Narai-juku... เดินสับฉบับตัวแม่บนเส้นทาง Nakasendo

Narai-juku

หนีวุ่นวายไปติดเกาะ เมืองเก่า Narai-juku... ที่สวยแบบตะโกน!

เปิดวาร์ปเส้นทาง Nakasendo ในตำนาน

สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้ "นางฟ้าพาเที่ยว" จะพาทุกคนสลัดภาพตึกระฟ้าในโตเกียว แล้ววาร์ปย้อนเวลาไปสวมวิญญาณสาวงามยุคเอโดะกันที่เส้นทาง Nakasendo (นากะเซนโด) ค่ะ เส้นทางนี้ไม่ใช่แค่ถนนธรรมดานะคะ แต่เป็นทางหลวงประวัติศาสตร์ที่เชื่อมระหว่าง 'เอโดะ' (โตเกียว) กับ 'เกียวโต' มีความยาวถึง 540 กิโลเมตร และมีเมืองพักแรมหรือ Post Towns ให้แวะเช็กอินถึง 69 แห่ง! บอกเลยว่าใครที่กำลังมองหา ทัวร์ญี่ปุ่น แบบเน้นความ Authentic ขั้นสุด อยากได้รูปปังๆ แบบไม่มีคนแย่งซีน เส้นทางนี้คือ "Must-Visit" ที่ต้องจดลงลิสต์ด่วนๆ ค่ะ!

The Starting Line: จาก Yabuhara-juku ไต่ระดับความสูงสู่ช่องเขา Toriige

ทริปนี้เราเริ่มสตาร์ทความจึ้งกันที่สถานี Yabuhara ในหมู่บ้าน Kiso จังหวัดนากาโนค่ะ ก่อนจะเริ่มเดินสับๆ ขึ้นเขา นางฟ้าขอแวะเติมพลังที่ร้าน Kitahara Confectionery ซื้อขนมหวานสไตล์ท้องถิ่นไว้เคี้ยวเพลินๆ ระหว่างทาง จากนั้นก็แวะไปอธิษฐานขอความปลอดภัยที่ศาลเจ้าสักนิด เพิ่มสิริมงคลให้ทริปเดินป่าของเราค่ะ

เป้าหมายแรกคือช่องเขา Toriige จุดที่ขึ้นชื่อว่า "โหด" ที่สุดของเส้นทางนี้ เพราะเราต้องไต่ระดับความสูงถึง 1,197 เมตร!

Angel's Tip: ใครกลัวขาเปลี้ย แนะนำให้พกไม้เท้าเดินป่า (Hiking Sticks) มาด้วยนะคะ นอกจากจะช่วยพยุงร่างแล้ว ยังถือเป็น "Fashion Accessory" เก๋ๆ ให้ลุค Sporty Girl แบบสับๆ สำหรับถ่ายรูปริมทางด้วยค่ะ!

ระหว่างทางนางฟ้าโชคดีมากที่เจอ "แก๊งน้องลิง" ออกมาทักทายด้วย น่ารักจนใจเจ็บ! สมกับที่ท่าน Shimazaki Toson เคยเขียนไว้ว่า "เส้นทาง Kiso ทอดยาวอยู่ท่ามกลางขุนเขาทั้งสิ้น" จริงๆ ค่ะ เพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่ความเขียวขจี เสียงนกร้อง และอากาศที่สดชื่นจนอยากจะบรรจุใส่ขวดกลับบ้านเลยล่ะ

Narai-juku: เมืองที่เข็มนาฬิกาหยุดเดิน (และสวยจนลืมหายใจ)

หลังจากผ่านช่องเขามาได้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือ Narai-juku (นารายจูกุ) เมืองพักแรมที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น (ประมาณ 1 กิโลเมตร) และอยู่สูงที่สุดบนเส้นทาง Kiso-ji ด้วยค่ะ นักเดินทางยุคเอโดะคงรู้สึกโล่งใจแค่ไหนที่ได้เห็นแสงไฟจากเมืองนี้ นางฟ้าบอกเลยว่าความรู้สึกนั้นยังส่งต่อมาถึงเราในปัจจุบันจริงๆ

Vibe Check @ Narai-juku:

  1. Aesthetic: บ้านไม้เก่าแก่ที่มีบานประตูบานเกล็ด (Koushi) เรียงราย ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้และบรรยากาศแบบย้อนยุค 100%
  2. Edo Blue: ช่วงโพล้เพล้ ท้องฟ้าจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับแสงไฟอุ่นๆ จากโคมไฟหน้าบ้าน บอกเลยว่า "สวยแบบตะโกน"
  3. Sound of Peace: เสียงลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านเมือง ผสมกับความเงียบสงบที่หาไม่ได้ในชินจูกุ
  4. Instagrammable: ทุกหัวมุมถนนคือสตูดิโอถ่ายภาพชั้นดี แนะนำให้แต่งตัวจัดเต็มมาเลยค่ะ!
  5. Living the Edo Life: กินหรู อยู่สบายสไตล์นางฟ้า

คืนนี้เราเช็กอินกันที่ "Oyado Iseya" เรียวกังสุดคลาสสิกที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1818! ในอดีตที่นี่เคยเป็น Shimotonya (บ้านพ่อค้าคนกลาง) ตัวอาคารยังรักษาความดั้งเดิมไว้เป๊ะ แถมห้องน้ำยังมองเห็นวิวถนนเมืองเก่าด้วยนะ ฟินระดับสิบ!

  • Foodie Review: รีวิวแบบไม่อวย
  • Soba & Dango: โซบะเส้นนุ่มลื่นคอคือของดีที่ห้ามพลาด ส่วนดังโงะย่างซอสหวานๆ คือสตรีทฟู้ดที่เดินทานไปชมวิวไปได้ฟีลสุดๆ
  • Dinner Set: จัดเต็มกับ Shinshu Salmon เนื้อเด้งหวานเจี๊ยบ และ Sanzoku-yaki (ไก่ทอดสไตล์โจรเขา) กรอบนอกนุ่มใน รสชาติเข้มข้น (ชื่ออาจจะดูโหดแบบโจร แต่คนกินน่ะนางฟ้านะคะ!) เสิร์ฟพร้อมเทมปุระผักภูเขาสดๆ
  • Kiso Lacquerware: อาหารทุกจานเสิร์ฟมาใน "เครื่องเขิน Kiso" งานคราฟต์เลื่องชื่อของที่นี่ ช่วยอัปเกรดมื้ออาหารให้ดูเลอค่าขึ้นมาทันที

Night Lights & Morning Calm: มนต์เสน่ห์แห่งวัดเก่าและมังกรยักษ์

พอกลางคืน เมืองนี้จะเปลี่ยนโหมดเป็นความโรแมนติกขั้นสุด อย่าลืมไปดู สะพาน Kiso Ohashi ที่เปิดไฟประดับ (Illumination) สวยงามมากค่ะ ส่วนตอนเช้าคือกำไรของคนตื่นไว เพราะจะได้เดินเล่นเงียบๆ ดูซากุระบาน และแวะสักการะ Nihyaku Jizo (พระจิโซ 200 องค์) ที่ถูกรวบรวมมาไว้ที่นี่ตอนสร้างทางรถไฟ เป็นจุดที่ขรึมขลังและมีเสน่ห์มาก

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ วัด Chosenji ค่ะ ที่นี่เคยเป็นที่พักของขบวน "Ochatsubo Dochu" หรือขบวนแห่ขนส่งชาอูจิถวายท่านโชกุนในสมัยก่อน ภายในมี "ภาพวาดมังกรบนเพดาน" ยาวถึง 20 เมตร ดวงตามังกรดูมีพลังและน่าเกรงขามจนขนลุกเลยล่ะค่ะ

Souvenirs: ของมันต้องมี!

ก่อนกลับ อย่าลืมอุดหนุนงานไม้และ เครื่องเขิน Kiso นะคะ นางฟ้าจัดตะเกียบคู่หนึ่งมาเป็นของที่ระลึก ถึงจะดู Minimalist แต่นี่คืองานคราฟต์ที่เปี่ยมไปด้วยมูลค่าทางจิตใจ เป็นไอเทมที่ "น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้" ของจริง!

Angel's Guide: เดินทางยังไงให้ดูโปร?

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากตามรอยความปัง นางฟ้าสรุปเส้นทางมาให้แล้วค่ะ:

เส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง  : เวลาโดยประมาณ

  1. จากโตเกียว (Route 1)
  2. นั่ง Azusa Limited Express ไปลงสถานี Shiojiri แล้วต่อสาย Chuo West Line ไปลงสถานี Narai
  3. ประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที (ถึง Shiojiri)
  4. จากนาโกย่า (Route 2)
  5. นั่ง Shinano Limited Express ไปทาง Matsumoto/Nagano (แวะเปลี่ยนขบวนที่ Kiso-Fukushima หรือ Shiojiri)
  6. ขึ้นอยู่กับขบวนรถ

เตรียมจัดกระเป๋าแล้วมาเจอกัน!

ภูมิภาค Chushin (ชินชูตอนกลาง) ไม่ได้มีดีแค่ Narai-juku นะคะ แต่ยังมีที่เที่ยวตัวท็อปอย่าง Kamikochi, Matsumoto และ Hakuba รอให้ทุกคนมาตามเก็บให้ครบ ถ้าใครอยากอัปเกรดเลเวลการเที่ยวให้ดูเหนือชั้นกว่าใคร อย่าลืมใส่พิกัด "Hidden Japan" นี้ลงในแพลน ทัวร์ญี่ปุ่น ครั้งหน้านะคะ รับรองว่าเพื่อนในโซเชียลต้องแห่มาคอมเมนต์ถามพิกัดกันรัวๆ แน่นอน!

แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ... สวยๆ แบบเรา ต้องเที่ยวให้สุด แล้วหยุดที่ความประทับใจ!💓💓

Share on social networks
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083

18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

จันทร์ - ศุกร์ 09.00-18.00 น.
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา