี่ยนเครื่องใหม่ สามารถกู้รหัสทั้งหมดกลับมาได้อย่างปลอดภัย
  • ใช้งานได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์

✅ ข้อดีของ Authenticator Apps

  1. ไม่ต้องรอ SMS หรืออินเทอร์เน็ต
  2. ปลอดภัยจากการ “ขโมยซิม” หรือ “ดัก OTP”
  3. ใช้งานได้แม้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
  4. รหัสเปลี่ยนทุก 30 วินาที ทำให้แฮ็กเกอร์เก็บรหัสไว้ใช้ไม่ได้

🔑 อุปกรณ์ยืนยันตัวตนจริง (Security Key / YubiKey)

คือ กุญแจจริงขนาดเล็ก (คล้ายแฟลชไดรฟ์) ที่ใช้เสียบกับคอมพิวเตอร์ หรือแตะกับโทรศัพท์เพื่อยืนยันตัวตน
นิยมใช้ในองค์กรใหญ่หรือผู้ที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูงสุด

🔸 ตัวอย่าง:

YubiKey (ยูบิคีย์) — ผลิตโดยบริษัท Yubico

  • รองรับการยืนยันผ่าน USB, NFC, หรือ Bluetooth
  • ใช้กับบัญชี Google, Facebook, Microsoft, Twitter, และระบบธนาคารได้
  • ไม่ต้องพิมพ์รหัส OTP เลย แค่แตะกุญแจเพื่อยืนยัน

Titan Security Key (ของ Google)

  • ใช้หลักการเดียวกับ YubiKey
  • ปลอดภัยสูงมากเพราะเป็น “ฮาร์ดแวร์จริง”
  • มักใช้กับบัญชี Google Workspace หรือ Gmail สำคัญ ๆ

✅ ข้อดีของ Security Key

  • ป้องกันได้ 100% จาก phishing (เว็บไซต์ปลอมจะไม่สามารถหลอกได้)
  • ไม่ต้องจำรหัส OTP หรือพิมพ์อะไรเลย
  • ใช้งานได้รวดเร็ว แค่แตะอุปกรณ์
  • เหมาะกับผู้บริหาร, นักข่าว, หรือนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด
  • ตั้ง PIN/รหัสล็อกกับโอเปอเรเตอร์มือถือและเปิดบริการแจ้งเตือนการเปลี่ยนซิม
  • จำกัดข้อมูลส่วนตัวที่แชร์บนโซเชียล (เกิดจาก social engineering)
  • อ้างอิง/แนวทาง: รายงานและคู่มือป้องกัน SIM-swap ปี 2025.

4) Smishing / Phishing (อีเมล/ข้อความหลอก): เทคนิคอัจฉริยะด้วย AI

  • วิธีการ: ข้อความหรืออีเมลปลอมที่เหมือนข้อความจากธนาคาร/หน่วยงานราชการ/แพลตฟอร์มออนไลน์ ลิงก์พาไปหน้าเว็บปลอมที่ขโมยรหัสผ่านหรือกระตุ้นให้ติดตั้งมัลแวร์
  • เทรนด์ใหม่: AI ถูกใช้เขียนข้อความที่เหมือนมนุษย์และปรับข้อความให้เหมาะกับเหยื่อ (spear-phishing อัตโนมัติ) — ทำให้ข้อความหลอกลวงเชื่อถือได้มากขึ้น. 
  • การป้องกัน: อยาคลิกลิงก์จาก SMS/อีเมลให้ยืนยันผ่านแอปทางการหรือพิมพ์ URL ด้วยตัวเอง
  • ตรวจสอบโดเมน (เช็ค spelling ผิด, subdomain แปลก ๆ)
  • เปิดใช้งานการกรอง phishing และอัปเดตซอฟต์แวร์เสมอ

5) QR code / PromptPay / e-payment receipt scams (ภาพสลิป/QR ปลอม)

วิธีการ: มิจฉาชีพแสดงสลิปการชำระปลอมบนหน้าจอหรือใช้แอปปลอมสแกน QR ของร้านค้าเพื่อทำสลิปเทียม — พ่อค้าเชื่อว่าจ่ายแล้วแต่จริง ๆ ยังไม่เข้า หรือโจรใช้เทคนิคสร้างสลิปปลอมให้เหมือนจริง หรือบางครั้งใช้ตั้งการโอนเงินให้เข้าในวันถัดไป หลังจากสแกนแล้วก็ทำการยกเลิกการโอน
กรณีไทย: มีรายงานหลายพื้นที่พบการใช้สลิปปลอมหรือแอปปลอมหลอกร้านค้าในไทย (ข่าว/รายงานตั้งแต่ปลาย 2024–2025). 
 

  • ป้องกัน (สำหรับพ่อค้า) :  ตรวจสอบบัญชีธนาคาร/แอปที่ใช้จริงว่ามียอดเข้า (ไม่เชื่อสลิปบนมือถืออย่างเดียว)
  • ติดตั้งแอปเมื่อมีเงินเข้าบัญชี ให้ส่งสัญญาณให้ทราบว่า "เงินเข้าแล้ว"
  • ใช้ขอบเขตการยืนยัน (เช็คหน้าจอแอปธนาคารจริง, กดปุ่มตรวจสอบในแอป, หรือรอ confirm push notification)
  • กำหนดขั้นตอนการรับเงินสำหรับยอดสูง (เช่น ต้องรอ 1–3 นาทีหรือเช็คผ่านระบบหลังบ้าน)
     

6) E-commerce / Marketplace Scams (ร้านค้าออนไลน์ปลอม, สินค้าไม่ส่ง)

วิธีการ: เว็บ/เพจที่ดูจริงแต่เป็นของปลอม โฆษณาราคาถูกมาก ล่อลวงให้โอนเงินก่อนโดยไม่มีระบบชำระกลาง หรือปล่อยให้รีวิวปลอมดูน่าเชื่อถือ หากเป็นร้านใหญ่ๆ ต้องสังเกตุว่าให้โอนเข้าบัญชีบริษัทหรือไม่  เพราะมิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีบุคคล
สัญญาณเตือน: ราคาถูกมากกว่าปกติ, ช่องทางการชำระเป็นการโอนตรงหรือบัตรที่ไม่ปลอดภัย, ไม่มีข้อมูลบริษัทชัดเจน
ป้องกัน: ใช้ช่องทางชำระเงินที่มีการคุ้มครองผู้ซื้อ (escrow/บัตรเครดิต), อ่านรีวิวจากหลายแหล่ง, เช็คนโยบายคืนสินค้า

7) งานหลอก-สมัครงาน-หลอกโอนเงิน (Job scams)

วิธีการ: เสนอเงินเดือนสูง, ขอให้จ่ายค่าสมัคร/ค่าสัมมนา/ค่าธรรมเนียมแรกเข้า, หรือขอข้อมูลส่วนตัวสำคัญ (บัตรประชาชน บัญชีธนาคาร)
ป้องกัน: บริษัทจริงจะไม่เรียกเก็บค่าสมัครก่อนเริ่มงาน — ตรวจสอบหน้าเว็บไซต์องค์กรและรีวิวจากอดีตพนักงาน

8) Romance / Social media scams (หลอกรักเพื่อขอเงิน)

วิธีการ: สร้างความสัมพันธ์บนแอปหาคู่/โซเชียล ทำทีมีปัญหา/ขอให้โอนเงิน ส่งเอกสารปลอมเพื่อเชื่อมความน่าเชื่อถือ
การป้องกัน: ระวังคนที่ขอเงินทันที, ไม่ส่งข้อมูลส่วนตัว, ตรวจสอบ reverse image search ของรูปโปรไฟล์

เทคนิคการสังเกต “สัญญาณแดง” ทั่วไป (Checklist ฉบับสั้น)

  • เรียกร้องให้ทำทันที/ใช้ความรีบร้อน (urgent)
  • ขอข้อมูลส่วนตัว (รหัส OTP, รหัสผ่าน, บัตรประชาชน) ทางโทรศัพท์/แชท
  • ลิงก์ที่ส่งไปมี URL แปลก/ย่อ URL (bit.ly) หรือโดเมนผิดสะกด
  • รูปสลิป/รูปเอกสารที่ให้ดูบนมือถือเท่านั้น และไม่ยืนยันยอดในระบบธนาคารจริง
  • ข้อความ/อีเมลมีคำศัพท์ผิดหรือฟอร์แมตไม่เป็นทางการ (แต่ AI ทำให้ยากขึ้น — ให้ตรวจสอบหลายช่องทาง)

วิธีป้องกันเชิงเทคนิค (บุคคลทั่วไป)

  • ใช้แอป 2FA แทน SMS; พิจารณา hardware security key (YubiKey/FIDO2).
  • อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอป และเปิดฟีเจอร์ป้องกัน phishing ในอีเมล/มือถือ.
  • อย่าเก็บข้อมูลสำคัญหรือรูปบัตรประชาชนในแอป/ช่องทางที่ไม่ปลอดภัย.
  • ตั้งรหัส/กุญแจเพิ่มเติมกับโอเปอเรเตอร์มือถือ.
  • ฝึกตรวจสอบ URL, ตรวจสอบใบรับรอง SSL (https padlock) และอย่าพึ่งลิงก์ในอีเมล/SMS.

สำหรับธุรกิจ (แนะนำมาตรการปฏิบัติ)

  • นโยบายยืนยันตัวตนข้ามช่องทาง (call-back verification) สำหรับคำสั่งจ่ายเงิน
  • แยกหน้าที่ (separation of duties) — ต้องมี 2 คนขึ้นไปอนุมัติรายการสำคัญ
  • ฝึกอบรมพนักงานเรื่อง spear-phishing และทดสอบด้วย phishing simulation
  • ตั้งขีดจำกัดการโอนสูงสุด และตรวจสอบแบบแมนนวลสำหรับรายการที่ผิดปกติ
  • ลงทะเบียนโดเมนย่อยและเปิดใช้งาน SPF/DKIM/DMARC ป้องกันการปลอมอีเมล

ถ้าโดนหลอก — ขั้นตอนด่วน (Step-by-step)

  • ระงับ/ล็อกบัญชีที่เกี่ยวข้อง (ธนาคาร อีเมล โซเชียล) ทันที
  • แจ้งธนาคารเพื่อพยายามระงับ/ย้อนกลับธุรกรรม (ถ้าเป็นไปได้)
  • แจ้งความต่อสถานีตำรวจ/ศูนย์ปราบปรามไซเบอร์ และเก็บหลักฐาน (ภาพหน้าจอ แชท สลิป)
  • แจ้งโอเปอเรเตอร์มือถือ (กรณี SIM-swap) และขอคืนเบอร์/ล็อกการเปลี่ยนซิม
  • เปลี่ยนรหัสผ่าน/รีเซ็ตรหัสผ่านทุกบริการที่ใช้ร่วมกัน และเปิด 2FA แบบไม่ใช่ SMS

 

Tags ที่เกี่ยวข้อง
Share on social networks

 

Share on social networks
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083

18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

จันทร์ - ศุกร์ 09.00-18.00 น.
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา