รีวิว Shebara Resort วิลล่าลอยน้ำสุดหรูแห่งทะเลแดง

รีวิว Shebara Resort

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักเดินทางระดับพรีเมียมทุกคน วันนี้นางฟ้าจะพาทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดของการพักผ่อนแบบเดิมๆ เพื่อไปสัมผัสกับ "อนาคต" ที่จับต้องได้จริง ณ Shebara Resort รีสอร์ทระดับ Ultra-Luxury แห่งล่าสุดที่เปิดตัวเมื่อปีพ.ศ. 2567 ภายใต้โครงการ Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบียค่ะ ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางใหม่ใน "ทัวร์ตะวันออกกลาง" แต่คือผลงานมาสเตอร์พีซที่เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว ด้วยวิลล่าทรงกลมสแตนเลสสตีลขัดเงาที่ส่องประกายแวววาวราวกับเพชรน้ำหนึ่งที่ลอยเด่นอยู่เหนือน่านน้ำสีเทอร์คอยซ์ของเกาะเชบาราห์ (Sheybarah Island) ค่ะ

การเดินทางที่เหนือระดับ: จากสนามบินสู่ท้องทะเล

การเดินทางเริ่มต้นอย่างเอ็กซ์คลูซีฟที่ สนามบินนานาชาติ Red Sea (RSI) ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อกันยายน 2566 โดยคุณสามารถบินตรงมาจากริยาด เจดดาห์ หรือดูไบ เมื่อแลนดิ้งแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ของ Shebara คอยดูแลระดับ VIP ตั้งแต่จุดรับกระเป๋าเลยค่ะ

สำหรับการเดินทางเข้ารีสอร์ท นางฟ้าขอแนะนำให้เลือก เครื่องบินทะเล (Seaplane) ของบริษัท Red Sea Air ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องบินน้ำแห่งแรกของซาอุดีอาระเบียค่ะ คุณจะได้นั่งเครื่องบินรุ่น Cessna 208 Caravan ที่ตกแต่งภายในโดยบริษัท Aurora จากดูไบ เบาะที่นั่งหรูหราพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

สรุปข้อมูลการเดินทางโดย Seaplane:

  • ระยะเวลาการบิน: ประมาณ 15 นาที เพื่อชมทัศนียภาพอันน่าทึ่งของเกาะกว่า 90 เกาะในทะเลแดง
  • ค่าโดยสาร: 1,668 SAR (ประมาณ 445 USD) ต่อคน/เที่ยว
  • ประสบการณ์: การบินขึ้นจากรันเวย์กลางทะเลทรายและร่อนลงบนผิวน้ำที่นุ่มนวลเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงจริงๆ ค่ะ
  • งานดีไซน์แห่งอนาคต: สถาปัตยกรรมที่โลกต้องตะลึง

เมื่อถึงรีสอร์ท คุณจะพบกับ Arrival Pavilion ที่ดีไซน์ล้ำยุคเหมือนยานอวกาศจากภาพยนตร์ไซไฟ ผลงานการออกแบบจาก Killa Design สตูดิโอชื่อดังจากดูไบผู้อยู่เบื้องหลัง Museum of the Future

เบื้องลึกความอลังการที่นางฟ้าแอบไปสืบมาคือ วิลล่าทรงกลมสแตนเลสสตีลเหล่านี้ ถูกผลิตขึ้นในดูไบและขนส่งทางเรือมายังทะเลแดง เพื่อติดตั้งอย่างพิถีพิถัน ตัวสแตนเลสขัดเงาทำหน้าที่สะท้อนเงาของผิวน้ำและท้องฟ้า ทำให้ดูเหมือนลูกบอลคริสตัลที่ลอยได้ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ค่ะ

เจาะลึกที่พัก: Overwater Villa vs. Beach Villa

ภายในวิลล่าทั้ง 73 หลัง ได้รับการรังสรรค์โดยดีไซน์สตูดิโอชาวแคนาดาอย่าง Paolo Ferrari ที่เน้นความโปร่งโล่งและเทคโนโลยีสุดล้ำค่ะ

Overwater Villa (วิลล่าเหนือน้ำ): ขนาดพื้นที่ภายใน 103 ตร.ม. และภายนอก 85 ตร.ม. (ราคาประมาณ 10,263.75 SAR ต่อคืน) มาพร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ส่วนตัวที่ปรับอุณหภูมิได้ ไฮไลท์คือระเบียงที่มีตาข่ายพักผ่อน (Catamaran net) และบันไดที่ทอดตัวลงสู่ท้องทะเลโดยตรงค่ะ

Beach Villa (วิลล่าริมหาด): ขนาดพื้นที่ภายนอกกว้างขวางถึง 145 ตร.ม. (ราคาประมาณ 9,056.25 SAR ต่อคืน) ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยเงาจากแมกไม้และหาดทรายขาว มีรายละเอียดเล็กๆ ที่น่ารักอย่าง "น้องเต่าสแตนเลส" (Turtle object) ไว้สำหรับปัดทรายออกจากเท้าก่อนเข้าวิลล่าด้วยค่ะ

ที่สุดของความลักชูรีด้วยไอเทมระดับโลก:

  • Bedding: ที่นอนและหมอนจาก Huxberry, ชุดเครื่องนอนและเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมชั้นดีจาก Frette
  • Bathroom: สุขภัณฑ์ TOTO (Washlet), ไดร์เป่าผม Dyson, ผลิตภัณฑ์อาบน้ำจากแบรนด์ 19-69 และไฮไลท์สุดล้ำอย่าง Experience Shower โดย Gessi ที่ปรับแสงสีได้ตามอารมณ์ พร้อมโหมดน้ำตกและสายฝนค่ะ
  • Kitchen & Bar: เครื่องใช้ไฟฟ้า Miele, ชุดช้อนส้อม Sambonet, มินิบาร์ (Alcohol-free) ที่มีขนมจากแบรนด์ Bateel และเครื่องดื่มพรีเมียมอย่างไวน์ไร้แอลกอฮอล์ Wild Idol ค่ะ

  • สวรรค์ของการพักผ่อน: สิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรม
  • Spa & Wellness: สปาที่นี่สวยงามด้วยดีไซน์หินและดินเหนียว ใช้ผลิตภัณฑ์จาก Dr Burgener และ AMRA มีห้อง Hammam ที่มีคอร์สพิเศษใช้ไข่มุกและคาเวียร์สีเขียว รวมถึงอ่างจากุซซี่น้ำร้อนที่นางฟ้าเลิฟมากค่ะ
  • Fitness & Sports: ยิม 24 ชั่วโมง อุปกรณ์ Technogym รุ่นใหม่ล่าสุด (มีเครื่อง InBody ด้วยนะคะ) พร้อมสนามเทนนิสและแพดเดิลเทนนิสที่ได้มาตรฐาน
  • Diving Experience: ที่ Galaxea Dive Center คุณสามารถดำน้ำตื้นได้ทันที น้ำทะเลใสและลึกถึง 10 เมตร ทำให้เห็นแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์และปลาหลากสีสันได้อย่างชัดเจนค่ะ
  • Pools: พักผ่อนที่ SOLERA สระว่ายน้ำและบาร์ม็อกเทลสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นที่มีดีไซน์ทรงกลมโดดเด่น หรือสระว่ายน้ำสำหรับครอบครัวทางตอนเหนือที่มีบรรยากาศสนุกสนานค่ะ

สุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติ: ประสบการณ์การรับประทานอาหาร

บรรยากาศงานไม้ที่อบอุ่น เมนู Signature คือ ปูผัดพริก (Chili Crab) และ เมนูไข่ท็อปคาเวียร์ ที่เชฟตั้งใจรังสรรค์มากค่ะ

The Angel’s Verdict: บทสรุปและความเห็นจากนางฟ้าพาเที่ยว

Shebara Resort คือการเดินทางสู่อนาคตที่คุ้มค่าแก่การมาเยือนสักครั้งในชีวิตค่ะ และนี่คือมุมมองจากประสบการณ์จริงของนางฟ้า:

ข้อดี:

  • ดีไซน์ล้ำสมัยสวยงามทุกองศา ถ่ายรูปสวยตั้งแต่หัวเกาะจรดหางเกาะ
  • การเลือกใช้แบรนด์เนมคุณภาพสูงในวิลล่า (Top-tier branding) แสดงถึงความใส่ใจระดับสูงสุด
  • ปะการังและธรรมชาติทางทะเลยังมีความบริสุทธิ์และสวยงามระดับ World-class

ข้อควรพิจารณา:

  1. Privacy: สระว่ายน้ำของวิลล่าที่ติดกันอาจมองเห็นกันได้ในบางมุม แนะนำให้เลือกมุมพักผ่อนด้านในเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ
  2. Connectivity: ความเร็ว Wi-Fi อาจไม่เสถียรในบางจุด และการบริการผ่าน WhatsApp บางครั้งอาจล่าช้ากว่าการพูดคุยโดยตรง
  3. Buggy: เนื่องด้วยพื้นที่เกาะใหญ่มาก การรอรถบักกี้อาจใช้เวลาในช่วง High Season (บางช่วงอาจรอนานถึง 30 นาที)
  4. เคล็ดลับจากนางฟ้า: หากอยากได้วิวพาโนรามาที่สวยที่สุดและประหยัดเวลาเดินทาง Seaplane คือคำตอบค่ะ และอย่าลืมแวะชมพระอาทิตย์ตกที่สะท้อนบนกระจกเงาของวิลล่าสแตนเลส เป็นภาพที่หาชมที่ไหนไม่ได้ในโลกจริงๆ

ครั้งหน้า นางฟ้าจะพาทุกคนไปสัมผัสความตื่นเต้นที่เปลี่ยนจากน้ำเป็นภูเขาที่ Desert Rock Resort รีสอร์ทหรูที่สร้างขนานไปกับหน้าผาหิน ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกันค่ะ รอติดตามภาคต่อของความอลังการได้เลยนะคะ!

Tags ที่เกี่ยวข้อง
Share on social networks

 

Share on social networks
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท แองเจิลออนทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/09083

18 ซอย27 (บุญศิริ 2) ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

จันทร์ - ศุกร์ 09.00-18.00 น.
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา